บทบรรณาธิการ

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: กองบรรณาธิการ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

honghern@efinancethai.com

กองทุน SSFเน้นเปิดทางคนรุ่นใหม่ออมเงิน

กองทุน SSFเน้นเปิดทางคนรุ่นใหม่ออมเงิน

ในที่สุดกระทรวงการคลังก็เคาะกองทุน  Super Savings Fund หรือ SSF แทนกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF)ซึ่งจะยกเลิกการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีปีนี้เป็นปีสุดท้าย เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา 


โดยเกณฑ์ SSF ให้บุคคลธรรมดาสามารถหักลดหย่อนภาษีเงินได้สำหรับเงินที่ซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน แต่ไม่เกิน 200,00 บาท แต่เมื่อรวมกับกองทุนการออมเพื่อการเกษียณอายุอื่น ๆ เช่น RMF กองทุนสำรองลี้ยงชีพกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน กองทุนการออมแห่งชาติ หรือเบี้ยประกันภัยสำหรับการประกันชีวิตแบบบำนาญ แล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท ในแต่ละปีภาษี


กองทุน SSF สามารถลงทุนในหลักทรัพย์ได้ทุกประเภท ไม่กำหนดจำนวนขั้นต่ำในการซื้อหน่วยลงทุน และไม่กำหนดเงื่อนไขในการซื้อต่อเนื่อง แต่กำหนดระยะเวลาให้ผู้ซื้อกองทุนสามารถขายคืนหน่วยลงทุนได้เมื่อถือไม่น้อยกว่า 10 ปี โดยสามารถหักลดหย่อนค่าซื้อหน่วยลงทุนได้ 5 ปี นับตั้งแต่ปี 2563-2567 ซึ่งกระทรวงการคลังจะประเมินผลของมาตรการเพื่อพิจารณาแนวทางที่เหมาะสมอีกครั้งหลังปี 2567


ทั้งนี้กระทรวงการคลังเน้นย้้ำว่าการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีจะมุ่งไปที่กลุ่มผู้มีรายได้ปานกลางถึงน้อย และผู้ที่เริ่มต้นวัยทำงานได้รับประโชน์อย่างเต็มที่ เพื่อเป็นการจูงใจให้ประชาชนกลุ่มนี้เริ่มต้นการออมระยะยาว


นอกจากนี้รัฐบาลยังได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีในส่วนของกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ หรือ RMF เพิ่มเติมด้วย โดยเพิ่มการลดหย่อนเป็น 30% จากเดิม 15% และยกเลิกกำหนดขั้นต่ำในการซื้อ 


การออกกองทุน SSF จึงถือเป็นทางเลือกให้กับนักลงทุนทดแทนกองทุนเดิม แม้ล่าสุดทางประธานสภาธุรกิจตลาดทุน จะบอกว่าค่อนข้างผิดหวังเพราะมองว่ากระทรวงการคลังไม่เห็นความสำคัญของการสร้างวัฒนธรรมการลงทุนระยะยาวในตลาดหุ้น แถมยังเอาวงเงินลดหย่อนของกองทุนเพื่อการออมทุกประเภทมารวมกัน และกำหนดเพดานไว้ที่ 500,000 บาทเท่านั้น  (จากเดิม 1 ล้านบาท) ซึ่งอาจทำให้คนรายได้ปานกลางที่มีศักยภาพในการออมสูง เลือกที่จะออมน้อยลง 


จะเป็นที่น่าเสียดายมากที่สุดก็คือ หากวัฒนธรรมการลงทุนระยะยาวในตลาดหุ้นที่มีแนวโน้มดีขึ้นเรื่อยๆ (นับตั้งแต่มีการจัดตั้งกองทุน LTF) เริ่มสะดุดลงเพราะขาดแรงจูงใจ และที่น่ากังวลมากกว่านั้นก็คือการที่นักลงทุนหันกลับไปลงทุนระยะสั้น แบบวันต่อวันกันมากขึ้น เสถียรภาพของระบบการเงินก็จะลดลง 


คงต้องดูกันในระยะต่อไปว่าจะส่งผลกระทบจริงอย่างที่ว่าหรือไม่ แต่หากมองในระยะยาว อย่างน้อยกระทรวงการคลังก็ยังตั้งกองทุนเพื่อมุ่งหวังให้เกิดการออมในระยะยาว จะมากหรือน้อย ก็ขึ้นอยู่กับกำลังของผู้ออม และความสามารถในการบริหารจัดการลงทุนของ บลจ. ที่บริหารว่าจะให้ผลตอบแทนมากน้อยแค่ไหน และเชื่อว่าเร็วๆนี้ น่าจะเริ่มมีหน่วยลงทุนกองทุน SSF มาให้คัดเลือกว่าจะลงกองไหนกันดี ... อาจจะไม่หวือหวาเท่า LTF แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีเสียเลย และก็ยังคงเป้าเพื่อการออม และได้สิทธิการลดหน่อยภาษีไว้เช่นเดิม


แต่ที่แน่ๆ รอบนี้ รัฐบาลตั้งเป้าให้เน้นลงทุนกันยาวๆ 10 ปีไปเลย และ SSF ก็น่าจะเหมาะสำหรับคนรุ่นใหม่ คนเริ่มทำงาน ที่ไม่จำเป็นต้องมีเงินถุง เงินถังก็สมารถออมได้ตั้งแต่เริ่มทำงาน เก็บเงิน ที่น่าจะได้รับการตอบรับจากคนกลุ่มนี้ค่อนข้างมาก แม้รัฐบาลจะสูญเสียรายได้จากส่วนนี้ไปบ้าง แต่อย่างน้อยก็เป็นการสูญเงินเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนออมเงิน เก็บเงิน ไม่ใช่นโยบายละลายเงินงบประมาณอย่างเดียว 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh