บทบรรณาธิการ

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: กองบรรณาธิการ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

honghern@efinancethai.com

เที่ยวไทยละกัน สบายใจดี

เที่ยวไทยละกัน สบายใจดี

        ช่วงนี้ใครไปเที่ยวต่างประเทศ โดยเฉพาะขาช้อปทั้งหลายคงหนาวๆร้อนๆ กันเป็นแถวตอนกลับเข้าประเทศ หลังจากกรมศุลกากรเอาจริง เรียกเก็บอากรขาเข้า สำหรับผู้โดยสารที่นำของที่มีมูลค่าเกิน 20,000 บาท หรือหากเป็นของที่มีลักษณะเชิงพาณิชย์แม้จะมีมูลค่าไม่เกิน 20,000 บาท ก็ต้องเสียภาษีอากร 

      อัตราภาษีอากรนำเข้าจะแตกต่างกันตามชนิดและประเภทสินค้า เช่น กระเป๋า 20% นาฬิกา 5% เครื่องสำอาง 30% เข็มขัด 30% เป็นต้น เรียกได้ว่าหากตรวจเจอและเข้าข่ายก็จะโดนเรียกเก็บภาษีเพิ่มทันที ซึ่งตอนนี้ดูเหมือนว่าเริ่มมีเสียงโอดครวญจากผู้โดยสารขาเข้าหนาหูมากขึ้น หลังจากโดนเก็บภาษีทั้งที่สินค้าที่นำเข้ามาไม่ได้นำมาเพื่อการพาณิชย์ด้วยซ้ำ 
       อย่างของบางอย่างที่ซื้อมา มีมูลค่าไม่ถึง 20,000 บาท แถมเป็นของฝากเพื่อนบ้าง ของเพื่อนฝากบ้าง แม้จะมีใบเสร็จยืนยันถูกต้องว่าราคาไม่ถึง หรือเจ้าตัวยืนยันว่าไม่มีเจตนาเอามาเพื่อขายต่อ แต่ก็ถูกเก็บอากรขาเข้าอยู่ดี ซึ่งประเด็นนี้ถูกตั้งคำถามไปเรียบร้อยแล้วว่า เจ้าหน้าที่กรมศุลฯ ใช้อะไรเป็นตัววัด หรือประเมินว่าสินค้าที่ผู้โดยสารถือเข้ามาเพื่อการพาณิชย์จริง แล้วพาณิชย์ในที่นี้วัดจากอะไรบ้าง ควรจะมีมาตรฐานในการพิจารณาที่ชัดเจนไปเลยมั๊ย เพราะดุลยพินิจของแต่ละคน  ก็แตกต่างกันไป
       บางคนก็ไม่ถูกตรวจ บางคนก็ถูกเรียกตรวจ แล้วบางรายที่โดนแจ๊กพอตก็งานเข้าไป แต่ในกรณีที่นำเข้ามาโดยมีเจตนาเพื่อการพาณิชย์ หรือเป็นสินค้าที่ราคาเกิน 20,000 บาทจริงๆ อันนั้นก็ไม่ว่ากัน เป็นเรื่องที่สามารถดำเนินการได้ตามเกณฑ์อยู่แล้ว แต่หากเก็บแบบไม่สมเหตุสมผล เรื่องนี้ทางกรมศุลกากร ก็ควรจะต้องมาทบทวนวิธีการตรวจหรือการเรียกเก็บกันอีกครั้ง หรือไม่ อย่างไร  
       เพราะอย่าลืมว่าการจัดเก็บภาษีอากรนั้น ไม่ใช่แค่อากรขาเข้าอย่างเดียว แต่ต้องบวกภาษีมูลค่าเพิ่มเข้าไปด้วย ดังนั้นถ้าต้องมาเสียเงินเพิ่มทั้งที่สินค้าที่เอาเข้ามาก็ไม่ติดเกณฑ์ที่กำหนด เลยกลายเป็นเสีย 2 ต่อไปอีก แบบนี้คนไปต่างประเทศก็คงไม่กล้าช้อปปิ้งซื้อของกันพอดี  ถ้าสินค้าในประเทศไทยราคาถูกกว่าก็ว่าไปอย่าง แต่นี่หลายอย่างของในบ้านเราราคาแพงกว่าต่างประเทศ แถมไปเที่ยวทั้งทีกลับมายังต้องมาเจอค่าปรับภาษี ก็สู้ไม่ไปเที่ยวเสียดีกว่า .... มาทำตามนโยบายรัฐบาลเน้น "ไทยเที่ยวไทย" สบายใจไม่ต้องถูกเก็บอากรนำเข้า 

        อย่างไรก็ดีเพื่อความโปร่งใส และเป็นธรรม กรมศุลกากรได้เปิดสายด่วนรับเรื่องร้องเรียน 1332 ในกรณีที่ผู้โดยสารคนไหนคิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการจัดเก็บภาษีของเจ้าหน้าที่ หรือพบเห็นพฤติการณ์เกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ฯ ก็สามารถร้องเรียนได้ นอกจาก 1332  ยังสามารถร้องเรียนผ่านทาง Application LINE ID: @customshearing หรือด้วยตนเองผ่านศูนย์ประสานงานแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียน ตามโครงการ “ระฆังศุลกากร” ของแต่ละส่วนราชการที่ท่านใช้บริการ รวมถึงส่งไปรษณีย์มาที่กรมศุลกากร หรือส่ง E-mail มาได้ที่ ctc@customs.go.th หรือร้องเรียนผ่านสำนักนายกรัฐมนตรี GCC 1111 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh