บทความแนะนำ

เกาะติด TMBAM Eastspring คืนเงินผู้ถือหน่วย พิสูจน์ฝีมือ Fund manager

เกาะติด TMBAM Eastspring คืนเงินผู้ถือหน่วย พิสูจน์ฝีมือ Fund manager

 

     หนึ่งใน Talk of the town ช่วงต้นปีที่ผ่านมา คงหนีไม่พ้นข่าวการเทขายตราสารหนี้อย่างหนัก (Panic sell) ที่สร้างปรากฎการณ์เขย่าอุตสาหกรรมกองทุนรวมของไทย ใน 4 กองทุน ได้แก่ กองทุนเปิดทหารไทยธนเพิ่มพูน, กองทุนเปิดทหารไทยธนไพบูลย์, กองทุนเปิดทหารไทยธนพลัส และกองทุนเปิดทหารไทยธนไพศาล ซึ่งเป็นการเร่งเทขายสินทรัพย์กลุ่มตราสารหนี้ในพอร์ตลงทุนในสภาพตลาดเบาบาง ส่งผลกระทบต่อผู้ถือหน่วยลงทุนที่อาจจะต้องเจ็บหนัก จนทำให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการลงทุนทหารไทย จำกัด (TMBAM Eastspring) ต้องขอยกเลิกคำสั่งธุรกรรมและปิดกองทุนในที่สุด

สำนักข่าว efinanceThai เกาะติดการคืนเงินให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนทั้ง 4 กอง พบว่าล่าสุด TMBAM Eastspring ได้ทยอยคืนเงินตามสัญญาครบถ้วนแล้ว 1 กองทุน โดยใช้เวลาเพียง 7 เดือนครึ่ง จากปกติที่การปิดกองทุนจะคืนเงินแก่ผู้ถือหน่วยภายใน 1-2 ปี 

โดยกองทุนเปิดทหารไทยธนพลัส ผู้ถือหน่วยได้รับเงินคืน 12.1891 บาท คิดเป็น 100.06% ของมูลค่าหน่วยลงทุน (NAV) ณ วันที่ 25 มี.ค. 63 ซึ่งเป็นวันทำการสุดท้าย  และประกาศจ่ายเงืนคืนครบถ้วนแล้ว

กองทุนเปิดทหารไทยธนไพศาล ผู้ถือหน่วยได้รับเงินคืน 11.9656 บาท คิดเป็น 94.16% ของมูลค่าหน่วยลงทุน (NAV) ณ วันที่ 25 มี.ค. 63 ซึ่งเป็นวันทำการสุดท้าย 

กองทุนเปิดทหารไทยธนเพิ่มพูน ผู้ถือหน่วยได้รับเงินคืน 9.2663 บาท คิดเป็น 87.80%  ของมูลค่าหน่วยลงทุน (NAV) ณ วันที่ 24 มี.ค. 63 ซึ่งเป็นวันทำการสุดท้าย 

กองทุนเปิดทหารไทยธนไพบูลย์ ผู้ถือหน่วยได้รับเงินคืน 10.2911 บาท คิดเป็น 91.81%  ของมูลค่าหน่วยลงทุน (NAV) ณ วันที่ 24 มี.ค. 63 ซึ่งเป็นวันทำการสุดท้าย

เรียกได้ว่า การตัดสินใจปิดกองทุน และยกเลิกคำสั่งซื้อขายในธุรกรรมทั้งหมด ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องของผู้จัดการกองทุน เพราะหากยังคงเปิดต่อไป จะทำให้ผู้ถือหน่วยขาดทุนอย่างหนัก จากสถานการณ์ Panic Sell หลังการแพร่ระบาดของ COVID-19 และเศรษฐกิจทั่วโลกผันผวนอย่างรุนแรง

จากตัวเลขความคืบหน้าการคืนเงินให้ผู้ถือหน่วยกองทุนเปิดทหารไทย ธนพลัสที่จ่ายครบถ้วนแล้วขณะที่กองอื่น ๆ อีกสามกองที่เหลือยังอยู่ในช่วงการเร่งจ่ายเงินคืน โดยรวมแล้วสามกองทุนยังมีกำไร หรือแม้มีผลขาดทุนก็น้อยมาก แสดงให้เห็นว่าผู้จัดการกองทุน หรือ Fund manager ได้ทำหน้าที่ในการดูแลผลประโยชน์ของผู้ลงทุนอย่างดีและรักษาเงินต้นได้ ทำให้ได้ต้นทุนที่ดีและแตกต่างจากการถูกบังคับให้ขายกองทุน ในเวลาที่สถานการณ์ผิดปกติ จนเกิดความเสียหาย

บทเรียนที่ผู้ลงทุนควรเรียนรู้จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ คือ “ยามวิกฤติ” ความตื่นกลัว มักวิ่งแรงแซงหน้า “ความเข้าใจ” อยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าสินทรัพย์ที่มีอยู่ในพอร์ตการลงทุนจะมีพื้นฐานดีแข็งแกร่งแค่ไหน แต่ความหวั่นไหวก็ห้ามกันยาก ผู้ลงทุนจำนวนไม่น้อยจึง “เสียโอกาส” จากการลงทุนโดยไม่จำเป็น

ดังนั้น ผู้ลงทุนที่มีเป้าหมายสร้างผลตอบแทนระยะยาวอย่างยั่งยืน นอกจากต้องรู้ว่า “ทุกการลงทุนมีความเสี่ยง” แล้ว ยังต้องท่องให้ขึ้นใจ “ตลาดตก อย่าตกใจ” ควรตั้งสติ และวิเคราะห์หาสาเหตุให้ดีก่อนว่าสถานการณ์นี้เกิดจากอะไร ยิ่งถ้าเป็นปัจจัยที่มีผลกระทบระยะสั้น และขณะนั้นไม่มีความจำเป็นต้องใช้เงินสด หากสินทรัพย์ที่ถืออยู่ราคาตกก็ไม่จำเป็นต้องตื่นกลัวเทขายตามตลาด ซึ่งจะช่วยลดการขาดทุนได้อย่างดี

แม้ “ตราสารหนี้” จะเป็นสินทรัพย์ที่ทุกคนมองว่าเป็นการลงทุนที่ปลอดภัย ความเสี่ยงต่ำ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าไม่มีความเสี่ยง ดังนั้น ก่อนลงทุนต้องศึกษาข้อมูลให้ดี ด้วยธรรมชาติของตราสารหนี้แต่ละประเภทมีความแตกต่างกันไป นอกจากเรื่องคุณภาพของตราสารหนี้แล้ว เรื่องอายุของตราสารที่ลงทุน และประเทศที่ลงทุนก็เป็นอีกหนึ่งข้อมูลสำคัญ ควรเลือกให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายของการลงทุนของตัวผู้ลงทุนเอง

และสุดท้ายผู้ลงทุนควรกระจายประเภทการออมให้หลากหลาย เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่ไม่คาดคิด เหมือนที่เกิดขึ้นในช่วงวิกฤติ Covid-19 ที่ผ่านมา







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh