บทบรรณาธิการ

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: กองบรรณาธิการ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

honghern@efinancethai.com

มาแล้ว 1,800 จุด

มาแล้ว 1,800 จุด

     หลังจากข่าวดี พ.ร.ป. การเลือกตั้งส.ส. และที่มาของส.ว. ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันพุธที่ผ่านมาเท่านั้น ข่าวดีก็ผลันบังเกิดในตลาดหุ้นบ้านเราทันที 

    หุ้นที่ซบๆ เซาๆ จะขึ้นก็ไม่ขึ้น มีแต่แนวโน้มจะดิ่งลง เลยชูคอทะยานหน้าตั้งเกือบ 40 จุดกันเลยทีเดียว และยังบวกต่อเนื่องในวันศุกร์ที่ผ่านมา จนทำให้ SET Index กลับมายืนเหนือ 1,700 จุดได้อีกครั้ง เพราะนักลงทุนเชื่อมั่นว่าการเลือกตั้งในปีหน้ามาแน่ๆ โดยคาดว่าน่าจะอยู่ระหว่างเดือน ก.พ. อย่างเร็ว หรือเดือน พ.ค. อย่างช้า งานนี้โบรกเกอร์ เริ่มขยับตัวประเมินดัชนีกันอีกครั้งว่าน่าจะไปถึง 1,800 จุดได้ในสิ้นปีนี้ ลืมปัจจัยลบเรื่องสงครามการค้าระหว่าง จีน กับ สหรัฐฯ ไปชั่วขณะ ทั้งที่จริงๆ แล้วปัจจัยนี้ยังน่าจะเป็นปัจจัยลบที่ส่งผลต่อตลาดหุ้นทั่วโลกไปอีกพักใหญ่ๆ 
    จะว่าไปแล้วทุกครั้่งที่มีข่าวคราวความชัดเจนเรื่องการเลือกตั้ง หุ้นก็บวกรับทุกครั้ง ครั้งนี้ก็เช่นกัน เพียงแต่ความชัดเจนอาจจะเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ และน่าจะทำให้ดัชนีแรลลี่ได้นานขึ้น เอาแค่ระยะสั้นๆ 1,750 ไม่น่าจะยากเย็นมากนัก หากช่วงวันหยุดเสาร์ อาทิตย์นี้ ไม่มีข่าวอะไรมาป่วน สัปดาห์หน้าก็น่าจะไปต่อได้อีก ขณะที่กูรูหลายสำนักเชื่อว่า 3 เดือน ก่อนเริ่มเลือกตั้ง ตลาดหุ้นมักจะตอบรับดี และมีแนวโน้มขึ้นมากกว่าลง  อย่าง บล.ไทยพาณิชย์  ที่ระบุชัดเจนว่า ช่วงหาเสียง 3 เดือนก่อนหน้าเลือกตั้ง จะมีสัญญาณการปรับตัวชัดเจนในหุ้นกลุ่ม สื่อและสิ่งพิมพ์, อสังหาริมทรัพย์ รับเหมาฯ  
    ขณะที่ บล.โนมูระ พัฒนสิน งัดข้อมูลในอดีต พบว่าการเลือกตั้งอย่างชอบธรรม 4 ครั้งหลัง (3 ก.ค. 2554, 23 ธ.ค. 2550, 6 ก.พ. 2548 และ 6 ม.ค. 2544) SET Index จะให้ผลตอบแทนที่คาดหวังขั้นต่ำได้ 6-8% และกรณีดีสุด 14-22%  ส่วนกรอบการเลือกตั้ง 6-9 เดือน สะท้อนกรณี SET จะเกิด Election Rally และประเมินว่ากรอบเวลาดังกล่าว SET จะแกว่งตัวบวกได้ถึงกรอบขั้นต่ำ คือ 1,780-1,814จุด และกรณีดีสุด คือ 1,915-2,049 จุด กันเลยทีเดียว เอาเป็นว่าแค่ไปให้ถึง 1,800 จุดอีกครั้งก็เรียกว่าดีแล้ว คงไม่ต้องถึงขั้น 1,900-2,000 จุด แต่ที่แน่ๆ ใครที่ทยอยซื้อ LTF ไว้ในช่วงที่ตลาดขาลงไปช่วง 1-2 เดือนก่อนหน้า ก็ยิ้มหวานกันเลยทีเดียว เพราะหากดัชนีแรลลี่ขาขึ้นยาว ผลตอบแทนก็คงได้กันไปเป็นกอบเป็นกำ 
    ส่วนตลาดหุ้นขาขึ้นกลับมาอีกรอบ หรือกลับมาแล้วจริงๆ ใช่มั๊ย!  เรื่องนี้คงไม่สามารถการันตีได้ เพราะจะว่าไปแล้ว ปัจจัยเสี่ยงตอนนี้ยังมีเข้ามาเป็นระยะๆ โดยเฉพาะเรื่องสงครามการค้าที่จีน และสหรัฐฯ ที่คาดว่าจะเจรจาในสัปดาห์หน้าอีกรอบ ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าจะหมู่หรือจ่า แถมทั้งจีนและสหรัฐฯ ต่างขิงก็ร่า ข่าก็แรงกันทั้งคู่ และก็เห็นกันมาตลอดแล้วว่า ข่าวการเจรจาแต่ละครั้งก็ทำให้หุ้นขึ้นเพียงชั่วประเดี๋ยวประด๋าว แล้วหลังจากนั้นก็เข้าอีหรอบเดิม เพราะ 2 ประเทศมหาอำนาจเอาเข้าจริงก็ไม่มีใครยอมใคร
      แต่อย่างไรก็ดี ดูจากมูลค่าซื้อสุทธิของนักลงทุนต่างชาติ หรือสถาบัน กว่า 1.1 หมื่นล้าน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ก็มีมุมมองที่ดีว่าเม็ดเงินอาจจะกลับเข้ามาจริงจังอีกครั้ง พื้นฐานตลาดเริ่มเปลี่่ยนแปลงไปในทางบวกอีกครั้ง  เพราะนักลงทุนต่างชาติส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญกับเรื่องการเมืองอยู่แล้ว ยิ่งความชัดเจนเรืองการเลือกตั้งมีมากขึ้น มุมมองในแง่บวกเกี่ยวกับการเมืองของประเทศ ก็จะดีตามไปด้วย หลังจาก คสช. เข้ามาบริหารประเทศกว่า 4 ปี 

    ช่วงนี้อาจจะเขียนเรื่องการเมืองมากไปหน่อย แต่เชื่อว่าหากทุกอย่างเป็นไปตามสเต็ป และตรงตามโรดแมพ กระบวนการที่ คสช.วางไว้ทั้งหมด  6 เดือนจากนี้ เม็ดเงินต่างชาติน่าจะเข้ามาจริงๆ จังๆ อีกครั้ง ตลาดเกิดใหม่บ้านเราก็จะเป็น ตลาดดาวรุ่ง พุ่งแรง อีกรอบ     







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh