บทบรรณาธิการ

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: กองบรรณาธิการ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

honghern@efinancethai.com

ชิมช้อปใช้ ปรอทแตก

ชิมช้อปใช้ ปรอทแตก

 หน้าแตกหมอไม่รับเย็บเลยทีเดียว สำหรับบทบก. เมื่ออาทิตย์ก่อน ที่บอกว่า โครงการ "ชิมช้อปใช้" จะได้รับความสนใจมากจริงๆ เหรอ เพราะเงื่อนไขที่ค่อนข้างมาก และยุ่งยาก 

แต่หลังเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนวันแรกเมื่อวันจันทร์ที่ 23 ที่ผ่านมา และจนถึงขณะนี้ผ่านไป 5 วัน ปรากฎว่า "ชิมช้อปใช้" ฮอทสุดๆ ซึ่งล่าสุดวันที่ 5 ของการลงทะเบียนยอดครบ 1 ล้านตั้งแต่ ตี3 เรียกว่าเต็มเร็วขึ้นเรื่อยๆ จากวันแรกที่ปิดลงทะเบียนไปตอนบ่ายโมงกว่าๆ ถือว่าเป็นโครงการที่ประชาชนให้ความสนใจ และพร้อมใจกันใช้สิทธิโดยถ้วนหน้าเลยทีเดียว และผ่านมาครึ่งทาง 5 ล้านคนที่ลงทะเบียนร่วมโครงการเป็นคนในวัยทำงาน ที่มีอายุระหว่าง 31-60 ปี กว่าครึ่ง และเป็นมนุษย์เงินเดือนเสียส่วนใหญ่ 
  
ส่วนอีก 1 เรื่องที่บอกว่า เงินที่ใช้ในชิมช้อปใช้ ทั้งสิทธิ์แรก 1,000 บาท และสิทธิ์ที่2 รับเงินคืน 15% จากยอดใช้จ่าย 30,000 บาทนั้น ต้องมีบัญชีแบงก์บกรุงไทย หรือ KTB เท่านั้น ก็เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เพราะในแอป "เป๋าตัง" ของ KTB เราสามารถเลือกใช้ได้ 2 แบบ คือ G-Wallet (ในกรณีที่ไม่มีบัญชี KTB) และแบบผู้บัญชี KTB เพราะฉะนั้นจะมีหรือไม่มีบัญชี KTB ก็สามารถใช้เงินในเป๋าตัง ผ่านทาง G-Wallet โดยการเติมเงินเข้าไปได้  เพียงแค่เรามีแอพพลิเคชั่น และลงทะเบียนยืนยันตัวตนของเราผ่านทางบัตรประชาชนเท่านั้น  

ดังนั้นจึงไม่แปลกใจเมื่อ "ชิมช้อปใช้" ดีเดย์วันแรก คนเลยแห่เข้าเวปไซด์สมัคร จนทำให้เวปล่ม เวปอืดกันเป็นพักๆ จนขณะนี้ก็ยังคงมีบางช่วงที่เวปไซด์หน่วงๆ แต่อย่างไรก็ดี ถ้ารัฐบาลไม่ให้ระบุจังหวัดที่จะไปท่องเที่ยว รวมถึงกำหนดระยะเวลาการใช้เงินนานกว่า 14 วันก็น่าจะดีกว่าดี โดยเฉพาะการระบุจังหวัดนั้น บางคนยังไม่รู้เลยว่าจะไปใช้เงินที่ไหนดี ซึ่งหากเปิดกว้างไปเลยจะใช้ในจังหวัดไหนก็ได้ เผลอๆ โครงการอาจจะทะลักจุดแตกมากกว่านี้ก็ได้ 

เพราะฉะนั้นส่วนใหญ่เลยเลือกจะลงทะเบียนในจังหวัด หรือปริมณฑลใกล้ๆ แทน ขณะที่คนที่มีทะเบียนในต่างจังหวัดแต่มาทำงานในกรุงเทพฯ ก็เลือกที่จะใช้ในกรุงเทพฯ ที่น่าจะมีร้านค้า และห้างสรรพสินค้า ที่หาได้ง่ายกว่า โดยเฉพาะบรรดาค้าปลีกขนาดใหญ่ทั้งโลตัส บิ๊กซี หรือห้างสรรพสินค้า อย่างเซ็นทรัล ที่ต่างก็เข้าร่วมรายงาน 

 เห็นแบบนี้แล้ว เงิน 10,000 ล้านบาทแรกจาก "ชิมช้อปใช้" (10 ล้านคน)  จึงน่าจะกระตุ้นการใช้จ่ายได้พอตัว และเชื่อว่าเมื่อมีเงินเข้าเป๋าตังของแต่ละคน ตามรอบและระยะเวลาของการลงทะเบียนของประชาชนในแต่ละคน ก็น่าจะทำให้มีเงินหมุนเข้าสู่ระบบได้อย่างต่อเนื่อง และอีกระลอกกับเงินใช้จ่าย 30,000 บาท ที่จะมี Cash Back กลับมาให้อีก 15% ซึ่งจะทำให้ช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ มีเงินมากระตุ้นเศรษฐกิจได้รวมๆ ก็ไม่ต่ำกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท และช่วยดันจีดีพีปีนี้ได้ 0.3% 
                 
งานนี้ยิ้มแก้มปริกันไปเลย สำหรับรัฐบาล โดยเฉพาะรมว.คลัง แม่งานใหญ่ ที่น่าจะถือประชานิยมแรกของรัฐบาลชุดนี้ที่เห็นเป็นรูปธรรมชัดเจน ส่วนจะเห็นผลชัดเจน ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจจริงอย่างที่ รมว.คลัง บอกไว้หรือเปล่า ก็ต้องรอดูกันอีกที ทุ่มงบประมาณขนาดนี้แล้วอย่างน้อยก็ต้องได้อะไรกลับมาบ้าง 
 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh