บทบรรณาธิการ

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: กองบรรณาธิการ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

honghern@efinancethai.com

"พี่นี้มีแต่ให้" ของขวัญปีใหม่มีให้ทุกปี

     เหลืออีกไม่กี่วันก็จะครบปี 2561 แล้ว ปีก่อนก็ว่าเวลาผ่านไปไวแต่พอมาปีนี้ เวลายิ่งผ่านไปไวกว่าเดิมเสียอีก เผลอแป๊ปเดียวจะเข้าปี 2562 แต่ก่อนจะเข้าเรื่องของเราต้องขอเป็นกำลังใจให้กับเพื่อนๆ สื่อมวลชนที่ถูกพิษเศรษฐกิจรุมเร้า จนต้องออกจากงานแบบคาดคิดไม่ถึง  สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ในฐานะที่เป็นสื่อมวลชนเช่นกันก็ขอให้เพื่อนๆทุกคน ก้าวผ่านความยากลำบากในปีนี้ไปให้ได้ 

     ดังนั้นเห็นแบบนี้ ในฐานะที่เป็นทั้งสื่อฯ และประชาชนคนหนึ่ง ก็ต้องบอกว่าปีนี้เป็นอีกปีจริงๆ ที่ไม่มีอะไรง่ายเลย ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมแม้อาจจะดีขึ้น ในแง่มุมของตัวเลขที่เห็นกัน แต่ความเป็นจริงแล้วนั้น หลายๆคน หลายๆภาคส่วนก็ยังบอกเป็นเสียงเดียวกันว่ายังทำมากินลำบากกันอยู่ และดูเหมือนรัฐบาลเองก็จะรู้ดี เลยทยอยออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และการใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง และไม่บอกก็รู้ว่าสารพัดนโยบายประชานิยมทั้งหลายนั่นเองที่เป็นหัวหอกของรัฐบาลชุดนี้ นับนโยบายหลักๆ ที่ออกมาตั้งแต่กลางปี จนถึงตอนนี้ก็กว่า 2 แสนล้านบาทเลยทีเดียว  
    ไล่เรียงตั้งแต่ มาตรการเกษตรช่วยเหลือชาวนา 9.8 หมื่นล้านบาท และมาปูพรมเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจนปีละอีก 3 หมื่นล้านบาทต่อปี มาตรการช่วยผู้มีรายได้น้อยทั้ง ค่าเช่าบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าใช้จ่ายปลายปี อีก 3.8 หมื่นล้านบาท มาตรการบ้านล้านหลัง 6 หมื่นล้านบาท ช่วยค่าน้ำมันวินมอเตอร์ไซด์ 600 ล้านบาท ช่วยเกษตรกรชาวสวนยาง 1.8 หมื่นล้านบาท ช่วยราคาปาล์มอีก 3.45 พันล้านบาท ช่วยยาสูบ อีก 159 ล้านบาท และล่าสุด ช็อปช่วยชาติ ประมาณ 1.6 พันล้านบาท และใหม่ๆ สดๆ คือ แต๊ะเอียช่วยชาติ อีกประมาณ 6-7 พันล้านบาท รวมแลัวรัฐบาลควักเงินงบประมาณแค่ปีนี้ ปีเดียว กว่า 2.5 แสนล้านบาท 
                           
    ถ้าจะบอกว่ารัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ถือเป็นรัฐบาลที่ทุ่มงบฯ ค่อนข้างมหาศาล สำหรับการงัดมาตรการช่วยเหลือประชาชน หรือง่ายๆ ก็ประชานิยมที่ท่านนายกฯ มักจะไม่ยอมให้ใช้ ก็ไม่น่าจะแปลก เรียกว่ามากกว่ารัฐบาลก่อนหน้าหลายๆ ชุดเสียด้วยซ้ำ เป็นรัฐบาล "พี่นี้มีแต่ให้" ของแท้ เพราะแจกจริง แจกหนัก ขนาดค่าเช่าบ้านยังช่วยจ่าย แบบนี้มีที่ไหน ถูกใจคนมีรายได้น้อย  ส่วนคนระดับกลางๆ มนุษย์เเงินเดือน ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มี อย่างน้อยของขวัญปีใหม่ "มาตรการช็อปช่วยชาติ" ก็มีมาให้ 3 ปีติดกันก่อนหน้าแล้ว ตั้งแต่เมื่อปี 2558 ระยะเวลา 7 วัน ระหว่างวันที่ 25-31 ธ.ค.2558  ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 14-31 ธ.ค.2559 รวมระยะเวลา 18 วัน และครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 11 พ.ย.-3 ธ.ค.2560 เพิ่มระยะเวลาเป็น 23 วัน มากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ซึ่งนอกจากจะทำให้ภาพรวมของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ผ่านมาคึกคัก ยังทำให้ประชาชนได้รับอานิสงส์ในการซื้อสินค้า ทั้งจากร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้า ค่าอาหารและเครื่องดื่มจากร้านอาหาร หรือแม้แต่โรงแรม  บริการนวดหน้า สปา ค่าซื้ออุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ อะไหล่รถยนต์ ค่าซ่อมรถที่มีการซ่อมแล้วเสร็จ และชำระค่าบริการ ที่รัฐบาลของลุงตู่ ให้มาหมดแล้ว
    ส่วนครั้งที่ 4 คือปีนี้ ที่ช้อปช่วยชาติมาแปลกแหวกแนว โดยอนุญาตให้สินค้าเพียง 3 ชนิดที่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ ประกอบด้วย 1.ยางรถยนต์ 2.หนังสือและ e-Book และ 3.สินค้าโอท็อป (หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์) ภายในระหว่างวันที่ 15 ธ.ค.2561 จนถึงวันที่ 15 ม.ค.2562 รวม ซึ่งถือเป็นการขีดเส้นให้กับสินค้าที่เข้าร่วมโครงการได้ไม่มากเหมือนปีก่อนๆ  เพราะรัฐบาลต้องการช่วยเหลือสินค้าหรือคนบางกลุ่มที่ต้องได้รับความช่วยเหลือ เช่น ยางพาราที่ราคาตกต่ำ เช่นเดียวกันสินค้าโอทอป และอุตสาหกรรมหนังสือ หลังจากสื่อออนไลน์ข้ามามีบทบาท จนทำให้คนอ่านหนังสือน้อยลง 
    แต่ก็เหมือนรัฐบาลจะเข้าใจดีว่า ช็อปช่วยชาติคราวนี้ คงจะน้อยไป เลยใจป้ำออกมาตรการแต๊ะเอียช่วยชาติ เรียกว่าจัดหนักกันเลย โดยออกโครงการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ให้แก่ประชาชนทั้งประเทศ ในช่วงเทศกาลตรุษจีนระหว่าง 1-15 ก.พ. 2562  ที่ซื้อสินค้าไม่เกิน 20,000 บาทต่อคน  รัฐบาลก็จะคืนภาษีแวต 5% โดยสามารถซื้อสินค้าได้ทุกประเภทที่มีการจดทะเบียนภาษีแวต ยกเว้นสินค้ากลุ่มอบายมุข ซึ่งคาดว่าจะสามารถคืนภาษีแวตให้ประชาชนได้ในวันที่ 15 มี.ค. 2562 ของขวัญปีใหม่ต่อเนื่องตรุษจีนกันไปเลย มีที่ไหน "แต๊ะเอียช่วยชาติ" แต่รัฐบาลชุดนี้ทำให้ได้  
                 
     เพราะฉะนั้นเมื่อดูแบบนี้ ต้องยอมรับในความใจถึง พึ่งได้ของรัฐบาลจริงๆ ส่วนที่บอกว่าไม่ใช่เป็นการหาเสียงก่อนเลือกตั้ง หรือไม่ได้เป็นประชานิยม ก็สุดแล้วแต่ใจจะคิดและมองกันไป เพราะถ้ามองกันแบบไม่ลำเอียง หรือมีอคติยังไงประชาชนก็ได้ประโยชน์ล้วนๆ หากใช้ถูกทาง ใครจะหวังผลทางการเมืองจากนี้ไปนั้น เรายังตอบไม่ได้ คงต้องไปรอดูกันตอนประกาศเลือกตั้งชัดๆ กันอีกที 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh