บทบรรณาธิการ

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: กองบรรณาธิการ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

honghern@efinancethai.com

ราหูย้ายเข้าตลาดหุ้น

ราหูย้ายเข้าตลาดหุ้น

ช่วงสัปดาห์นี้ ตลาดหุ้นบ้านเรามีแต่ปัจจัยลบรอบด้านให้ต้องเผชิญ จนหลุดระดับ 1,300 จุด ทั้งจากการปรับฐานแรงของตลาดหุ้นหลายแห่ง โดยเฉพาะแนสแดก รวมไปถึงราคาน้ำมันที่ปรับลดลงแรง อีกทั้งยังมีข่าวการผลิตวัคซีนหยุดชะงัก ซึ่้งแม้จะเป็นเพียง 1 ในหลายบริษัทผลิตวัคซีนก็ตาม แต่ก็กลายเป็นปัจจัยลบทางจิตวิทยาที่เข้ามากระทบต่อการปรับขึ้นของ SET Index


เท่านั้นยังไม่พอ บทวิเคราะห์จาก บล.เอเซียพลัส ยังระบุว่าปรับไทยกำลังเป็นที่จับตามองของบรรดาบริษัทจัดอันดันเครดิตเรทติ้งว่าจะอาจถูกปรับลดเครดิตเรทติ้งหรือไม่ จากล่าสุด Moody ได้ปรับเครดิต สปป.ลาวจาก B3 ลงมาอยู่ที่ Caa2 ระดับ Junk Bond หลังขาดดุลงบประมาณหนัก เงินทุนสำรองเหลือต่ำกว่า 1 พันล้านเหรียญ ในขณะที่ปีนี้ไทยเศรษฐกิจไทยหดตัวแรง แถมยังมีหนี้สาธารณะทะลุเพดาน 60%


โดย ASPS ให้น้ำหนักในช่วงเดือน ต.ค.-ธ.ค. ซึ่งจะเป็นช่วงที่ Credit Rating Agency แต่ละแห่งเริ่มเผยแพร่การปรับปรุง Credit Rating โดยปัจจุบัน Moody มีมุมมอง Credit Rating ไทยที่ BBB+ ขณะที่ Outlookประเทศ ยังคงที่ระดับ (Stable) ซึ่งปัจจัยแวดล้อมของไทยถือว่ายังแข็งกร่งกว่าสปป.ลาวมาก จากดุลบัญชีเดินสะพัดยังเกินดุล ล่าสุด เดือน ก.ค. ราว 5.6 หมื่นเหรียญฯ และ Ytd เกินดุลราว 4.37 หมื่นเหรียญฯส่วนทุนสำรองระหว่างประเทศยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 2.51 แสนล้านเหรียญ ทำจุดสูงเป็นประวัติการณ์

 

อย่างไรก็ตามแนวโน้มเศรษฐกิจไทย ที่ปี 63 หดตัวแรงมากที่สุดในเอเซีย คาดเฉลี่ย -7.3% และแนวโน้มการขาดดุลการคลังที่เพิ่มขึ้นจาก พ.ร.ก. 1 ล้านล้านบาท และมีโอกาสกู้มากกว่านั้น ทำให้หนี้สาธารณะของไทยมีโอกาสเกินเพดานที่ 60% แม้ล่าสุดอยู่ที่ราว 45.83% ของ GDP) ทำให้มีความเสี่ยงจะถูกปรับ Credit rating ลงถือว่าเป็นอีกข่าวที่ส่งผลกระทบกับ SET Index ไม่น้อย 


 

แต่อะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับปัจจัยในประเทศอย่างการเมืองที่กำลังร้อนแรง และน่าจับตามองมากที่สุด โดยเฉพาะสถานการณ์การชุมนุมที่้จะมีขึ้นในวันที่ 19 ก.ย. ที่จะถึงนี้ อีกทั้งยังมีสารพัดข่าวลือ ทั้งเรื่องการปฎิวัติ ความรุนแรงในวันชุมนุม ที่้มักจะกลายเป็นข่าวลือที่มาพร้อมกันแทบทุกครั้ง แต่ก็ส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นได้ทุกครั้งเหมือนกัน ซึ่งครั้งนี้ก็เช่นกัน ตลาดหุ้นไปไม่ถึงไหน เพราะความกังวลเรื่องดังกล่าว


เพราะรับศึกภายในประเทศนั้นพร้อมปะทุตลอดเวลา อย่าลืมว่าการเมืองในประเทศ กับหลายแรงกดดันที่ถาโถมเข้าใส่รัฐบาลนั้น ล้วนแต่เป็นความเสี่ยงต่อตลาดหุ้นที่ไม่ชอบการเมืองมาแต่ไหนแต่ไร อีกทั้งหากการเมืองวุ่นวาย เมื่อผสมกับภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยจากผลกระทบโควิดแล้วด้วย ยิ่งทำให้สถานการณ์การเมืองร้อนมากขึ้น

 

ถึงขนาดโหรการเมืองหลายคนบอกเลยว่า เดือนก.ย.-ต.ค. เป็นเดือนที่ราหูย้ายเข้าดวงเมือง ต้องระวังให้จงหนัก ส่วนใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อ ก็ถือเป็นวิจารณญาณส่วนบุคคลกันไป เพียงแต่ที่แน่ๆ กับการเมืองในประเทศที่มีโอกาสพลิกผันได้ตลอดเวลานั้น นักลงทุนก็ควรจะต้องติดตาม เกาะติดอย่างใกล้ชิด เพราะงานนี้ถ้าการเมืองเดือด หรือมีเหตุการณ์อะไรที่ทำให้การเดินหน้าฟื้นฟูเศรษฐกิจต้องสะดุด หรือไม่สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

งานนี้ ราหูได้ย้ายเข้าตลาดหุ้น แบบไม่ต้องสงสัย!







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh