บทบรรณาธิการ

| 14 กรกฎาคม 2560

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: กองบรรณาธิการ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

honghern@efinancethai.com

เศรษฐกิจไทยดีจริงหรือ ??? (ตอน 2 ) / ดีแค่ไหน ถามใจประชาชนดู

HTML Editor

                  ปีนี้เป็นปีที่ได้ยินคนบ่นเรื่องเศรษฐกิตจแย่ เศรษฐกิจฝืดเคือง ให้ฟังบ่อยมากจริงๆ จนถึงกับตั้งคำถามอย่าง ที่เขียนไปเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า การปรับเป้าจีดีพีของหลายๆ หน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชนนั้นจริงแท้แน่นอนขนาดไหน 

                  ล่าสุดเมื่อวันศุกร์ที่ 14 ก.ค. ที่ผ่านมา ก็เพิ่งเห็นตัวเลขจากสมาคมการค้าธุรกิจร้านอาหาร ว่า ในปีนี้จะมีร้านอาหารในบ้านเราปิดตัวถึงกว่า 2,300 ร้านค้า หลังจากถูกมาตรการคุมเข้มต่างๆนาๆ ของรัฐบาล และล่าสุดก็การขาดแคลนแรงงานฯ จากการกฎหมายแรงงานต่างด้าวใหม่ เลยยิ่งกระทบหนักขึ้นไปอีก  แบบนี้ยิ่งตอกย้ำว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้ไม่ดีอย่างที่ใครๆ ก็บ่นกัน 
                 จริงๆก็ไม่ได้อยากจะเขียนย้ำเรื่องพวกนี้มากๆ เพราะเขียนไปก็เครียดไป เพียงแต่อยากจะบอกว่าสิ่งที่เป็นอยู่จริง กับตัวเลขที่ประเมินกันนั้น มันสวนทางอย่างเห็นได้ชัดเจน นี่ก็รอลุ้นอยู่ว่าหลังวันที่ 1 ตุลาคม ที่รัฐบาลจะเริ่มทยอยแจกบัตรสวัสดิการให้ประชาชนรายได้น้อยออกมาใช้นั้นจะมีส่วนช่วยกระตุ้นความเป็นอยู่ของประชาชน และเศรษฐกิจของบ้านเราได้บ้างหรือไม่ เป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันยาวๆ 

                  ในขณะที่เมื่อหันมามองทางฝั่งภาคธุรกิจนั้น ที่เห็นเด่นชัดและถูกกระทบไม่น้อยก็คือ กลุ่มธนาคารพาณิชย์ เพราะเท่าที่ดูแล้วปีนี้ ธนาคารพาณิชย์ไม่ได้มีปัญหาแค่ตัวเลขเอ็นพีแอล ที่มาจากลูกค้ารายย่อยเสียแล้ว แต่กลับกลายเป็นว่า ลูกค้ารายใหญ่ก็สร้างปัญหาให้เหมือนกัน แถมเป็นปัญหาใหญ่ เพราะมูลหนี้เมื่อเทียบกับบรรดารายเล็ก รายน้อยแล้วเทียบกับไม่เห็นฝุ่น  ยกตัวอย่างง่ายๆ ที่เห็นกันชัดๆ ก็บริษัทถ่านหินรายหนึ่งที่ตอนนี้ ทำเอาแบงก์รัฐบาลยักษ์ใหญ่ ตราวายุภักดิ์ ถึงกับกุมขมับเพราะต้องตั้งสำรอง NPL กันเป็นหมื่นล้านฉุดผลงานทรุดฮวบเห็นๆ  เพราะฉะนั้นปีนี้ที่บอกว่าจีดีพีกำลังจะดี ปรับเป้าเพิ่มขึ้น แต่ถามคนทำธุรกิจส่วนใหญ่กันหรือยัง ว่าดีขึ้นจริงแค่ไหน เศรษฐกิจไม่ได้วัดแค่ส่งออกดี แล้วอะไรๆ ก็ดีตามเสียเมื่อไหร่  
                    

                   ต้องยอมรับว่านายแบงก์เอง ก็ต้องระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อมากกว่าเดิม แม้จะบอกฐานะของแบงก์ตอนนี้แข็งแกร่ง ผลกระทบจาก NPL ของลูกหนี้ไม่กี่รายอาจจะกระทบแค่ช่วงสั้น แต่เรื่องของความมั่นใจ มาเป็นอันดับแรกเหนือสิ่งอื่นใดเสมอ ยังดีที่ปัจจุบัน จากบทเรียนที่เราเคยประสบในยุคต้มยำกุ้ง ทำให้ระบบแบงก์ของบ้านเราปรับตัวดีขึ้น และพร้อมจะรับมือกับวิกฤติที่อาจจะเกิดขึ้น หรือไม่ได้มากขึ้น  เพียงแต่ก็ต้องยอมรับว่าธนาคารพาณิชย์นั้นผลงานดีไม่ดี ก็จะยังต้องล้อไปตามภาวะเศรษฐกิจอยู่วันยังค่ำ ความเสี่ยงแม้จะมีไม่มาก แต่ก็การปล่อยสินเชื่อจากนี้ก็ประมาทไม่ได้ ซึ่งผลงานไตรมาสที่ 2 ที่กำลังทยอยออกมานี้ น่าจะบ่งชี้ได้เป็นอย่างดี ซึ่งอาทิตย์นี้เราน่าจะเห็นตัวเลขชัดขึ้่น ว่าแบงก์แต่ละแห่งมีกำไรออกมาน่าพอใจขนาดไหน    
                    แม้ครึ่งปีหลังนี้ หลายๆฝ่ายยังมองโลกในแง่ดีว่า เศรษฐกิจน่าจะค่อยผงกหัว การค้า การลงทุน จะเริ่มกลับมาคึกคัก แต่ก็นั่นเป็นเพียงแค่การคาดการณ์ ซึ่งรัฐบาลจะต้องพิสูจน์ฝีมือให้ได้ ไม่ว่าจะเลือกตั้งช้าหรือเร็ว อย่างน้อยโครงการยักษ์หลายๆ โครงการ ก็จะสำเร็จ และเริ่มเดินหน้าให้ได้ภายในปีนี้ไม่มากก็น้อย  

                     ที่เขียนๆ บ่นๆ มานี่ ก็ไม่มีอะไรมาก เห็นใจทั้งประชาชน ทั้งคนทำธุรกิจ คนทำมาหากิน ที่ตอนนี้อะไรๆ ก็ยากขึ้น บางที บางครั้ง รัฐบาลก็ต้องหันมาทบทวนด้วยว่า มาตรการทั้งหมดทั้งปวงที่ทำมานั้น ได้ผลจริงจังบ้างหรือไม่  ประชาชนส่วนมาก เขาไม่ได้รู้หรอกว่า EEC ของรัฐบาลนั้นจะนำพาประเทศไปสู่เป้าหมายได้มากแค่ไหน เขาแค่อยากรู้ว่าปีนี้ยังมีงานทำ มีข้าวกิน ไม่เดือดร้อน ก็พอ เศรษฐกิจจะดีไม่ใช่ดีแค่ระดับบนๆ ..... ต้องสะท้อนมาที่ระดับกลาง และระดับล่างด้วยนะคะ    


RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh