บทบรรณาธิการ

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: กองบรรณาธิการ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

honghern@efinancethai.com

หุ้นดีๆ รับเลือกตั้ง ...การเมืองดี ลงทุนต้องดีด้วย

หุ้นดีๆ รับเลือกตั้ง ...การเมืองดี ลงทุนต้องดีด้วย

             ลงทุนอะไรดีช่วงนี้ หลายคนมักจะถามกันมาแบบนี้ เพราะเหลืออีก 10 วันเท่านั้นก็จะถึงวันเลือกตั้งที่ 24 มีนาคมแล้ว เพราะฉะนั้นอารมณ์ตอนนี้บางคนอาจจะเริ่มชะลอ แล้วรอดูหลังเลือกตั้งเลยดีกว่าว่าจะลงทุนแบบไหน เพราะเดือนมีนาคมนี้จะเป็นเดือนที่ตลาดหุ้นมีความผันผวนสูงกว่าช่วงที่ผ่านมาแน่นอน จากปัจจัยการเมืองเป็นเรื่องหลักที่กำหนดทิศทางการลงทุน ซึ่งก็เห็นได้กันมาตั้งแต่ต้นเดือนแล้ว จากการแกว่งตัวขึ้นๆ ลงๆ สลับกันไปของ SET Index แต่อย่างไรก็ดี สำหรับคนที่ลงทุนอยู่แล้วเชื่อว่า ไม่ว่าตลาดฯจะผันผวนแค่ไหน แต่ก็ยังเข้าๆ ออกๆ กระดานเป็นกิจวัตรอยู่แล้ว รอบนี้พอดีไปเห็นคำแนะนำจากหลายๆ โบรกฯ ที่น่าสนใจ ก็เลยอยากจะรวบรวมกันมาให้ดู ไว้ลงทุนรับเลือกตั้งกันหน่อย 
             เริ่มที่โบรกเกอร์ใหญ่ เอเซียพลัส ประเมินกลยุทธ์การลงทุนช่วง 1-2 สัปดาห์นี้ โดยแนะนำหุ้นที่เข้าคุณสมบัติ 3 ประเภท ก็คือ หุ้นอิงการบริโภคในประเทศที่ได้ประโยชน์จากการใช้จ่ายภาครัฐ โดยเฉพาะนโยบายช่วยรากหญ้าจากการหาเสียงของบรรดาพรรคการเมืองต่างๆ  ได้แก่ กลุ่มค้าปลีก ซึ่งปัจจุบันหุ้นที่ Laggard และมี upsideสูงในกลุ่มคือ BJC ตามด้วยหุ้นที่เกี่ยวกับการปล่อยสินเชื่อผู้มีรายได้น้อย ผ่านการปล่อยสินเชื่อทะเบียนรถยนต์ ได้แก่ SAWAD, MTC หรือบริษัทที่ซื้อหนี้มาบริหาร เช่น JMT
             นอกจากนี้ยังมีหุ้นผันผวนต่ำ แยกเป็นหุ้นที่มีคุณสมบัติ 1L2H โดย 1L คือ Low Beta หุ้นที่ผันผวนต่ำน้อยกว่าตลาด และ 2H คือ High Upside และ 
High Growth ปี 2562 แม้ระยะสั้นราคาหุ้นมีโอกาสปรับตัวลดลงตามสภาวะตลาดที่ไม่ดี แต่แนวโน้มกำไรที่ยังมีโอกาสโตได้ดี โดยหุ้นผันผวนตํ่าตามกลยุทธ์ดังกล่าวมี 7 บริษัท  QH  BCH VGI EASTW GFPT SCCC และ DRT และสุดท้ายคือหุ้นปันผลเด่นที่ยังไม่ขึ้น XD คือ กลุ่มอสังหาฯ SENA AP LH QH กลุ่มธนาคารพาณิชย์ KKP BBL 
             เช่นเดียวกับ บล.กิมเอ็ง ที่มองว่าการลงทุนเดือนนี้ ตลาดฯ มีความผันผวนสูงกว่าช่วงที่ผ่านมา ทั้งจากปัจจัยการเมืองโลกและในประเทศ คงคำแนะนำถือเงินสดไม่ต่ำกว่า 40% และเน้นลงทุนในกลุ่มไฟฟ้า EGCO รถไฟฟ้า BEM กลุ่มท่องเที่ยว  SPA และกลุ่มค้าปลีก CPALL
             ด้านบล.เออีซี ระบุว่ากลุ่มที่จะได้ประโยชน์หลังเลือกตั้ง คือ  กลุ่มค้าปลีก โดยคาดว่าหลังเลือกตั้งภายใต้รัฐบาลใหม่จะเข้ามาแก้ปัญหาปากท้องของประชาชนเป็นอันดับต้นๆ จึงอานิสงส์บวก เพราะได้ประโยชน์จากกำลังซื้อที่มากขึ้น ซึ่ง ROBINS CPALL เป็นหุ้นที่คาดว่าจะได้ประโยชน์  กลุ่มท่องเที่ยว คาดว่าเมื่อประเทศไทยเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้ง ทำให้นักท่องเที่ยวบางกลุ่มมีมุมมองความเสี่ยงทางการเมืองของประเทศไทยลดลง ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น หุ้นที่คาดจะได้ประโยชน์ คือ AOT และหุ้นกลุ่มสื่อ โดยคาดว่าเอเจนซี่ที่ชะลอการใช้เม็ดเงินในช่วงก่อนหน้าจะกลับมาอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่อุตสาหกรรมอีกครั้ง เพราะหลังการเลือกตั้งมีความชัดเจนและการบริโภคในประเทศมีแนวโน้มดีขึ้น กลุ่มที่เห็นสัญญาณบวกจากส่วนแบ่งในเม็ดเงินโฆษณาที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นในเดือน ม.ค. คือกลุ่มดิจิตอลทีวี (เพิ่มจาก 62.7% ณ สิ้น ธ.ค. เป็น 64.6%) แนะนำ RS
             จะบอกว่าช่วงไม่กี่วันก่อนเลือกตั้งนี้อาจจะเป็นช่วงที่หลายๆคน เกียร์ว่างเพื่อ่ดูความชัดเจน เพราะนอกจากประเด็นการเมืองในประเทศแล้ว ก็ยังมีประเด็น BREXIT ที่ป่านนี้ก็ยังไม่ลงตัว และคาดว่าอาจจะยืดเยื้อกันอีกซักพัก ไหนจะดีลการเจรจาทางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนอีก เพราะล่าสุดประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ออกมาบอกว่า มีความเป็นไปได้ทั้งสองทางที่การทำข้อตกลงทางการค้ากับจีนอาจเกิดขึ้น หรือไม่เกิดขึ้นก็ได้ ขึันอยู่กับข้อตกลงฉบับสุดท้ายว่าเป็นที่น่าพอหรือไม่ ดังนั้นการเจรจาการค้าจึงยังมีความไม่แน่นอนสูง โดยทรัมป์ยืนยันว่าพร้อมจะปฏิเสธการทำข้อตกลงการค้าทันที หากเห็นว่าเป็นข้อตกลงที่เป็นที่ไม่เป็นธรรม  .... ใครยังไม่ชัวร์ ก็รอกันไปก่อน 
             ส่วนตัวจริงๆ แล้วก็อยากจะดูการจับขั้วทางการเมืองของแต่ละพรรคหลังการเลือกตั้งด้วยเหมือนกันว่าจะออกมาเป็นอย่างไร ใครจะคู่กับใคร ใครจะชวนใครมาเป็นรัฐบาล และที่สำคัญนโยบายเศรษฐกิจของแต่ละพรรคในช่วงโค้งสุดท้ายจะออกมาเป็นอย่างไรด้วย ถ้าหน้าตาดี ภาพลักษณ์ดี ได้ความเชื่อมั่น รับประกันว่าเม็ดเงินจะกลับมา เพราะเมื่อการเมืองดีแล้ว การลงทุนก็น่าจะดีตาม 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh