บทบรรณาธิการ

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: กองบรรณาธิการ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

honghern@efinancethai.com

เลือกตั้งมาแน่

เลือกตั้งมาแน่

      ใกล้เข้ามาแล้ว สำหรับการเลือกตั้งซึ่งหากเป็นไปตามโรดแมพที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) วางไว้ 

      อย่างที่เราๆ ท่านๆ ทราบคือวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ปีหน้า ซึ่งจะว่าไปแล้วข่าวลือที่ว่าทาง คสช. แทงกั๊กบ้าง ดึงเรื่องบ้าง อะไรต่อมิอะไรที่จะทำให้กระบวนการเลือกตั้งต้องล่าช้าออกไป คงเป็นแค่เสียงลือ เสียงเล่าอ้างกันไป เพราะพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีก็ยืนยันหนักแน่นว่าทุกอย่างจะเป็นไปโรดแมพชัดเจน ซึ่งเท่าที่เห็นตอนนี้กระแสต่อต้านต่างๆ ก็ลดน้อยลงไปมาก เมื่อเทียบกับช่วงต้นปี หลังจากบรรดาบิ๊กๆในรัฐบาลออกมาย้ำกันหนักแน่น 
      ล่าสุดที่เห็นชัดเจนมากขึ้น เรื่องการเลือกตั้งก็คือประเด็นที่ คสช. เตรียมออกคำสั่ง มาตรา 44 เปิดโอกาสให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมทางการเมืองได้ เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ซึ่งเป็นการแสดงจุดยืนอีกครั้งว่า คสช.ไม่ได้มุ่งหวังให้การเลือกตั้งล่าช้ากว่าที่เคยกำหนดไว้ โดยคาดว่าการปลดล็อคให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมได้ในเดือน ก.ย.-ธ.ค.61 หลังกฎหมายลูกเรื่องการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว.ประกาศใช้ 
       ตามข่าวก่อนหน้านี้นั้น กิจกรรมที่จะปลดล็อกให้พรรคการเมือง ก็มี การประชุมพรรคเพื่อรับสมัครสมาชิกเพิ่มเติม การแก้ไขข้อบังคับพรรคการเมือ ให้สามารถเลือกหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรค รวมถึงแก้ไขข้อขัดข้องตามที่พรรคการเมืองเสนอมา เช่น  เวลาในการจัดให้มีทุนประเดิม การสรรหาผู้สมัครวมถึงการทำไพรมารีโหวต หรือ ระบบการคัดเลือกผู้สมัครขั้นต้น ซึ่งทั้งหมด ทั้งปวงนี้ก็คือการให้ความเป็นธรรมกับพรรคการเมือง ตามเจตนารมณ์ของ คสช.นั่นเอง  ส่วนพวกนักการเมืองจอมเก๋าทั้งหลายจะพอใจกับการปลดล็อกมากน้อยแค่ไหนนั้น ก็ต้องดูกระแสหลังจากนี้ เพราะอย่างน้อย คสช. ก็พร้อมเปิดทางในระดับหนึ่งแล้ว จะให้พอใจ 100% นั้นต้องไปถามใจท่านนายกฯ ตู่เอาเอง   

        นอกจากเรื่องปลดล็อกแล้ว สิ่งที่เห็นสัญญาณว่าการเลือกตั้งไม่น่าจะพลาดเป้าจากโรดแมพก็คือ การโหมเปิดประมูล และเริ่มเดินหน้าก่อสร้างโครงการใหญ่ต่างๆ ออกมาต่อเนื่อง รวมถึงโครงการประชานิยมที่รัฐบาลบอกมาตลอดว่าไม่ใช่ คือการเพิ่มเงินช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยผู้ถือและบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เรียกว่าเป็นก๊อกสุดท้าย หรือเปล่าไม่แน่ใจ ที่รัฐบาลเรียกคะแนนนิยมเพิ่มจากประชาชน นี่ยังไม่รวมการเดินสายประชุม ครม.สัญจร ที่ คสช. ก็เดินหน้าอนุมัติโครงการในส่วนท้องถิ่นช่วยเหลือทั้งจังหวัด ทั้งประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง แม้จะบอกว่าไม่ได้หาเสียง สร้างคะแนนนิยม แต่ก็พอมองออกว่า งานนี้ก็มีกันบ้าง  
       เท่านั้นยังไม่พอ การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจที่หลายสำนัก เปิดเผยออกมาในช่วงครึ่งปีแรก ว่าจีดีพีหรือเศรษฐกิจเติบโตมากกว่า 4.5% นั้น เป็นเรื่องดีที่บอกว่าในระยะเวลา 4 ปีที่เข้ามาบริหารประเทศนั้น เศรษฐกิจดีขึ้นอย่างต่อเนื่องจากจีดีพีที่โตแค่ 0.7% เมื่อปี 57 ที่เริ่มเข้ามาบริหารประเทศ กับตัวเลข 4.8% ในครึ่งแรกของปี 61 เรียกว่าต่างกันราวฟ้ากับเหว เช่นเดียวกับตัวเลขการส่งออก การบริโภคภายใน ซึ่งเติบโตขึ้นอบ่างชัดเจน โดยเฉพาะส่งออกที่บางสำนักประเมินว่า อาจจะโตได้ถึงตัวเลข 2 หลักด้วยซ้ำไป จากเมื่อ 4 ปีก่อนที่ติดลบ แค่นี้ก็เห็นแล้วว่ารัฐบาลชุดนี้ ดึงเศรษฐกิจจากหลุมให้โงหัวขึ้นมาได้มากแค่ไหน  คสช. ได้คะแนนไปเต็มๆ  แม้จะมีเสียงค้านว่ายังโตกระจุก จนกระจาย เงินไม่ถึงมือคนระดับฐานราก คนหาเช้ากินค่ำ แต่เมื่อมองจากดัชนีชี้วัด และตัวเลขที่ออกมา ก็เป็นเรื่องที่รัฐบาลชุดนี้สามารถเคลมผลงานได้ เป็นสิ่งที่การันตีได้ดีก่อนการเลือกตั้งจะเริ่มขึ้น และก็แทบจะเป็นแบบนี้แทบทุกยุค ทุกสมัย ก่อนเลือกตั้งจะมา 

          ขณะที่สถานการณ์ทั่วๆ ไป ตอนนี้ก็เรียกได้ว่าค่อนข้างฝุ่นตลบอยู่เหมือนกัน เมื่อดูจากความเคลื่อนไหวของบรรดาพรรคการเมืองทั้งหน้าใหม่ หน้าเก่า หรือแม้แต่ใหม่ในคราบ ส.ส. เก่า โดยเฉพาะพรรคการเมืองเดิมๆ ยักษ์ใหญ่ อย่างเพื่อไทย ประชาธิปัตย์ ที่พร้อมมากถึงมากที่สุด หากรัฐบาลปลดล็อค ไม่รวมถึงพรรคใหม่มาแรง พลังประชารัฐ ที่พร้อมหนุนท่านนายกฯ รีเทิร์นอีกครั้ง และพรรคม้ามืด ภูมิใจไทย ที่ว่ากันว่าอาจจะมีแคนดิเดทว่าที่นายกรัฐมนตรีจากพรรคนี้  นี่ยังไม่รวมข่าวลือ ที่ว่า 2 รัฐมนตรี สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ และ อุตตม สาวนายน ที่อาจจะลาออกไปเป็น ส.ส. พลังประชารัฐ ที่นัยว่าเป็นการเตรียมพร้อมแต่เนิ่นๆ ก็ถือว่า เป็นการเริ่มนับถอยหลังสู่การเลือกตั้งปีหน้าแล้วเหมือนกัน หากเดือนก.ย. คสช. ประกาศเดินหน้าให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมได้ รับรองว่าโฉมหน้าผู้สมัครเลือกตั้งมีออกมาอีกนับไม่ถ้วน 
          จะว่าไปแล้ว เหลือเวลาเตรียมความพร้อมอีก 6 เดือนเท่านั้น หากโรดแมพเลือกตั้งเกิดขึ้นจริงในช่วงปลายเดือนก.พ. หรืออย่างช้าเดือน พ.ค. หากเตรียมการณ์กันไม่ทัน แต่ยังไงๆ คสช. ก็ต้องเดินหน้าจัดเลือกตั้งให้เกิดขึ้น เพราะเชื่อว่าตอนนี้ ท่านนักการเมืองผู้ทรงเกียรติทั้งหลาย คงพร้อมยิ่งกว่าพร้อมในการคืนสู่สังเวียนการหาเสียงเลือกตั้ง ที่ร้างรากันมานานกว่า 4 ปี เผลอๆ หลายคนคงเตรียมกันมาตั้งแต่กฎหมายเลือกตั้งยังไม่คลอดเสียด้วยซ้ำ ขณะที่ประชาชนคนไทยอย่างเรา ก็คงจะได้เห็นบรรยากาศการหาเสียงกลับมาอีกครั้ง 

           ส่วนจะเป็นการหาเสียงแบบเดิมๆ หรือแบบ 4.0 ที่ ส.ส.ยุคนี้ควรมีบูรณาการเพิ่มขึ้นแล้ว จากบทเรียน และระยะเวลาที่เปลี่ยนไป ยุคสมัยที่กำลังเปลี่ยนผ่าน ก็คงต้องลุ้นกันไป ซึ่งก็ได้แต่หวังว่า  ยุคดิจิทัลแบบนี้ การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในอนาคตก็น่าจะมีอะไรดีๆ เกิดขึ้นบ้าง ทั้งพรรคการเมือง และนักการเมือง ใครๆ ก็คงอยากได้อะไรดีๆ ใหม่ๆ ไม่ใช่เวลาใหม่ แต่การเมืองไทยไม่ใหม่ตาม เพราะหากเป็นแบบเดิมๆ อีก มี Political Disruption ขึ้น ก็อย่าหาว่าไม่เตือนนะจ๊ะ 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh