บทบรรณาธิการ

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: กองบรรณาธิการ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

honghern@efinancethai.com

เซาะกร่อน บ่อนทำลาย

เซาะกร่อน บ่อนทำลาย

                       ในที่สุดพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ก็จบเส้นทางการเมืองไว้เพียงเท่านี้ เมื่อองค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ยุบพรรค ตามคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รวมท้้งกรรมการบริหารพรรคอีก  13 คน ยังถูกตัดสิทธิทางการเมืองอีกเป็นเวลา 10 ปี  โดยระบุชัดเจนว่ากระทำการอันเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข จากกรณีบิ๊กเซอร์ไพร์สเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งจะว่าไปแล้วก็ถือว่าไม่พลิกโผ หรือผิดไปจากคาดหมายนัก ซึ่งในส่วนของกรรมการและสมาชิกพรรคฯ ต่างก็ยอมรับคำวินิจฉัยครั้งนี้ จารึกไว้ในประวัติศาสตร์การเมืองไทยอีกครั้งหนึ่ง และเป็นบทเรียนราคาแพง ที่อาจะต้องแลกด้วยอนาคตทางการเมืองเลยก็ว่าได้ 
                        อะไรควร อะไรไม่ควร น่าจะเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายควรจะต้องจดจำให้ขึ้นใจ  ใครที่ฟังถ้อยแถลงของตุลาการศาลฯ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาอย่างละเอียด จะมีตอนหนึ่งที่ศาลระบุว่า  "เซาะ กร่อน บ่อนทำลาย" เป็นประโยคที่แทบไม่ต้องอธิบายอะไรมากมาย หลังจากนี้ การเมืองก็เดินหน้าต่อไป เพราะเมื่อคดีจบ ไร้เหตุการณ์วุ่นวายเกิดขึ้น ส่วนที่มองว่าจะกระทบความเชื่อมั่น และการลงทุนหรือไม่นั้น ก็ไม่น่าจะมีอะไรกังวล และไม่น่าจะเกี่ยวกันโดยตรง เพราะต่อให้ไม่มี ทษช. ก็ยังมีพรรคการเมืองอื่นให้เดินหน้าเลือกตั้งกันต่อไปได้ และการลงมติยุบพรรคครั้งนี้เกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้ง ถ้าเกิดหลังเลือกตั้งเสร็จแล้วก็ว่าไปอย่าง 
                       ดังนั้นเวลาที่ยังเหลืออีกประมาณ 2 สัปดาห์จากนี้ แต่ละพรรคการเมืองคงงัดกลเม็ด เด็ดพรายหาเสียงกันเต็มที่แน่นอน ยิ่งใกล้โค้งสุดท้ายก็น่าจะยิ่งร้อนแรงมากขึ้นตามลำดับ
                      โดยกระแสตอนนี้ หลายโพลล์เริ่มสำรวจความคิดเห็นกันมากขึ้น โดยล่าสุด พรรคเพื่อไทย ยังเป็นพรรคที่คาดว่าน่าจะได้คะแนนเสียงมากที่สุด รองลงคือพรรคพลังประชารัฐ และประชาธิปัตย์  
                       ส่วนนายกรัฐมนตรีนั้น ล่าสุด กรุงเทพโพลล์ สำรวจประชาชนเลือก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ 17.2% รองลงมา 12%  คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และ 6.9%  นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขณะที่ ประชาชนส่วนใหญ่ 96.5% ตั้งใจจะไปเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค.  มีเพียง 1.3%  ตั้งใจว่าจะไม่ไปและที่เหลือ 2.2% ยังไม่แน่ใจ 
                      ส่วนตัวบอกตรงๆว่า ตื่นเต้นกับการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่น้อย เพราะอย่าลืมว่าเราว่างเว้นจากการไปใช้สิทธิใช้เสียงมากว่า 7 ปีแล้ว และคิดว่าหลายๆคน คงคิดไม่ต่างกัน เพราะฉะนั้นการเลือกตั้งครั้งนี้ น่าจะเป็นการเลือกตั้งที่มีคนไปใช้สิทธิ์เข้าคูหาเลือกตั้งกันแบบถล่มทลาย ส่วนหลังวันที่ 24 มีนาคมจะมีอะไรเกิดขึ้นอีกหรือไม่ คงต้องรอดูผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง  
                        โฉมหน้ารัฐบาลชุดใหม่หลังรัฐบาล คสช. จะเป็นแบบไหนนั้น น่าจะเป็นเรื่องที่ทุกคนลุ้นมากที่สุด ใครพอใจ ไม่พอใจ แต่ในที่สุุดทุกคนก็คงต้องยอมรับให้ได้อยู่ดี เพราะยังไงรัฐบาลใหม่ก็ยังต้องอยู่กับเราอีก 4 ปี เพียงแต่ขออย่างเดียว มาแล้วก็บริหารประเทศ บริหารเศรษฐกิจให้ดี เหมือนนโยบายที่บอกไว้แต่แรก (ได้หรือไม่)  อย่าดีแต่หาเสียง .... 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh