บทบรรณาธิการ

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: กองบรรณาธิการ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

honghern@efinancethai.com

AWCสุดอลังการ ...แต่ราคาหุ้นยังต้องลุ้น

AWCสุดอลังการ ...แต่ราคาหุ้นยังต้องลุ้น

      สร้างปรากฎการณ์ สไตล์เจ้าสัวอีกแล้ว สำหรับ "เสี่ยเจริญ สิริวัฒนภักดี"  หลังจากนำ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในเครือเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยมีมาร์เก็ตแคปช่วงไอพีโอที่ทุบสถิติสูงสุดตั้งแต่ก่อตั้งตลาดหลักทรัพย์ ด้วยมูลค่ามากถึง  1.9 แสนล้านบาทเลยทีเดียว  โดยกำหนดราคาไอพีโอที่ 6 บาท เรียกว่าร้องโอ้โหกันเลยทีเดียวสำหรับหุ้นตัวนี้ เพราะขึ้นชื่อว่าเจ้าสัวเจริญซะอย่าง "เล็กๆ ไม่ ใหญ่ๆ เท่านั้น"  

    AWC ขายไอพีโอจำนวนทั้งหมด 6,957 ล้านหุ้น และหุ้นจัดสรรส่วนเกิน (กรีนชู) อีก 1,043 ล้านหุ้น รวม 8,000 ล้านหุ้น ทำให้จำนวนหุ้นทั้งหมดหลังขายไอพีโอ อยู่ที่ 30,957 ล้านหุ้น (ไม่รวมกรีนชู) และจะได้จากการ เงินระดมทุนประมาณ  48,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่ 25,500 ล้านบาท นำไปซื้อกิจการที่เป็นเจ้าของทรัพย์สินกลุ่ม 3 ของ ทีซีซี กรุ๊ป ทั้ง โรงแรมและอสังหาฯ อีก 5,200 ล้านบาท ใช้ชำระหนี้ให้แก่ธนาคารซึ่งมีความสัมพันธ์กับที่ปรึกษาทางการเงิน และ/หรือผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหลักทรัพย์ ได้แก่ ธนาคารเกียรตินาคิน และ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และอีก 10,331 ล้านบาท ใช้ลงทุนพัฒนาธุรกิจ 
    ซึ่งเท่าที่รู้ตอนนี้ บรรดาสถาบันทั้งในและต่างประเทศต่างจับจองหุ้นกันไปเรียบร้อยหมดแล้ว เหลือสัดส่วน 17.25% ให้กับรายย่อย และจะว่าไปแล้วราคาไอพีโอเท่านี้ กับจำนวนหุ้นมหาศาลแบบนี้ ในสภาวะตลาดตอนนี้ บอกเลยว่ารายย่อยที่มีหุ้นในมือคงจะต้องทำใจซักเล็กน้อย ยิ่งถ้าหวังจะกินส่วนต่างราคาเปิด ซึ่งคาดว่า AWCน่าจะเข้าเทรดต้นเดือนต.ค. นั้น คงจะยากน่าดู ยิ่งหุ้นที่มีกรีนชู อ็อปชั่นด้วยแล้ว หวาดเสียวไม่น้อยเลยทีเดียว ไม่ใช่ว่าหุ้นของเขาไม่ดี เพราะดีกรีระดับบริหารโครงการแบบ แมริออท ฮอลิเดย์ อินน์ รวมถึงโรงแรมยักษ์ใหญ่ที่มีในมือหลายสิบโครงการ การันตีความเป็นบริษัทอสังหาฯ ชั้นยอดในตอนนี้ได้ดี  เพียงแต่รู้ๆ กันดีว่าหุ้นไอพีโอในช่วง 2-3 ปีมานี้ ไม่ปังเหมือนเมื่อก่อนแล้วเท่านั้นเอง 
    เราลองมาดูราคาหุ้น AWC ที่ระบุในไฟลิ่งว่าไอพีโอ 6 บาท กำหนดจาก P/BV ที่ประมาณ 5 เท่า จาก BV ณ สิ้น มิ.ย. 62 ที่ 1.2 บาท (รวมกิจการเป้าหมายที่จะเข้าซื้อ)  หากคิดเป็น P/E จากกำไรต่อหุ้น ณ สิ้นสุด มิ.ย. 62 ที่ 0.0216 บาท  AWC จะมี P/E สูงถึง 277.6 เท่า เทียบกับค่าเฉลี่ยของธุรกิจที่คล้ายกันที่ 33.7 เท่า  แต่บริษัทฯ ไม่ใช้วิธีนี้เพราะไม่สะท้อนความสามารถและการเติบโตในอนาคต ขณะที่กำไรสุทธิปี 59-61 อยู่ที่ 2,890.73 ล้านบาท 1,372.07 ล้านบาท และ 489.04 ล้านบาท กลับลดลงตามลำดับ  ซึ่งบริษัท ระบุว่าการลดลงของกำไรโดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงิน เพราะบริษัทฯ มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางการเงินในช่วงเดือน พ.ค. 60 ทำให้มีต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
 
     ด้านบล.ทิสโก้ คาด AWC จะมีกำไรสุทธิปีนี้อยู่ที่ 1.4 พันล้านบาทหรือคิดเป็นการเติบโต 210% YoY ใน 2019F และประเมินมูลค่าที่เหมาะสมของ AWC ที่มูลค่าตลาดที่ 198,000-207,000 ล้านบาท โดยวิธี DCF เนื่องจากรายได้ของบริษัทเป็น Recurring income มีสมมติฐาน WACC อยู่ที่ 6.7% (Rf ที่1.7%, CoE ที่ 11%, Market-risk premiumที่ 7.8%, average cost of debtที่ 4% และ terminal growth rate ที่ 1%)  
    อย่างไรก็ดี มูลค่าตลาดที่ 198,000-207,000 ล้านบาท หารด้วยจำนวนหุ้นทั้งหมดของ AWC ที่ 30,957 ล้านหุ้น จะได้เท่ากับ 6.39-6.68 บาท ซึ่งถือเป็นราคาที่เหมาะสมกับ AWC

      แบบนี้รายย่อยแทบจะไม่ได้อะไรจากส่วนต่างราคาหุ้นเลย และถ้าจะหวังว่าหุ้นจะเปิดเหนือจองมากมายเหมือนก่อนก็แทบจะไม่มีความหวังเช่นกัน เพราะคุยกับโบรกเกอร์หลายต่อหลายคน บอกว่าราคาเปิดตลาดเหนือจองได้ซัก10% ก็ดีต่อใจแล้ว 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh