บทบรรณาธิการ

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: กองบรรณาธิการ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

honghern@efinancethai.com

กลุ่มพลังงาน สอบตกกำไรโค้ง 2

กลุ่มพลังงาน สอบตกกำไรโค้ง 2

           ผ่านพ้นไปอีก 1 ไตรมาสสำหรับเทศกาลประกาศงบการเงินประจำงวดครึ่งปีแรก ปี 61 ของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งผ่านพ้นไปได้ดี ถือว่ารอดตัวไปสำหรับ บจ. เพราะหลายๆ บริษัทสอบผ่าน ผลประกอบการยังดีขึ้น
           โดยการประเมินตัวเลขจาก บล.เอเซียพลัส ภาพรวมกำไรบจ.ครึ่งปีแรก บจ.ทำกำไรได้ราว 5.55 แสนล้านบาท คิดเป็น 50% ของประมาณการทั้งปี 61 ที่เอเซียพลัส คาดไว้ที่ 1.1 ล้านล้านบาท ซึ่งถือว่าสอบผ่าน ทั้งๆที่ก่อนหน้า ต่างกังวลว่าหลายบริษัทอาจทำผลงานได้ไม่ดีอย่างที่คาดไว้ ส่วนงบเฉพาะไตรมาส 2 บจ. 541 บริษัทหรือ 99% ของมาร์เก็ตแคปรวม ทำกำไรรวมกันได้ 2.6 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.9% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่หากเทียบกับไตรมาส 1/61  ลดลง 11.9% โดยกลุ่มที่เป็น real sector ทำกำไรรวมที่ 1.92 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.9% จากไตรมาส2 ปีก่อน แต่ลดลง 15.4% จากไตรมาสแรก 
           นอกจากนี้เอเซียพลัสยังจำแนกกำไรรายกลุ่มออกมาให้ดูว่า กลุ่มไหนกำไรดีไม่ดีอย่างไรด้วย วันนี้เลยเอาข้อมูลส่วนนี้มาฝากเพื่อประกอบการตัดสินลงทุนซักหน่อย  โดยแบ่งเป็น
           กลุ่มที่กำไรเติบโต yoyแต่หดตัว qoq คือ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ เติบโต 65.8%qoq แต่หดตัว 10.2%yoy หลักๆ จาก WHA (-68.8%yoy,-61.1%qoq) อ่อนตัวลงตามฤดูกาลและไม่มีบันทึกกำไรพิเศษจากการขายทรัพยสินเข้ากอง REIT,  AMATA(-26.7%yoy,-41.9%qoq)เพราะค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นจากการขยายธุรกิจในต่างประเทศ และ LH (-5.1%yoy,-38.9%qoq) เกิดจากการตั้งประมาณการหนี้สินค่าซ่อมสาธารณูปโภคและสำรองค่าคดีความ และกำไรปกติที่ลดลง ขณะที่ ANAN (+109%yoy,+303.5%qoq) จากการโอนโครงการ JV ขนาดใหญ่ Aston Chula-Silom และ Ashton Asoke 
           กลุ่มที่กำไรหดตัวทั้ง yoy และ qoq คือ กลุ่มค้าปลีก หดตัว 5.8%yoy และ 4.3%qoq หลักๆ มาจากธุรกิจความสวยความงาม BEUYTY (-6.2% yoy,-9.2%qoq), KAMART(-32.9%yoy,-41.9%qoq) ขณะที่ธุรกิจเกี่ยวกับสินค้าอุปโภคบริโภค MAKRO (-9.6%yoy,-31.6%qoq) ส่วน CPALL, BJC แม้ yoy จะขยายตัว แต่ qoq หดตัวลงจากการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น 
           และกลุ่มพลังงาน ลดลง 0.4%yoy และ 36.1%qoq หลักๆ มาจากหุ้นน้ำมัน PTT(-4.1%yoy,-24.5%qoq), PTTEP (-52.4%yoy,-73.2%qoq) เกิดจากผลกระทบเชิงลบทางภาษีจากเงินบาทที่อ่อนค่า ขณะที่หุ้นโรงไฟฟ้า BGRIM(-48.8%yoy,-70.2%qoq)ขาดทุน Fx, และ GLOW (-36.5%yoy,-31.3%qoq)ต้นทุนค่าก๊าซซและถ่านหินเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมัน บวกกับค่า Ft ที่ถูกตรึงไว้ และการปิดซ่อมบางหน่วยผลิต ทำให้บริษัทมีกำไรที่ลดลง
           โดยหากพิจารณาเป็นรายกลุ่ม เอเซียพลัสบอกว่าใกล้เคียงหรือดีกว่าคาดเกือบทุกกลุ่ม คือ กลุ่ม ไอซีที 61%  อสังหาริมทรัพย์ 56%, กลุ่มท่องเที่ยว 56%, กลุ่มปิโตรเคมี 54% ที่เหลือใกล้เคียงกับประมาณการ แถมหากอิงกำไรตลาดปี 2561 ที่ 110.78  บาทต่อหุ้น พบว่า Expected P/E 2561 ตลาดหุ้นไทยอยู่ที่ 15.30 เท่า ต่ำกว่าตลาดหุ้นในภูมิภาคอย่าง ฟิลิปปินส์ 17.41 เท่า มาเลเซีย 17.16 เท่า เวียดนาม 16.62 เท่า แต่สูงกว่าตลาดหุ้นอินโดนีเซียที่ 14.78 เท่า แต่ไม่รวมตลาดหุ้นจีน ที่แม้ Expected P/E ต่ำเพียง 11.1 เท่า แต่ยังไม่ได้สะท้อนถึงผลกระทบของสงครามการค้าที่น่าจะกระทบต่อเศรษฐกิจและกำไรตลาดหุ้นในปี 2562 ชัดเจนขึ้น  เพราะฉะนั้นจึงคงดัชนีเป้าหมายสิ้นปี 2561 ที่ 1662 จุด อิง P/E 15 เท่า ภายใต้สมมติฐานที่ฟันด์โฟลว์ ไมไหลกลับเร็ว  
           ข้ามฟากมาดูรายตัวกันบ้าง เอเซียพลัสหั่นเป้ากำไร บจ. ปีนี้ลงทั้งหมด 15 บริษัท โดยปรับลดคาดการณ์กำไรปี 61 ตั้งแต่ 10% ขึ้นไป ได้แก่ TPIPL ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปีนี้ลงจากเดิมถึง 88%, TRUE 53%, ITD 48%, TPIPP 29%, TFG 26%, TU 21%, BCPG 21%, BR 20%, JWD 20%, EASTW 19%, TVO 15%, SYNTEC 15%, PYLON 12%, IRPC 12% และ GFPT 11%
           ขณะที่ปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรปี 61 ตั้งแต่ 10% ขึ้นไป มี 6 บริษัท ได้แก่ JAS ปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปีนี้ขึ้นจากเดิม 108%, IVL 26%, SVI 25%, SCCC 16%, CHG 12% และ AEONTS 11%
           แบบนี้ถือว่า 6 เดือนที่ผ่านไป บจ. ส่วนมากยังมีผลประกอบการที่ดีให้ผู้ถือหุ้นได้ชื่นใจกันอยู่ แม้กลุ่มหลักอย่างพลังงานจะลดลง แต่ก็เป็นไปตามภาวะราคาน้ำมัน ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้
           ขณะที่กลุ่มอสังหาฯ ปิโตรเคมีฯ ยังไปได้ดีอยู่ ซึ่งเมื่อเห็นแบบนี้แล้วพื้นฐานรวมของตลาดฯ ก็ยังไม่ได้เลวร้าย แถมราคาหุ้นบ้านก็ไม่แพงไปกว่าประเทศอื่นๆ เมื่อดูจากค่าพี/อี และความผัวผวนของตลาด ที่ขึ้นๆลงๆ อยู่ตอนนี้ก็ล้วนแต่เป็นผลกระทบจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้ทั้งนั้น โดยเฉพาะเรื่องสงครามการค้า หากพี่เบิ้มสหรัฐฯอเมริกายังคงขยันจุดพลุตั้งกำแพงภาษีอยู่ร่ำไปเช่นนี้ ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ตลาดหุ้นบ้านเราจะได้รับผลพวงไปด้วย 
           ยังเหลืออีก 6 เดือนให้ได้ลุ้นกันไป แต่ที่แน่ๆ โบรกฯ ส่วนใหญ่ยังมองโลกในแง่ดีว่าปลายปี SET Index น่าจะแตะ 1750-1800 ได้อยู่ และกำไร บจ. ก็ยังเติบโตได้ต่อเนื่องจากครึ่งปีแรก







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh