บทบรรณาธิการ

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: กองบรรณาธิการ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

honghern@efinancethai.com

ดาวน์นี้...พี่จัดให้

ดาวน์นี้...พี่จัดให้

จัดหนัก จัดเต็มอีกแล้ว สำหรับรัฐบาลลุงตู่ และทีมเศรษฐกิจรัฐบาล เมื่อประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งน่าจะเป็นก๊อกสุดท้ายของปี (เสียที) หลังจากต่อยอด ต่อโปรฯกันมาหลายรอบ โดยเฉพาะมาตรการชิมช้อปใช้ที่จัดกันแบบจุใจ 3 เฟสเต็มๆ 

 

มาคราวนี้ รัฐบาลยังไม่หนำใจ เนื่องจากประเมินแล้วเศรษฐกิจยังไม่น่าจะได้รับการกระตุ้นเพียงพอ อีกทั้งจีดีพีปีนี้ยังส่อแววจะโตต่ำกว่า 2.5%  ดังนั้นจึงจำเป็นต้องหามาตรการในการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมเข้ามาอีก โดยมาตรการรอบล่าสุดนี้มี 3 มาตรการ 

 

แต่มาตรการที่ทีเด็ดสุดๆ และถูกวิพากษ์ วิจารณ์หนักสุดๆ ก็คือมาตรการ "บ้านดี มีดาวน์" ที่รัฐบาลใจถึง พึ่งได้ช่วยลดภาระซื้อที่อยู่อาศัย ด้วยการสนับสนุนเงินดาวน์ (Cash Back) 50,000 บาทต่อราย สำหรับผู้ที่มีรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อเดือน หรือไม่เกิน 1.2 ล้านบาทต่อปี ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง แต่จะจำกัดให้สิทธิประโยชน์สำหรับผู้ที่อยู่ในระบบฐานภาษีของกรมสรรพากร จำนวน 100,000 ราย และจะต้องผ่านเกณฑ์ตามที่กระทรวงการคลังกำหนดเท่านั้น

 

เห็นแบบนี้หลายคนอาจจะร้องอื้อหือ รัฐบาลใจป้ำเหลือเกิน แต่ถ้ามองในมุมกลับกัน ถามว่ามาตรการนี้ ประชาชนได้ประโยชน์จริงหรือ แล้วได้ประโยชน์แค่ไหน เพราะคิดแล้ว คิดอีก ประเมินแบบไม่ลำเอียงแล้ว มาตรการนี้น่าจะช่วยผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ มากกว่าประชาชนหรือเปล่า 

 

ถามจริงๆ คนที่เงินเดือนหลักแสนขึ้นไปในประเทศไทย ไม่น่าจะใช่คนส่วนมาก และคนที่เงินเดือนระดับนี้ ก็น่าจะมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองไปหมดแล้ว ความต้องการบ้านหลังที่ 2 หรือ  3 อาจจะมีบ้าง แต่ประเมินยังไง ก็ไม่น่าจะมากมายนัก ก่อนออกมาตรการมานั้น มีการสอบถามหรือสำรวจมามากน้อยแค่ไหน 

 

ดังนั้นโครงการ "บ้านดี มีดาวน์" น่าจะออกมาเพื่อช่วยผู้ประกอบการระบายสต็อกบ้าน สต็อกคอนโดฯ ปลายปีมากกว่า ยิ่งปีนี้กูรูในแวดวงอสังหาฯ ออกปากแทบจะเหมือนกันว่า ธุรกิจเหนื่อยแน่เพราะยอดขายไม่น่าจะเติบโต ยิ่งมาเจอมาตรการ LTV ของแบงก์ชาติก็ยิ่งแล้วใหญ่  ยอดขายถึงกับแป้กกันเลยทีเดียว 
                    

ถ้าจำกันได้เดือน พ.ย. เดือนเดียว รัฐบาลออกโปรกระตุ้นอสังหาฯ แบบแทบจะปูพรม ทั้งออกแคมเปญ 11.11 ลดแลกแจกแถมครั้งใหญ่ สำหรับที่อยู่อาศัยทุกประเภทที่ไม่เกิน 3 ล้านบาท จำนวน 35,000 ยูนิต ตลอดจนขอความร่วมมือผู้ประกอบการลดราคากลุ่มราคาบ้านที่เกินกว่า 3 ล้านบาท เช่น 3.5-4 ล้านบาท ให้ปรับลดลงมาเหลือ 3 ล้านบาท เพื่อให้เข้าเกณฑ์โปรโมชั่น และได้รับสิทธิประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นฯ ที่ปรับลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง เหลือ 0.01% 

 

นี่ยังไม่รวมธนาคารออมสินที่ออกสินเชื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ "สินเชื่อบ้านผ่อนต่ำ ล้านละ 10 บาท" จ่ายค่างวดแค่ 10 บาทต่อเดือน ต่อวงเงินกู้ 1 ล้านบาท ด้วยดอกเบี้ยคงที่ปีแรก 0.010% ต่อปี ทั้งสร้าง-ซื้อ-ซ่อมแซม/ต่อเติม-รีไฟแนนซ์ ผ่อนนานสูงสุดถึง 40 ปี หลังจาก ธอส. เพิ่งออกโปรฯ ดอกเบี้ยต่ำมาไม่นานเท่านั้น  

 

สงสัยรัฐบาลกลัวจะไม่ครบลูฟในการกระตุ้นอสังหาฯ  ไหนๆ จะกระตุ้นทั้งทีเอาให้ครบ มีดอกเบี้ยต่ำให้แล้ว มีราคาบ้านราคาถูกรอแล้ว ก็ผ่อนดาวน์ให้ด้วยเลยอีก 5  หมื่น เอาให้ครบวงจร แบบนี้ไม่ช่วยระบายสต็อกให้เอกชน ก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้ว มันชัดเจนแจ่มแจ้ง เพราะถ้ากลัวว่าจะไม่มีกำลังซื้อก็ไม่เป็นไร ไปเจาะกลุ่มคนรายได้สูงเอา เพราะน่าจะมีกำลังในช่วยกระตุ้นอสังหาฯ ได้อยู่ 

 

ไม่ได้จะบอกว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลไม่ดี แต่ถ้าจะให้ดี รัฐบาลควรจะเน้นมาตรการที่จะส่งเสริม หรือกระตุ้นระยะยาวควบคู่กันไปด้วย ไม่ใช่ทำเหมือนออก

 

โปรโมชั่นเป็นพักๆ  โปรฯหมด จบรอบก็ออกมาใหม่ ใช้งบประมาณไปเท่าไหร่ก็ไม่มีทางพอ แล้วยิ่งดู นโยบายรัฐบาลก็ออกจะย้อนแย้งกันเอง อีกหน่วยงานออกมาตรการมาสกัด คุมสินเชื่อจนส่งกระทบผู้ประกอบการ  .... ตัวแม่อย่างกระทรวงการคลัง และแบงก์รัฐในสังกัด ก็เลยต้องออกมาตรการเสริมมาช่วยว่ายังงั้น ?  แล้วนี่ออกมา ถ้าอสังหาฯ ยังระบายไม่ออก จะต้องมีอะไรออกมาอีก .... 

เศรษฐกิจปีนี้ที่ว่าแย่ มันไม่ได้แย่แค่บ้านเราเสียเมื่อไหร่ เก็บเงินงบประมาณส่วนนี้มาพัฒนาประเทศส่วนอื่นดีกว่า?  







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh