สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

บทบรรณาธิการ

| 4 พฤษภาคม 2561

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: กองบรรณาธิการ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

honghern@efinancethai.com

"Avengers" กู้จักรวาล MAJOR

       ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา เรื่องที่บรรดาคอภาพยนตร์ฮือฮาที่สุด ก็หนีไม่พ้น ภาพยนตร์เรื่อง  " Avengers: Infinity War มหาสงครามล้างจักรวาล " ภาพยนตร์เรื่องที่ 19 ในจักรวาลภาพยนตร์ของมาร์เวล (Marvel Cinematic Universe) จนสร้างปรากฎการณ์และสถิติใหม่ๆ เกิดขึ้นในตลาดหนังบ้านเรา และปลุกกระแสการชมภาพยนต์ในโรงภาพยนตร์หรือโรงหนัง ให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจากซบเซาไปพักใหญ่จากการดูหนังผ่านอินเตอร์เน็ต  

      สถิติที่ต้องพูดถึงของ Avengers อย่างแรก ก็คือยอดจองตั๋วล่วงหน้า โดยข้อมูลจากทาง บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)หรือ MAJOR เปิดเผยว่า  หนังเรื่องนี้มียอดจองล่วงหน้าเฉพาะโรงหนังในเครือ มากกว่า 1 แสนราย จนทำให้ทาง MAJOR ต้องอัดหนังเรื่องนี้เข้าไปในทุกรอบ ทุกโรงเท่าที่จะทำได้ แถมเพิ่มรอบฉายในสัปดาห์แรก ในบางสาขา แบบ 24 ชั่วโมง โดยมีทั้งรอบ 03.00 น. และ 06.00 น. พูดแบบภาษาชาวบ้านก็คือ มีหนังฉายรอบตี 3 กับ 6 โมงเช้า ซึ่งไม่เคยมีหนังเรื่องไหนทำให้โรงหนังต้องยอมลงทุนทำขนาดนี้มาก่อน   
      มาดูเรื่องรายได้กันหน่อย จากวันฉายวันแรก 25 เม.ย. - วันนี้ (4 พ.ค.61) กระแสของหนังเรื่องนี้ยังไม่ตก ด้วยตัวหนังที่เป็นหนังฟอร์มยักษ์ดูได้ทุกเพศทุกวัย แถมกระแสการพูดปากต่อปาก รวมถึงกระแสโลกโซเชียลกับคำว่า "ห้ามสปอยล์" หรือห้ามเล่าเนื้อเรื่องให้คนที่ยังไม่ได้ดูฟังนั้นยิ่งกระตุ้นความอยากให้คนที่ไม่คิดจะดูหนังเรื่องนี้แห่เข้าไปดูในโรงมากขึ้น โดยรายได้เปิดตัวในไทยวันแรกของ  Avengers: Infinity War กวาดรายได้สูงถึง 55 ล้านบาท สร้างสถิติเป็นภาพยนตร์เรื่องเดียวที่เข้าฉายในไทยที่ทำรายได้แตะหลัก 50 ล้านบาทภายในเวลาแค่วันเดียว และยังสร้างสถิติทำรายได้แตะหลัก 100 ล้านบาท และ 200 ล้านบาทเร็วที่สุดในไทยด้วย ส่วนยอดล่าสุดแบบตัวเลขกลมๆ ณ วันที่ 3 พ.ค.61 อยู่ที่ 500 ล้านบาทเข้าไปแล้ว   แต่สุดท้ายตัวเลขจะไปจบที่เท่าไหร่ต้องติดตามตัวเลขสุทธิอีกครั้ง ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลา 3-4 สัปดาห์โดยประมาณจนกว่าหนังจะลาโรง    
    
     และเมื่อหนังได้กระแสความนิยมอย่างล้นหลามขนาดนี้ บรรดาโรงหนังก็ได้รับอานิสงส์ตามไปด้วยโดยเฉพาะ MAJOR ที่นักวิเคราะห์ได้ออกมาประเมินเลยว่า การมาของ Avengers จะทำให้รายได้ และกำไรในไตรมาส 2/2561 เป็นไตรมาสที่ดีที่สุดเลยที่เดียว
     บล.ฟิลลิป ได้ประเมินว่า แม้ในไตรมาสแรกของปี กำไรสุทธิของ MAJOR จะอยู่ที่ 258 ล้านบาท ลดลงประมาณ 1.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน  แต่ในไตรมาส 2  มีลุ้นกำไรเติบโตจากการเข้ามาของหนังอย่าง   Avengers: Infinity War   /  Deadpool 2  / Jurassic World: FallenKingdom  / Solo: A Star Wars Story และ Rampage  
     ขณะที่ บล.เมย์แบงก์กิมเอ็ง มั่นใจเลยว่า  กำไรไตรมาส 2 ของ MAJOR เพราะนอกจาก  Avengers ถล่มทลายแล้ว อีกหนึ่งรายได้ที่ตามมาก็คือรายได้โฆษณาที่เข้ามา โดยเฉพาะโฆษณาก่อนหนังฉาย ที่หลายคนเข้าไปดูหนังแล้วพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ารอบนี้โฆษณาเยอะมากกว่าปกติ แต่ก็เป็นภาวะที่จำยอมเพื่อได้ดูหนังเรื่องนี้         
    ส่วนครึ่งปีหนัง MAJOR เองก็ยังอัดหนังฟอร์มยักษ์เข้ามาต่อเนื่อง  ทั้ง  M:I 6,  Ant-Man and the Wasp, The Predator, X-Men: DarkPhoenix และ Mulan ก็ยิ่งจะทำให้กำไรทั้งปีฟื้นตัวแบบมีนัยสำคัญ 
    
      เมื่อกระแสการดูหนังในโรงกลับมาแล้ว  ก็เป็นสัญญาณที่ดีของผู้ประกอบการโรงหนัง ที่จะนำจังหวะนี้หันมาทำการตลาด หารายได้ให้มากขึ้น แต่ที่อยากฝากโรงหนังทั้งหลายไว้  จะทำอะไรก็ให้พอเหมาะพอควร  เพราะหากตั้งใจหากำไรมากไปจนเกินงาม เชื่อได้ว่าผู้ชมจะรู้สึกได้เองว่ากำลังถูกโรงหนังเอาเปรียบอยู่  อย่างที่เคยมีกระแสบ่นเรื่องราคาตั๋วของหนังแต่ละเรื่องที่ไม่เท่ากัน หนังดีขึ้นราคา แต่หนังห่วยไม่ลดราคา หรือจะเรื่องโฆษณาที่ประโคมก่อนหนังฉายที่มากเกินไป  หรือแม้แต่กระทั่งของกินหน้าโรงหนัง ทั้งป็อบคอร์น - เครื่องดื่มที่ราคาแพงหูฉี่จะแทบซื้อไม่ลง  เพราะกลัวเหลือเกินว่าในยุคที่หนังออนไลน์เข้าถึงทุกบ้านได้แบบนี้ อาจจะทำให้คอหนังทั้งหลายอาจจะโบกมือลาโรงหนังไปแบบถาวรก็เป็นได้  
     ถ้อยที่ถ้อยอาศัย อย่าเอาเปรียบกันมากเกินไป แค่นี้แหละที่คอหนังส่วนใหญ่ต้องการ  "คนดูอยู่ได้ โรงหนังก็อยู่ได้เช่นกัน "   


RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh