บทบรรณาธิการ

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: กองบรรณาธิการ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

honghern@efinancethai.com

ฝุ่นตลบ ... นับถอยหลังเลือกตั้ง

ฝุ่นตลบ ... นับถอยหลังเลือกตั้ง

      มาแล้วเทศกาลฝุ่นตลบ เรียกว่าคุ้นหูกันดีสำหรับประชาชนชาวไทยทุกคน ยิ่งใกล้เลือกตั้ง ฝุ่นก็จะยิ่งตลบมากขึ้นไปอีก เพราะอย่างที่รู้ๆ กันดีว่าบรรดาพรรคการเมืองจะเริ่มยุทธการ "ดูด" นักการเมืองเข้าพรรคกันแล้ว 

    เมื่อวันที่ 26 พ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งต้องถือว่าเป็นวันครบ ""เส้นตาย"  ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่กำหนดให้ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ต้องสังกัดพรรคการเมืองไม่น้อยกว่า 90 วันจนถึงวันเลือกตั้ง หากการเลือกตั้งเกิดขึ้นวันที่ 24 ก.พ. 62 ตามโรดแมพที่รัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระบุไว้ จึงทำให้เห็น อดีตส.ส. หลายต่อหลายคน ย้ายซบพรรคโน่นพรรคนี้กันเต็มไปหมด 
    โดยเฉพาะอดีต ส.ส. พรรคเพื่อไทย ของอดีนนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ที่ย้ายพรรคมากกว่าใครเพื่อน แถมมี ส.ส. หลัก ที่เป็นอดีตรัฐมนตรีเปลี่ยนขั้วการเมืองมาอยู่กับ พรรคพลังประชารัฐ (ที่คุณก็รู้ว่าหนุนฝ่ายไหน) เสียด้วย อย่าง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน และ นายวราเทพ รัตนากร  พาสมาชิกในสังกัดทั้งหมดข้ามห้วยมาอยู่ ทำเอาฮือฮากันไม่น้อย แต่เรื่องการเมืองไม่เข้าใครออกใคร จึงไม่แปลกที่เราจะเห็นอดีตเพื่อไทยมาซบอก ปัจจุบันอย่างพลังประชารัฐ (พปชร.) หรือแม้แต่ พรรคประชาธิปัตย์ ก็ต้องเสีย ส.ส. ให้กับพปชร. ไปอีก 14 คนด้วย  งานนี้พรรคใหม่ พปชร. เลยมาแรงแซงแทบจะพรรคการเมือง 
     และหลังวันที่ 7 ธ.ค. หากการหารือร่วมกันระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ( คสช.) กับพรรคการเมืองได้ข้อสรุปเพื่อปลดล็อกทางการเมือง ซึ่งจะถือเป็นการประกาศให้อิสระภาพกับนักการเมือง สามารถทำกิจกรรมพรรคการเมืองได้ ประชุมพรรคได้ หาเสียงได้ หาสมาชิกพรรคได้ เราอาจจะเห็นฝุ่นตลบอบอวลหนักกว่าเดิมอีก และหลังจากนี้แหละที่บรรยากาศการหาเสียงแบบเก่าๆ เดิมๆ คงกลับมาให้คุ้นหู คุ้นตากันอีกครั้ง เพราะตั้งแต่รัฐบาล คสช. เข้ามาบริหารประเทศกว่า 4 ปี กิจกรรมทางการเมืองทุกอย่างถูกปิดตาย การปลดล็อกจึงเท่ากับคืนสิทธิ เสรีภาพให้นักการเมืองเลยทีเดียว  แม้หลายต่อหลายคนอาจจะไม่แน่ใจว่าการเมืองบ้านเราจะกลับเข้าอีหรอบเดิมหรือไม่ แต่อย่างน้อยหากกระบวนการเลือกตั้งทุกอย่างเดินได้ตามแผน ก็เป็นหน้าที่ที่ประชาชนอย่างเราๆ ท่านๆ ต้องทำหน้าที่ตามสิทธิ์ ส่วนจะใช้สิทธิ์แบบใดก็ขึ้นกับวิจารณญาณ

      ล่าสุดเราน่าจะใกล้นับถอยหลังเข้าสู่เลือกตั้งไปอีก 1 สเต็ป หลังจากเมื่อวันพฤหัสบดี (29 พ.ย.) ที่ผ่านมา เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรื่อง การแบ่งเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ ส.ส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง  ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) โดย กกต. มีมติพิจารณาการแบ่งเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวนรวม 350 เขตเลือกตั้ง  ซึ่งเรียกว่าเป็นการปรับเขต มีทั้งยุบรวม แยก และจัดแบ่งพื้นที่ใหม่ อย่างกรุงเทพมหานคร เหลืออยู่ 30 เขตเลือกตั้ง จากเดิมที่มี 50 เขตเลือกตั้ง ส่วนประเด็นที่มองว่าเป็นการเอื้อพรรคใดพรรคหนึ่ง ตามที่เป็นข่าวออกมาทันทีที่ กกต.ประกาศนั้น ก็สุดแล้วแต่ใจจะคิด ถ้าไม่น่าเกลียดจนเกินไปนักก็พอทนได้ 
     เลือกตั้งไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับเรา แต่มักจะมีสิ่งใหม่ๆ เสริมเข้ามาให้เห็นกันประจำ ไม่ว่าจะเป็นวิธีการ หรือแนวทางการปฏิบัติ ในครั้งนี้ก็เหมือนกัน การเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญปี 2560 ก็ไม่ใหม่สำหรับเรา แต่กระบวนการ การเปลี่ยนแปลงบางเรื่องก็ถือว่าใหม่อย่างเช่นการแบ่งเขต ที่เมื่อถึงวันประกาศเลือกตั้งที่ชัดเจน แน่นอน ก็คงจะมีความคุ้นเคยมากขึ้นแล้ว และเชื่อแน่ว่าก่อนถึงวันเลือกตั้ง 24 ก.พ. (ถ้าไม่เหตุให้เลื่อน) คงได้เห็นการโฆษณาหาเสียงของนักการเมืองกันไม่เว้นแต่ละวัน ส่วนใครจะอยากเลือกตั้ง หรือว่าใครเบื่อการเมืองไปนานแล้ว ก็ยังมีเวลาให้พินิจ พิจารณา หรือเปลี่ยนใจได้ เพราะการเมืองไม่ใช่เรื่องของนักการเมือง แต่เป็นเรื่องของประชาชนทุกคน  

        อย่างน้อยพอมีรัฐบาลใหม่ มีเปิดสภา มีอภิปรายฯ เราก็ยังได้ดูอะไรสนุกๆ เวลามีถ่ายทอดสด ... เผลอๆ สนุกกว่าดูละครเสียอีก .... เพราะพวกเขากำลังจะกลับมา มาทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงให้เรานั่นเอง  







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh