บทบรรณาธิการ

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: กองบรรณาธิการ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

honghern@efinancethai.com

น้องหมียังครองตลาด … กระทิงยังหายเข้ากลีบเมฆ

น้องหมียังครองตลาด … กระทิงยังหายเข้ากลีบเมฆ

    ในที่สุดหุ้นไทยก็ไปไม่ไกลถึงดวงดาว จากที่ขึ้นไประดับ 1,800 จุด ไหลลงมาเรื่อยเหลือ 1,700 จุด แล้วก็ลงมาจนแตะ 1,650 จุด 

    และสัปดาห์นี้นี่เอง ที่ SET Index บ้านเราบางช่วงลงไปจนหลุด 1,600 จุด ต่ำสุดในรอบ 3 เดือน เรียกว่าใจหายใจคว่ำกันเลยทีเดียว สำหรับนักลงทุนบ้านเรา เพราะตอนนี้หลายปัจจัยรุมเร้าตลาดบ้านเรา จนซวนไปเซมา ทั้งเรื่องสงครามการค้า ดอกเบี้ยขึ้น และล่าสุดยังมาเจอปัญหากรณีการซาอุดิอาระเบีย เรื่องการสังหารนักข่าว ที่กำลังจะกลายเป็นปัญหาลุกลามระหว่างซาอุฯ กับชาติตะวันตกอีกด้วย อีกทั้งผลตอบแทยนพันธบัตรรัฐบาลของสหรัฐที่ถีบตัวขึ้นสูงกว่า 3% ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้นักลงทุนถอนเงินลงทุนจากตลาดหุ้นไปลงทุนในพันธบัตรที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า

    ตลาดหุ้นบ้านเรา เข้าสู่ภาวะหมีแทบจะตลอดช่วง 2 สัปดาห์ท้ายของเดือนตุลาคม ขนาดว่ามีหุ้นไอพีโอยักษ์ใหญ่ อย่าง โอสถสภา (OSP) เข้าเทรดก็ไม่ได้ช่วยอะไร แถมหุ้นยังต้านทานภาวะหมีเอาไว้ไม่ได้หลุดจองอีกต่างหาก และลำคัญที่สุดก็คือแรงขายของนักลงทุนต่างชาติ ที่ดูยังไงก็ไม่สะเด็ดน้ำง่ายๆ และไม่มีทีท่าว่าจะลดลงเลย รวมๆตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันต่างชาติขายไปแล้วกว่า 2.6 แสนล้านบาท  และถ้ามองจากหุ้นในพอร์ตของต่างชาติที่ต้นทุนสุดแสวนจะต่ำ เอาเป็นว่าพวกเขามีหุ้นต้นทุนตั้งแต่ SET Index ยังอยู่ระดับ 1,400 จุดด้วยซ้ำไป เพราะฉะนั้นถ้ายังมีแรงขายออกมาอีก ก็ถือว่าไม่ผิดอะไร
     ส่วนที่บอกว่าช่วงนี้ตลาดหุ้นน่าจะเป็นหมีกันยาวๆ ก็เพราะหากย้อนดูสถิติแล้ว ประมาณนี้นี่แหละที่มักจะมีเหตุให้ดัชนีปรับฐานแรงๆ จากปัจจัยลบที่มักมาเอาช่วงปลายๆ ปี ทั้งวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ หรือวิกฤตสินเชื่อซับไพร์มตอนปี 50  มหาอุทกภัย ปี 54  เหตุระเบิดราชประสงค์ ปี 58 ถัดมาด้วยเรื่อง Brexit และมาปีนี้ด้วยประเด็น Trade War ซึ่งล้วนแต่มาเกิดในช่วงปลายปี และกระทบต่อภาพรวมตลาดหุ้นบ้านเราแทบทั้งนั้น  
    เพียงแต่บ้านเรานั้นต้องยอมรับเลยว่าปีนี้ SET Index อาจไม่ได้ดิ่งแรงแค่ตอนนี้ แต่ปีนี้หุ้นร่วงแรงหนักๆ ตั้งแต่กลางปี ก่อนจะฟื้นตัวมาให้ลงต่อในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ นักลงทุนที่คิดว่าพอร์ตเริ่มกลับมาดี ยังไม่ทันได้เริ่มมีกำไร หรือบางคนกลับมาเริ่มมีกำไร แต่ชะล่าใจไม่ได้ทยอยขาย ไม่ทันไรพอร์ตกลับมาแดงอีกรอบแล้ว ขนาดบรรดาขาใหญ่มูลค่าพอร์ตพันล้าน หลายคนยังบ่นว่าปีนี้หุ้นไทยเล่นยากเหลือเกิน ถอดใจถึงกับหยุดเล่นไปเลยก็มี ขณะที่บางคนอย่างเช่น เสี่ยป๋อง ก็บอกว่าหันมาเล่นหุ้นพื้นฐานตัวใหญ่ แล้วก็ถือยาวรอปันผลอุ่นใจกว่าเยอะ
    ดังนั้นการที่หุ้นไทยพลิกกลับมาบวกเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมานั้น ยังไม่ถือว่าดัชนีจะฟื้นตัว แต่นั่นน่าจะเป็นเพราะแรงซื้อกลับของกองทุนในประเทศ รวมไปถึงดาวโจนส์ที่กลับมาฟื้นตัวหลังจาก ดิ่งเหวมาพักใหญ่ หรืออาจะรวมไปถึงข่าวการตั้งกองทุน 1000 ล้านของ กบข. เพื่อเข้าซื้อหุ้นของ 33 กิจการที่ผ่านเกณฑ์คัดเลือกของ กบข. 
    และที่เมาส์มอยกันกระจาย ก็คือ การออกโรงมาปลอบขวัญนักลงทุนของ ดร.สมคิดฯ ที่คราวนี้ถึงกับการันตีว่า หุ้นไทยยังเป็น Save Haven นักลงทุนไม่ต้องแพนิก แหมแค่นี้แหละที่นักลงทุนต้องการ หุ้นก็เลยดีดกลับ หนำซ้ำพลิกกลับได้เพราะแรงซื้อสถาบันในประเทศชัด คิดดูแล้วกัน แรงขายต่างชาติ 4,000 ล้าน แรงซื้อสถาบันก็ 4,000 ล้าน จะไม่ให้คิดก็กระไรอยู่

    แต่นั่นอาจจะไม่ใช่ของจริง และอย่างเพิ่งดีใจ อย่างที่บอกตอนแรกนั่นแหละ ฝรั่งยังขายไม่หมดนะคะ ดังนั้นการลงทุนยังมีความเสี่ยง ใครใจไม่ถึง ก็ควรรู้ดีว่าต้องทำอย่างไร เพราะเชื่อว่าเดือนนี้ หรืออาจจะต่อเนื่องถึงเดือนหน้า ภาวะหมีเหงา ยังไม่น่าจะหนีจากตลาดหุ้น ส่วนที่บรรดาโบรกฯ ยังมีความหวังว่า ดัชนีปลายยังน่าจะไป 1800 จุดก็คงต้องลุ้นกันหนักในช่วงเดือนสุดท้ายของปีนั่นแหละ โดยเฉพาะเม็ดเงิน LTF ว่าจะมีแรงเข้ามาอุ้มตลาดได้ขนาดไหน







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh