สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

บทบรรณาธิการ

| 5 ตุลาคม 2561

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: กองบรรณาธิการ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

honghern@efinancethai.com

คุมเข้มสินเชื่อบ้าน …. เกาถูกที่คันแล้ว ???

คุมเข้มสินเชื่อบ้าน …. เกาถูกที่คันแล้ว ???

    หลังจากที่ตั้งท่ามาพักใหญ่ๆ ในที่สุดธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ แบงก์ชาติ ก็เอาจริงด้วยการประกาศเกณฑ์คุมเข้มสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ออกมาเมื่อวันพฤหัสบดี ( 4 ต.ค.) เรียบร้อยวังบางขุนพรหม 

    งานนี้เล่นเอาบรรดาผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์หลายราย ร้องโอดโอย โดยเฉพาะรายที่เกณฑ์มีผลกระทบตรงๆ เพราะคราวนี้แบงก์ชาติพุ่งเป้าไปที่ บ้าน และ คอนโดมิเนียม หลังที่ 2 และบ้าน – คอนโดฯ ที่มีราคาตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป ต้องวางเงินดาวน์ 20%  ของมูลค่าบ้าน ซึ่งหมายถึงแบงก์ชาติให้ใช้เกณฑ์ LTV (Loan to Value)  หรืออัตราส่วนการปล่อยสินเชื่อเมื่อเทียบกับมูลค่าบ้านเพียง 80% จากปัจจุบันที่ให้อยู่ 90-95% ซึ่งเท่ากับว่าจากนี้ไปคนจะซื้อบ้านสามารถกู้เงินได้เพียงแค่ 80% เท่านั้น หรือง่ายๆ ก็คือจะซื้อบ้าน ซื้อคอนโดฯ อย่างน้อยต้องมีเงินออมของตัวเอง 20% ของมูลค่าที่อยู่อาศัยที่จะซื้อ
     การออกเกณฑ์ครั้งนี้ แม้ไม่ถึงกับเขย่าวงการอสังหาฯ แต่ก็เชื่อว่าจะมีแรงกระเพื่อมให้มีการเตรียมตัวกันแน่นอน ก่อนจะประกาศใช้จริงในวันที 1 ม.ค.ปี 62  โดยวันที 11 ที่จะถึงนี้แบงก์ชาติจะเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเข้าชี้แจง และรับฟังความคิดเห็น จะแก้ไข หรือจะปรับปรุง จะใช้หรือไม่ใช้ หรือผลจะออกมาทเป็นอย่างไรนั้น เชื่อว่าไฮไลท์น่าจะอยู่ที่วันที่ 11 โดยเฉพาะบรรดาผู้ประกอบการที่เข้าเกณฑ์เต็มๆ ซึ่งถ้าจะให้มองคร่าวๆบรรดาอสังหาฯ บ้าน และคอนโดฯ ระดับ ไฮเอนด์ ที่เห็นชัดๆ ก็มีอยู๋ไม่กี่ราย และล้วนแต่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หรือ บจ. เสียส่วนใหญ่

     ส่วนเหตุผลหลักๆที่แบงก์ชาติออกเกณฑ์นี้ หลักๆ ก็มาจากการความกังวลเรื่องการเก็งกำไรในอสังหาฯ จนก่อให้เกิดภาวะฟองสบู่ ที่กลายเป็นความเสี่ยงกับภาคการเงิน และเศรษฐกิจของประเทศนั่นเอง เพราะหากจำกันได้ดีก่อนหน้านั้น ทางผู้ว่าแบงก์ชาติ ก็เคยส่งสัญญาณเตือนกันมาแล้วว่าเริ่มเห็นการปล่อยสินเชื่อ ที่มากเกินพอดี รวมไปถึงภาวะโอเวอร์ซัพพลายของอสังหาาฯ บางส่วน และในฐานะผู้กำกับดูแล มาตรการนี้ก็ทำออกมาดูและครอบคลุมทั้งสถาบันการเงิน ผู้ประกอบการ และประชาชนไปพร้อมๆ กัน
    และหากจะมองกันจริงๆ แล้ว สำหรับคนที่ตั้งใจจะซื้อบ้าน และเป็นบ้านหลังแรก ก็ไม่น่าจะได้รับผลกระทบอยู่แล้ว เพราะถ้าจะให้ประเมิน ส่วนใหญ่คนที่ซื้อบ้านหลังแรกในราคา 10 ล้านขึ้นไป ก็เป็นประเภทที่มีรายได้สูงอยู่แล้ว ส่วนที่มีบทวิเคราะห์ว่าบรรดาคนมีตังค์ ซื้อบ้านราคาแพงมี NPL มากนั้น เชื่อว่าน่าจะเป็นพวกที่มุ่งเน้นซื้อมาเก็งกำไรมากกว่าอยู่เอง ซึ่งเกณฑ์แบงก์ชาติคราวนี้ก็มุ่งหวังจะจะสกัดคนกลุ่มนี้ เพราะบทเรียนที่เราเคยเห็นมาก่อนในอดีต ฟองสบู่อสังหาฯ ที่เกิดจากการเก็งกำไร มันน่ากลัวขนาดไหน อีกทั้งแนวโน้มดอกเบี้ยกำลังจะเป็นขาขึ้นแบบนี้ด้วย จึงน่าจะเป็นช่วงจังหวะเวลาที่เหมาะสมกับการออกมาตรการคุมเข้ม
     แต่อย่างไรก็ดี เกณฑ์คุมเข้มก็มีทั้งผู้เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะผู้ที่เกียวข้องโดยตรง บางรายที่เห็นด้วยก็มองว่าจะส่งผลดีในระยะยาว ลดความเสี่ยงจากการขาย อีกทั้งมองว่าคนที่ซื้อบ้านหลังแรกส่วนใหญ่จะเป็นคนที่ซื้อเพื่ออยู่จริง ส่วนบ้านหลังที่ 2 ส่วนมากจะใช้เงินสดซื้อมากกว่า ขณะที่ฝั่งไม่เห็นด้วยก็มองว่า จะทำให้คนซื้อชะลอการตัดสินซื้อออกไป เพราะต้องวางดาวน์สูงขึ้น และที่กระทบแน่ๆ ก็คือกลุ่มลูกค้าที่วางดาวน์ไปแล้วก่อนหน้านี้ และกำลังรอการโอน จะได้รับผลกระทบและไม่สามารถโอนบ้านได้ หากไม่มีเงินดาวน์มาวางให้ครบ 20%

    ดังนั้นที่แน่ๆ ยิ่งกว่าแช่แป้ง หากกลัวลูกค้ากระทบ ซึ่งหมายถึงผู้ประกอบการก็กระทบด้วย ช่วง  3 เดือนสุดท้ายของปีนี้ หรือโค้งสุดท้ายของปีก่อนมาตารการใหม่จะใช้ เราจะได้เห็นมหกรรม เร่งขายและโอนกรรมสิทธิ์กันสนุกสนานเพื่อหนีเกณฑ์ใหม่ เรียกว่ารีบปิดจ็อบกันก่อน ส่วนปีหน้าเกณฑ์ใหม่ออกมาก็ค่อยมาว่ากันอีกที  
    แต่ก็อย่างที่บอกแต่แรกนั่นแหละ ไม่ใช่เงินถุงเงินถัง ถ้าคิดจะซื้อบ้าน ซื้อคอนโดฯ ระดับ ที่จับต้องได้ ก็ไม่เห็นต้องเดือดร้อนอะไรกับมาตรการแบงก์ชาติ เพราะถ้ามองจากตลาดบ้าน ตลาดคอนโดฯ ปัจจุบัน ระดับราคาที่คนส่วนใหญ่รับได้ และมีกำลังซื้อได้ คงไม่เกิน 5 ล้านบาท ซะเป็นส่วนใหญ่ ตลาดบ้าน คอนโด ระดับกลางลงไป หรือขึ้นไป แต่ยังไม่ถึงระดับไฮเอนด์ ก็ยังคงเป็นตลาดหลักอยู่ดี ซึ่งไม่น่าจะกระทบกระเทือนอะไรมากมายนัก
     เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ ปล่อยให้เศรษฐีเดือดร้อนกันไป หรือจะว่าไปแล้วเศรษฐีจริงๆ จะซื้อบ้านหลังบละ 10 ล้านทั้งที ก็คงไม่มานั่งเดือดร้อนว่าต้องดาวน์เท่าไหร่หรอกมั่ง 
     "แบงก์ชาติเกาถูกที่คันแน่แล้วใช่มั๊ย" 


RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh