บทบรรณาธิการ

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: กองบรรณาธิการ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

honghern@efinancethai.com

ไม่เซอร์ไพรส์ กนง.ลดดบ.

ไม่เซอร์ไพรส์ กนง.ลดดบ.

ถือว่าไม่มีเซอร์ไพรส์ สำหรับการลดดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เมื่อวันพุธที่ 6 พ.ย.ที่ผ่านมา เพราะเมื่อประเมินจากสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบันแล้ว หาก กนง.ไม่ลดดอกเบี้ยก็น่าจะเป็นเรื่องแปลก 

 

เพราะภาวะเศรษฐกิจทั่วโลก รวมไปถึงเศรษฐกิจบ้านเราในตอนนี้แล้วควรอย่างยิ่งที่จะต้องใช้มาตรการ การเงินเข้ามาช่วยกระตุ้นอีกแรง หลังจากก่อนหน้านี้รัฐบาลใช้นโยบายการคลังอัดฉีดเศรษฐกิจไปแล้ว  

 

ขณะที่ธนาคารกลางหลายประเทศ ก็เริ่มปรับลดดอกเบี้ยนโยบายเพื่อประคองเศรษฐกิจของตัวเอง ซึ่งล่าสุด ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) ก็เพิ่งปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 0.25% มาอยู่ระดับ 1.50-1.75% ซึ่งส่งผลกดดันให้ค่าเงินสกุลอื่นๆ รวมทั้งเงินบาทไทยแข็งค่ามากขึ้น จนกระทบการส่งออกของประเทศ  

 

ดังนั้นการลดดอกเบี้ยลง 0.25% ซึ่งทำให้ดอกเบี้ยนโยบายของประเทศต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ที่ 1.25% จึงเป็นเรื่องที่เหมาะสมแล้ว ตราบใดที่เศรษฐกิจในประเทศยังชะลอตัว และหลายหน่วยงานต่างก็เห็นพ้องในการหั่นเป้าจีดีพีปีนี้ลง จากปัจจัยภายในและภายนอกที่รุมเร้าเข้ามาตลอดปี และน่าจะชัดเจนว่าจีดีพีปีนี้จะต่ำกว่า 3% ตลอดจนเงินเฟ้อที่ยังชะลอลงอีกด้วย 

 

 แบงก์ชาติ จึงจำไม่สามารถนิ่งดูดายที่จะไม่ใช้เครื่องมือทางการเงินที่มีในมือเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงการประชุมครั้งหน้าในวันที่ 18 ธ.ค. 

 

 สำหรับธนาคารพาณิชย์ในประเทศนั้นก็ตอบรับการลดดอกเบี้ยของ กนง. ครั้งนี้ทันควันเช่นเดียวกัน แบงก์ใหญ่ทั้ง SCB BBL KBANK รวมถึงแบงก์รัฐอย่างออมสิน ต่างก็ประกาศปรับลดทั้งดอกเบี้ยกู้ และฝากลงทันที 

 

แม้การปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้อาจจะส่งผลกระทบต่อรายได้ของแบงก์ โดยเฉพาะแบงก์ขนาดใหญ่ แต่ก็ถือเป็นเรื่องปกติ เพราะแบงก์พาณิชย์จำเป็นต้องดำเนินการ เพียงแต่ต้องลดดอกเบี้ยลงทั้ง 2 ขา  เพื่อบริหารต้นทุนของตัวเอง         

 

โดย บล.ทิสโก้ วิเคราะห์เรื่องผลกระทบจากการลดดอกเบี้ยของ กนง. ได้เห็นภาพชัดเจน โดยทิสโก้เชื่อว่ากลุ่มธนาคารพาณิชย์จะต้องลดดอกเบี้ยลงในที่สุด โดยจะแบ่งเป็น 2 กรณีคือ การลด MLR ลง 25 bps หรือการปรับลด MRR/MOR ลงต่ออีก 12.5bps ในทั้ง 2 กรณีจะกระทบผลประกอบการราว 4% 

 

โดยเฉลี่ยสำหรับธนาคารขนาดใหญ่และกลาง แต่ธนาคารเช่น KKP และ TCAP จะลดลงราว 1%  มีเพียง BBL ที่มีผลกระทบต่างกันคือ หาก MLR ลดลง 25bps จะทำให้ผลประกอบการปี 2020F ลดลง 7.8% เนื่องจากเน้นสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ แต่หากว่าปรับลด MRR/MOR จะกระทบเพียง 4.2% ตามค่าเฉลี่ย

 

 นอกจากนี้ ทิสโก้ ประเมินว่า ผลประกอบการจะกระทบน้อยลง หากธนาคารมีการปรับลดดอกเบี้ยเงินฝากพร้อมเงินกู้ แต่ด้วยดอกเบี้ยเงินฝากที่ต่ำมากแล้วทำให้มองการปรับลดอีกทำได้จำกัด ทำให้อาจปรับลดระยะเวลาของเงินฝากพิเศษต่างๆ แทน 

 

อย่างไรก็ดีทิสโก้ บอกว่าประมาณการยังไม่ได้รวมเหตุการณ์นี้ โดยแนะนำให้ “ซื้อ” BBL (มูลค่าที่เหมาะสม 203 บาท), KBANK (174 บาท), KKP (84 บาท), KTB (18.40 บาท), SCB (145 บาท)

 

เมื่อดูบทวิเคราะห์แล้ว อาจประเมินได้ว่าปีนี้ผลงานของแบงก์พาณิชย์ คงไม่สวยหรู และเชื่อว่าหลายๆคนก็คงคาดการณ์กันไว้อยู่แล้ว เมื่อเห็น กนง. ประกาศลดดอกเบี้ย อีกทั้งคงต้องยอมรับสภาพว่าด้วยเศรษฐกิจ ณ ปัจจุบัน คงหวังตัวเลขที่สวยหรูไม่ได้ เอาแค่ประคองตัวก็ถือว่าโอเคแล้ว ซึ่งก็เหมือนว่าแบงก์แต่ละแห่งจะรู้ดี เห็นได้จากการประกาศปรับโครงสร้าง และหันเหไปรุกธุรกิจอื่นๆ แทนที่การพึ่งพิงแต่รายได้จากดอกเบี้ย







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh