บทบรรณาธิการ

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: กองบรรณาธิการ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

honghern@efinancethai.com

แบงก์ชาติเปรย ...ดอกเบี้ยยังลดได้อีกนะจ๊ะ

แบงก์ชาติเปรย ...ดอกเบี้ยยังลดได้อีกนะจ๊ะ

ในที่สุดธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือแบงก์ชาติก็ตัดสินลดดอกเบี้ยนโยบายอีกครั้ง หลังจากลดไปเมื่อเดือนพ.ย. ปีที่แล้ว จนทำให้ล่าสุดดอกเบี้ยนโยบายเหลือเพียงแค่ 1% ต่ำสุดในประวัติศาสตร์การเงินไทยเลยทีเดียว 

 


การประกาศลดดอกเบี้ยครั้งนี้แบงก์ชาติคงประเมินแล้วว่า ยื้อยังไงก็ไม่ไหว จึงจำเป็นต้องใช้เครื่องมือทางการเงินเข้ามาช่วยกระตุ้น เพราะรอบนี้ดูแล้วเศรษฐกิจอาจจะสาหัสจริงๆทั้งจาก งบประมาณที่ล่าช้า ปัญหาภัยแล้ง และการระบาดของไวรัสโคโรน่าที่มาแรงแซงโค้ง จนอาจทำให้เศรษฐกิจโลกซวนเซ

 


แม้แต่ผู้ว่าธปท. วิรไท สันติประภพ ก็ยังยอมรับว่าจำเป็นต้องลดดอกเบี้ยถึงปัจจุบันดอกเบี้ยจะต่ำอยู่แล้วก็ตาม "การลดดอกเบี้ยครั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าเรากลัวหรือตื่นตระหนกเกินไป ซึ่งเราถือเป็นธนาคารกลางแรกที่ลดดอกเบี้ยจากไวรัสโคโรนา แม้สถานการณ์ยังไม่ใช่จุดพีค แต่หากเราไม่ตั้งรับ ช้าเกินไป เพราะการแก้ไขจะทำได้ยากในอนาคต" 

 


ผู้ว่าแบงก์ชาติ ที่ปกติเรารู้ๆกันอยู่ว่า ต่อให้มีใครมากดดันขนาดไหน เรื่องลดดอกเบี้ยจะไม่ยอมงอให้ง่ายๆ แต่รอบนี้เอ่ยปากขนาดนี้ ก็เป็นอันว่าสถานการณ์เข้าขั้นลำบาก 

                    

นอกจากนี้ในเดือนมีนาคม แบงก์ชาติยังเตรียมจะหั่นเป้าจีดีพีปีนี้ลงจากเดิมที่คาดโต 2.8% ซึ่งก่อนหน้านั้นช่วงปลายเดือนมกราคมผู้บริหารแบงก์ชาติเพิ่งจะบอกว่าจีดีพีปีนี้ไม่น่าจะโตไม่ถึง 2.5% เพราะเจอประเด็นไวรัสโคโรน่ากระทบซ้ำ

 

 

ดังนั้น การลดดอกเบี้ยคราวนี้จึงไม่ถือว่าเซอร์ไพร์ส เพราะถ้าไม่ลดสิเรื่องแปลก ในเมื่อเศรษฐกิจในประเทศมีแนวโน้มฟุบ แบงก์ชาติจึงจำเป็นต้องใช้กระสุนที่มีในมือช่วยประคองไว้ เพราะขืนยังไม่ทำอะไรก็รับประกันคราวนี้เศรษฐกิจบ้านเราอาจสลบไสลซมพิษโคโรน่าอีกนาน 

 


เพราะอย่างที่เคยบอกไปเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า เราแทบไม่เหลือตัวขับเคลื่อนอะไรมาช่วยได้เลย ทั้งส่งออก การบริโภค การลงทุน งบประมาณ เพราะฉะนั้นการลดดอกเบี้ยจึงกลายเป็นพระเอกมาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไว้ได้บ้างไม่มากก็น้อย  

 


 แถมแบงก์ชาติยังบอกอีกว่า หากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น ก็พร้อมจะลดดอกเบี้ยให้อีก เผลอๆปีนี้ไม่แน่เราอาจเห็นดอกเบี้ยบ้านเราต่ำเตี้ยเรี่ยดินเกือบ0% เลยก็เป็นได้ ยิ่งเงินเฟ้อในประเทศไม่มีแนวโน้มเร่งตัว และยังอยู่ในกรอบที่ประเมินไว้ ก็ไม่มีปัญหาที่จะลดดอกเบี้ยลง 

                    

จะมีก็แต่แบงก์พาณิชย์นี่แหละ แม้จะต้องลดอัตราดอกเบี้ยลงตามนโยบายของผู้คุมกฎ แต่รอบนี้ก็เหมือนจะเฉือนหน้าตัวเองไม่ใช่น้อย เพราะเมื่อลดดอกฯ ก็เท่ากับรายได้ที่จะหายไป   

 


ศูนย์วิจัยกสิรกรฯ มองไว้ค่อนข้างน่าสนใจ ไม่น้อยว่า แม้ในรอบนี้ธนาคารพาณิชย์ไทยจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ (ลดลง 0.10-0.25%) และประจำ (ลดลง 0.05-0.25%) สำหรับนิติบุคคลและลูกค้าสถาบันต่างๆ นอกจากเงินกู้ แต่เนื่องจากยังไม่สามารถรับรู้ต้นทุนที่ลดลงจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำดังกล่าวได้ทันที 

 


ขณะเดียวกันดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์สำหรับนิติบุคคลและสถาบันต่างๆ มีสัดส่วนประมาณ 20% ของเงินฝากทั้งหมดเท่านั้น ดังนั้น จึงช่วยลดทอนผลจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมในขนาดที่มากกว่า (ลดลง 0.25%) และกระทบพอร์ตสินเชื่อในสัดส่วนที่มากกว่า ได้เพียงระดับหนึ่งเท่านั้น                     

 


เพราะฉะนั้นศูนย์วิจัยฯ คาดว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยของระบบธนาคารพาณิชย์ไทยในไตรมาส 1/2563 ประมาณ 0.03-0.07% ต่อปี หรือคิดเป็นผลกระทบต่อกำไรสุทธิปี 2563 ประมาณ 2-5%

 


เมื่อมีผลดี ก็ต้องมีผลเสีย ไม่มีใครได้-เสีย 100% ถือว่าช่วยๆ กันไปกับสถานการณ์แบบนี้ 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh