บทบรรณาธิการ

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: กองบรรณาธิการ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

honghern@efinancethai.com

ศก.ไทยบักโกรก รัฐ - เอกชน รุมหั่นเป้าจีดีพีกระจุย

ศก.ไทยบักโกรก รัฐ - เอกชน รุมหั่นเป้าจีดีพีกระจุย

    สัญญาณการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทยปีนี้เริ่มเห็นภาพชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งๆ ที่ยังไม่ผ่านครึ่งปีแรก โดยตลอด 5 เดือนที่ผ่านมา ปัจจัยทั้งภายใน และภายนอกที่เข้ามากระทบนั้น มีแต่ข่าวร้ายซะเป็นส่วนใหญ่ ที่สำคัญไม่ใช่ข่าวร้ายที่จะเกิดขึ้นในระยะสั้นแบบลมเพลมพัด แต่นี่คือปัจจัยลบที่เข้ามาป่วนเศรษฐกิจทั้งโลก จนทั้งภาครัฐและเอกชนต่างเริ่มออกมาหั่นประมาณการเศรษฐกิจกันอย่างต่อเนื่อง              
    
    เริ่มที่ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย แถลงข่าวปรับประมาณการภาวะเศรษฐกิจปี 62 หลังจากปรับไปแล้วก่อนหน้าเมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา โดยปรับประมาณการ การขยายตัวทางเศรษฐกิจหรือจีดีพีในปีนี้ ว่าจะเติบโตเหลือเพียง 3.5% จากเดิมคาดว่าจะเติบโต 3.8% หลังจากล่าสุดสงครามการค้าระหว่าง สหรัฐอเมริกา และ จีน ปะทุรุนแรงขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อสหรัฐฯ ประกาศปรับเพิ่มภาษีนำเข้ารอบใหม่กับจีนมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ฯ เมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่จีนก็ตอบโต้ปรับขึ้นภาษี 6 หมื่นล้านดอลลาร์ เพราะฉะนั้นเมื่อไม่ยอมลดราวาศอกให้กัน จึงทำให้สงครามการค้ารอบนี้รุนแรง และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกหนักกว่าเดิม
    อย่างไรก็ดี การปรับลดตัวเลขจีดีพีครั้งนี้ ไม่หนักหนาสาหัส สากรรจ์ หรือน่าตกใจเท่ากับการหั่นเป้าตัวเลขส่งออกของ ม.หอการค้าไทย เพราะจากเดือน ก.พ. ที่หั่นเป้าการเติบโตเหลือ 3.9% จากเดิมประมาณ 5% แต่มารอบนี้ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจ ฟันฉับลดประมาณกาส่งออกเหลือโตแค่ 0.5% หรือแทบจะไม่โตเลยด้วยซ้ำ แถมยังบอกด้วยว่าในกรณีเลวร้ายที่สุด ส่งออกปีนี้อาจ -5% หากมูลค่าส่งออกเฉลี่ยไม่ถึง 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน ซึ่งมากกว่าเดิมที่คาดว่าจะเลวร้ายสุดที่ -2.2%  ซึ่งมีโอกาสสูงที่ส่งออกปีนี้จะหดตัว หรือ ติดลบ หากสถานการณ์สงครามการค้ายังไม่ได้ข้อสรุป 

    ทั้งนี้ ม.หอการค้า ให้เหตุผลสำหรับการหั่นเป้าส่งออกแบบน่าใจหายครั้งนี้ว่าเป็นกรณีฐาน Base Case ซึ่งมองในมุมบวกกรณีที่ดีที่สุดส่งออกจะกลับมาขยายตัวได้ 2.4% แต่ในช่วงที่เหลือของปีนี้ไทยจะต้องมีมูลค่าส่งออกเฉลี่ยเดือนละ 21,250 ล้านดอลลาร์ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย โดยปีก่อนไทยส่งออกเดือนละ 20,000 ล้านดอลลาร์ เพราะฉะนั้นมองมุมนี้แล้ว โตแค่ 0.5% ก็บุญโข เพราะปัจจัยที่เข้ามากระทบรอบนี้ เป็นปัจจัยที่เราไม่สามารถควบคุมได้เลย ทำได้เพียงตั้งรับ
    เห็นตัวเลขของฟากเอกชนแบบนี้แล้วไม่ธรรมดา เพราะส่งออกที่อาจไม่โต หรือโตแค่ครึ่งเปอร์เซนต์แบบนี้ อาจจะฉุดให้ตัวเลขจีดีพีที่คาดว่าจะโตประมาณ 3.5-3.8% ไม่เป็นไปตามเป้าก็ได้เช่นกัน เพราะเศรษฐกิจไทยพึ่งพาการส่งออก 70-80% เลยทีเดียว ต่อให้ตัวเลขการบริโภคหรือ การท่องเที่ยวจะเข้ามาช่วยเสริม แต่ก็ไม่ได้ช่วยผลักดันตัวเลขเศรษฐกิจได้มากนัก หากส่งออกไม่ขยายตัว เราจะเห็นได้จากช่วง 4-5 ปีก่อนหน้านี้ ที่ส่งออกเคยติดลบ จีดีพีแทบจะไม่ขยัยเลยด้วยซ้ำ ซึ่งเราคงไม่อยากกลับไปยังจุดนั้นอีกแล้ว  
    หลังจาก หอการค้าหั่นเป้าลงไม่กี่วัน  ไม่นานสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ก็ออกมาตอกน้ำแนวโน้มเศรษฐกิจขาลงให้ชัดเจนขึ้น โดยได้ปรับลดคาดการณ์ขยายตัวทางเศรษฐกิจปีนี้ ลงมาอยู่ในกรอบ 3.3-3.8% หรือมีค่ากลางที่ 3.6% จากเดิมคาดการณ์ 3.5-4.5% โดยมีค่ากลางที่ 4% ปรับลดการส่งออกเหลือเติบโต 2.2% จากเดิมคาด 4.1% การนำเข้าลดลงเหลือเติบโต 3.5% จากเดิมอยู่ที่ 6.1% ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 0.7-1.2% จากเดิมอยู่ที่ 0.5-1.5% จากเหตุผลที่แทบไม่ต่างกับทางหอการค้าแต่อย่างใด 

     อย่างไรก็ตาม หากมองในแง่ดี ปีนี้น่าจะเป็นปีที่รัฐบาล ไม่ว่าชุดปัจจุบัน หรือชุดใหม่ที่กำลังจะเข้ามา จะต้องเริ่มพิจารณาและ ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจในประเทศอย่างจริงจังเสียที ที่เราเห็นมาตลอด 3-4 ปีนี้ว่าจะหันพึ่งพิงการบริโภคภายในมากขึ้น ลดส่งออกลงบ้าง เท่าที่เห็นและติดตามก็แค่จะเท่านั้น เพราะเอาเข้ามูลค่าทางเศรษฐกิจของไทย ก็ยังคงเป็นตัวเลขการส่งออกเป็นหลักอยู่ และปีนี้ก็เช่นกันยิ่ง สหรัฐ-จีน ยังตีกันไม่เลิกเรื่องการค้า เราควรจะปรับตัวอย่างไร สินค้าส่งออกที่ได้รับผลกระหนักอาจไม่ใช่หัวหมู่ทะลวงฟันเหมือนก่อนแล้ว แต่สามารถปรับเอาสินค้าส่งออกกลุ่มอื่นที่ได้ประโยชน์ มาเป็นหัวหอกหลัก เพื่อดันมูลค่าส่งออกขึ้นมาแทน ซึ่งน่าจะทำให้ส่งออกกลับมาเติบโตได้ในระดับ 3% 
    ผ่านมาเพียงไตรมาสเดียว และกำลังจะเข้าสู่ช่วงท้ายของไตรมาสที่ 2 ต้องยอมรับว่าสัญญาณเศรษฐกิจที่ออกมายังไม่ดีนัก และส่วนใหญ่มีแต่หั่นประมาณการ จะเหลือก็เพียง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่มองก่อนหน้านี้ว่าจีดีพีโตต่ำกว่า 3.8% ส่วนส่งออกต่ำกว่า 3% และเตรียมจะปรับลดอีกรอบในเดือน มิ.ย. ที่จะถึงนี้ ยังไม่รวมอีกหลายภาคส่วน ที่น่าจะทยอยปรับเป้าตัวเลขตามลงมาเช่นกัน  

    ดังนั้นถ้าไม่โลกสวยจนเกินไป ต้องยอมรับความจริงว่า ปี 2562 จะเป็นอีกปีของความยากลำบากสำหรับเศรษฐกิจบ้านเรา ....







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh