บทบรรณาธิการ

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: กองบรรณาธิการ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

honghern@efinancethai.com

ถึงเวลาเก็บหุ้นแบงก์หรือยัง

ถึงเวลาเก็บหุ้นแบงก์หรือยัง

อีกครั้งกับขาลงของหุ้นแบงก์พาณิชย์  โดยเฉพาะหุ้นแบงก์ใหญ่ทั้ง KBANK - BBL- SCB ที่ถูกถล่มขายในช่วงนี้ เพราะประเมินว่าผลงานในไตรมาสที่ 3 ที่กำลังจะประกาศออกมากลางเดือนน่าลดลงทั้งแบบ QoQ และ YoY เลยทีเดียว  

 

หลังจากช่วงที่ผ่านมาปรับลดดอกเบี้ย จนกระทบต่อผลประกอบการของแบงก์ โดยโบรกเกอร์หลายแห่งต่างมองในมุมเดียวกันว่า ผลประกอบการรอบนี้ของกลุ่มแบงก์จะอ่อนแอ เพราะนอกจากรายได้ดอกเบี้ยที่ลดลงแล้ว รายได้ค่าธรรมเนียมที่เคยเป็นตัวชูโรงก็ลดลงด้วย เนื่องจากการแข่งขันที่สูงขึ้นเรื่อยๆ 

 

บล.กิมเอ็ง คาดว่า ธนาคารพาณิชย์ 8 แห่ง จะรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 3 อยู่ที่ 47.4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% QoQ แต่ลดลง 1% YoY ซึ่งการเติบโตของรายได้จะยังคงชะลอตัวเนื่องจากความต้องการสินเชื่อ (เพิ่มขึ้น 3.2% YoY และ 0.2% MoM ในเดือนสิงหาคม) และรายได้ค่าธรรมเนียมที่ชะลอตัว ส่วน NIM ก็ถูกกดดันในธนาคารขนาดใหญ่เนื่องจากการลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในช่วงที่ผ่านมา 

 

ส่วน ยูโอบี เคย์เฮียน มองว่ากลุ่มธนาคารถูกกระทบทั้งจากการรายงานงบ และโอกาสลดดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งคาดว่าภายใน 20 ต.ค. นี้จะรายงานผลการดำเนินงานลดลง -11% QoQ และ -14% YoY โดยลดลงเกือบทุกธนาคาร ยกเว้น TISCO และ TCAP ที่มีพอร์ตธุรกิจเช่าซื้อที่คาดว่าจะรายงานกำไร เพิ่มขึ้นทั้ง QoQ และ YoY 

 

ว่าไปแล้วในปีนี้หุ้นแบงก์ ถูกเทขายหลายรอบจากปัจจัยลบทั้งเรื่องผลการดำเนินงาน การปรับลดดอกเบี้ย การแข่งขันกันลดค่าธรรมเนียม รวมไปถึงกระแสดิสรัปชั่น ที่สถาบันการเงินได้รับผลกระทบก่อนใครๆ  จนทำให้ราคาหุ้นแบงก์เกือบทุกตัวเทรดต่ำกว่าราคาบุ๊คแวลู ยกเว้น TISCO และ KKP ซึ่งล่าสุด (3 ต.ค.) หากดูเฉพาะราคาหุ้นแบงก์ใหญ่ 4 ตัว เทรดต่ำกว่าราคาบุ๊คทั้งหมด 

 

ทั้งนี้ไล่เรียงจาก (Price/Book Value) หรือ P/BV หุ้น SCB อยู่ที่  0.99 เท่า  KBANK อยู่ที่ 0.92 เท่า  BBL อยู่ที่ 0.76 เท่า และ KTB  อยู่ที่ 0.75 เท่า  ขณะที่ P/E รวมของกลุ่มล่าสุดเมื่อวันที่ 3 ต.ต. อยู่ที่ 9.30 เท่า เพราะฉะนั้นเมื่อเห็นตัวเลขแบบนี้แล้ว ถึงเวลาหรือยังที่จะเก็บหุ้นแบงก์กันได้แล้ว  แม้ภาพรวมธุรกิจแบงก์พาณิชย์ อาจไม่ใช่ธุรกิจที่เป็น Sunrise เหมือนอดีต แต่หากมองในแง่ของอัตราผลตอบแทนเรื่องของปันผล อย่างน้อยหลายโบรกฯ ก็ยังแนะนำให้เก็งกำไรได้อยู่ เพราะซื้อหุ้นแบงก์รอเอาเงินปันผลก็ยังถือว่าคุ้มกว่าฝากเงินกินดอกเบี้ย ที่นับว่าจะเตี้ยลงสาละวันเตี้ยลง   

 

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น จะเล่นหุ้นแบงก์ก็ต้องพิจารณาเรื่องความเสี่ยงด้วยเช่นกัน เนื่องจากแบงก์ยังมีเรื่องของคุณภาพสินทรัพย์ที่ยังไม่ดีขึ้น โดยเฉพาะเรื่องอัตราส่วน NPL ที่ยังต้องจับตาดู โดยเฉพาะ KBANK ที่มีสัดส่วน Net NPL มากกว่าอีก 2 แบงก์ใหญ่ ล่าสุด สิ้น ส.ค. 62 KBANK มี Net NPL อยู่ที่ 2.16% BBL อยู่ที่ 1.37% และ SCB อยู่ที่1.37%  และในช่วงเดียวกัน KBANK มีพอร์ตอยู่ที 1.78 ล้านล้านบาท   BBL อยู่ที่  1.79 ล้านล้านบาท และ SCB อยู่ที่ 2.05 ล้านล้านบาท 

 

หุ้นแบงก์อาจจะเสน่ห์ไม่แรงเหมือนก่อน แต่หุ้นแบงก์ก็ยังคงเป็นอมตะนิรันดร์กาล สำหรับตลาดหุ้น และนักลงทุน ในทุกยุคทุกสมัย 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh