บทความแนะนำ

บิตคอยน์ Halving คืออะไร? : เลดี้แซป1990

บิตคอยน์ Halving คืออะไร? : เลดี้แซป1990

 

วันนี้ชวนเพื่อนๆ มา Countdown กันค่ะ เหลืออีกไม่กี่วันก็จะถึงเหตุการณ์นี้แล้ว... น่าจะราวๆ วันที่ 11 พ.ค.2563 นี้  

 

“Bitcoin Halving” เป็นหนึ่งเหตุการณ์สำคัญที่ผู้คนในแวดวงคริปโตเคอร์เรนซีทั่วโลกต่างเฝ้าจับตาว่าจะมีผลกระทบต่อทิศทางราคาบิตคอยน์อย่างไร เนื่องจากเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นทุกๆ 4 ปี

 
เหตุการณ์นี้เป็นหนึ่งในกลไกระบบการเงินของบิตคอยน์ ที่ "ซาโตชิ นากาโมโตะ" ได้วางไว้ ซึ่งนากาโมโตะนี้เป็นเพียงนามแฝง ไม่มีใครรู้ว่า จริงๆ แล้วคือชื่อของคนเพียงคนเดียว หรือชื่อของกลุ่มบุคคลกันแน่ 

 

แต่ที่แน่ๆ "นากาโมโตะ" คือผู้ที่กำหนด "นโยบายการเงิน" ไว้ว่าบิตคอยน์ในระบบจะต้องมีจำนวนจำกัดและหาได้ยากเพื่อป้องกันเงินเฟ้อ (ไม่ใช่พิมพ์ออกมาเท่าไหร่ก็ได้ เหมือนระบบของธนาคารกลาง) ระบบนี้จึงกำหนดให้มีเพียง 21 ล้านเหรียญเท่านั้น โดยจะผลิต (เปรียบได้กับการพิมพ์เงิน) ออกมาทุกๆ 10 นาที และอัตราการผลิตจะลดลงครึ่งหนึ่ง (Halving) ทุกๆ 4 ปี

 
“บิตคอยน์ Halving” จึงหมายถึงการลดลงครึ่งหนึ่งของบิตคอยน์ แต่การลดลงนี้หมายถึงบิตคอยน์ที่จะออกใหม่นะคะ ไม่เกี่ยวกับบิตคอยน์ออกมาก่อนหน้านี้ที่มีหมุนเวียนอยู่ในระบบ (Circulating Supply) ซึ่งปัจจุบันมีหมุนเวียนอยู่ประมาณ 18.35 ล้านบิตคอยน์ (https://coinmarketcap.com/) 

 
หากทุกอย่างเป็นไปตามกลไกนี้  บิตคอยน์ จะผลิตออกมาครบทั้งหมด 21 ล้านเหรียญในปี ค.ศ.2140 (พ.ศ.2683) หรือนับจากไปอีก 120 ปี! (เลดี้ฯ ขอลาไปก่อนแล้วค่ะ) ซึ่งในเรื่อง Bitcoin Halving เลดี้ฯ เคยเขียนไว้ในบทความนี้  ค่ะ ...เหตุผลที่ "บิตคอยน์"ต้องขุดอีกเป็นร้อยปี...


มองในอีกมุมหนึ่ง "นากาโมโตะ" นี่ร้ายกาจมาก เขาไม่ต่างอะไรกับคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางเลยนะ คะ เปรียบเทียบให้เห็นภาพง่ายๆ ก็คือ   

 

ถ้าเป็นระบบการเงินปกติทั่วไปจะมี "ธนาคารกลาง" เป็นผู้กำหนด "นโยบายการเงิน" เพื่อใช้ดูแลระบบเศรษฐกิจการเงินของประเทศนั้นๆ ให้มีเสถียรภาพผ่านกลไกการควบคุมเงินเฟ้อ ด้วยการใช้ดอกเบี้ยนโยบายเป็นเครื่องมือโดยแต่ละประเทศจะมี “คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)” คอยส่งสัญญาณทิศทางดอกเบี้ยว่าควรจะปรับลด/ปรับขึ้น/หรือคงไว้ อย่างของไทยจะส่งสัญญาณปีละ 8 ครั้ง  

 

หากเห็นว่าเงินเฟ้อมีแนวโน้มจะสูงขึ้นมาก กนง.จะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายแล้วแบงก์ก็จะปรับขึ้นตาม (แม่จะส่งสัญญาณลูกๆ) กลไกนี้จะนำไปสู่การฉุดเงินเฟ้อให้ชะลอลง แต่หากเห็นว่าแนวโน้มเงินเฟ้ออาจต่ำลง กนง. ก็จะทำตรงกันข้าม คือ ปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย แบงก์ก็จะลดตามเพื่อที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจและกระตุ้นเงินเฟ้อ

 

แต่นโยบายการเงินในระบบบล็อกเชนของบิตคอยน์ ที่นำเสนอโดย "นากาโมโตะ" คุมเงินเฟ้อด้วยการคุมกำเนิดปริมาณเงิน ในระบบ โดยกำหนดให้อัตราการเกิดใหม่ของเงิน (บิตคอยน์) ลดลงครึ่งหนึ่งทุกๆ 4 ปี อย่างเหตุการณ์ Halving ในครั้งนี้อัตราการเกิดใหม่จะลดเหลือ 6.25 บิตคอยน์ต่อบล็อก จากเดิม 12.5 บิตคอยน์ต่อบล็อกและจะทำให้เงินเฟ้อของบิตคอยน์ลดเหลือราว 1.8% ต่อปี จากก่อนการ Halving ครั้งที่ 3 อยู่ที่ประมาณ 3.8% ต่อปี  

 

นอกจากการ Halving ทุกๆ 4 ปีแล้ว ระบบนี้จะมีอีกค่าหนึ่งที่ควบคุมความยากง่ายในการเกิดใหม่ของบิตคอยน์หรือ เรียกว่า Difficulty หากนักขุดแห่แหนกันมาขุดบิตคอยน์เยอะๆ ใช้กำลังการประมวลผลแรงๆ แข่งกันตรวจสอบและยืนยันธุรกรรม จะทำให้บิตคอยน์ผลิตออกมาเร็วไป (ใช้เวลาน้อยกว่า 10 นาทีต่อบล็อก) ค่าความยากในการขุดก็จะปรับเพิ่มขึ้น แต่ตรงกันข้ามถ้าเหรียญใหม่ออกมาช้า นักขุดอาจจะล่าถอยออกไป (เกิน 10 นาที)ค่าความยากในการขุดจะลดลงเพื่อดึงดูดใจนักขุด 

 

ทั้งนี้ ก็เพื่อที่จะรักษาอัตราการเกิดใหม่ให้อยู่คงที่ประมาณ 10 นาทีต่อหนึ่งบล็อกซึ่ง Difficulty (ค่า Diff) จะเปลี่ยนแปลงทุกๆ 14 วัน (หรือทุกๆ  2,016 บล็อก)  

  

จะเห็นได้ว่า "นากาโมโตะ" วางกลไกไว้อย่างรอบคอบ หากใครอยากรู้จักตัวตนเขาหรือขอสัมภาษณ์ถึงแนวคิดอันล้ำลึกนี้ก็คงเป็นไปไม่ได้ เพราะตราบจนถึงทุกวันนี้ ก็ยังไม่มีใครหาตัวนากาโมโตะเจอ  แม้ที่ผ่านมามีหลายคนในโลกนี้ซึ่งอยู่ในวงการ  คริปโตอ้างว่าตัวเองนี่แหละคือ "ซาโตชิ นากาโมโตะ" แต่ท้ายสุดก็โป๊ะ เพราะไม่มีหลักฐานมายืนยัน 

 

เป็นเรื่องที่ถกเถียงกันได้ว่า ในระสั้น ราคาบิตคอยน์จะเป็นไปในทิศทางใดหลังเหตุการณ์ Halving ด้านหนึ่งก็มองว่าเหตุการณ์นี้ได้ถูกรับรู้ล่วงไปล่วงหน้าและสะท้อนมาในราคาบิตคอยน์แล้ว ดังนั้น จึงไม่เชื่อว่าราคาจะปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัสำคัญหลังการ Halving ส่วนอีกฝั่งก็มองว่าเมื่อซัพพลายลดลงแต่ดีมานด์เพิ่มหรือเท่าเดิม ราคาหลังเหตุการณ์ Halving ก็ควรจะปรับเพิ่มขึ้น  

 

ภาพประกอบด้านล่างนี้ คือ รูปแบบการเคลื่อนไหวของราคาบิตคอยน์ ซึ่งได้เกิดเหตุการณ์ Halving มาแล้ว 2 ครั้ง จะสังเกตได้ว่าก่อนการ Halving ประมาณ 365 วัน ราคาบิตคอยน์จะปรับขึ้น และหลังการ Halving 365 วัน ราคาก็ปรับขึ้น แต่หลังจากนั้นราคาก็ซิกแซกลง อย่างไรก็ตาม บิตคอยน์ก็เพิ่งจะเกิดมาได้แค่ 11 ปี และมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นแค่ 2 ครั้ง สถิติอดีตจึงอาจจะยังน้อยไปที่จะใช้อ้างอิงทิศทางราคาในอนาคต 

Bitcoin's halving timeline. Source: CoinDesk Research


 
นักเก็งกำไรที่ซื้อ-ขายบิตคอยน์ ต่างก็หวังอยากให้ราคาปรับขึ้น เพราะนั่นหมายถึงโอกาสในการขายทำกำไรตามหลักการซื้อถูก-ขายแพงเช่นเดียวกับหลักการที่เราซื้อขายหุ้น แต่ก็เป็นเรื่องที่คาดการณ์ได้ยากว่า ทิศทางจะเป็นอย่างไร แถมปีนี้มีหลายปัจจัยแวดล้อมที่เข้ามากระทบหนักๆ ทั้งภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกที่ย่ำแย่ ผสมโรงกับความ ตื่นกลัวจากโรคระบาด COVID-19 ที่อาจจะนำมาซึ่งภาวะถดถอยของเศรษฐกิจโลก จนอาจนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ (The Great Depression) อีกครั้ง นับตั้งแต่ที่เคยเกิดขึ้นราวปี ค.ศ.1930 ดังที่ไอเอ็มเอฟได้ออกโรงเตือน

  

จากสถานการณ์โควิด-19  ส่งผลเป็นลูกโซ่ต่อระบบเศรษฐกิจ และได้ทำให้ราคาสินทรัพย์ทุกประเภทผันผวนหนัก แม้กระทั่งราคา “ทองคำ” ที่ว่าแน่ในแง่ของสินทรัพย์ปลอดภัย ผู้คนยังแห่เทขายอย่างไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อนในช่วงที่ราคาทองคำพุ่งขึ้น เพราะใครๆ ต่างก็มองว่าวินาทีนี้  “เงินสด” คือพระเจ้า และหากสถานการณ์เศรษฐกิจยังเลวร้ายต่อไปอีก บางทีการมี “ข้าวปลา อาหาร" หรือมีที่ดินผืนน้อยไว้ทำกิน  ปลูกผัก ปลูกหญ้า อาจจะเป็นของจริงที่มีค่าเสียยิ่งกว่า เงินสด ทองคำ หรือทองคำดิจิทัลอย่างบิตคอยน์ ก็เป็นได้  

 

อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงที่สังเกตได้จากสถานการณ์ล่าสุดก่อนจะถึงเหตุการณ์ Halving รอบนี้ก็คือราคาบิตคอยน์ได้ปรับเพิ่มขึ้น โดยดีดขึ้นมาแกว่งตัวอยู่บริเวณ 8,000-9,000 ดอลลาร์ (ในช่วงต้นเดือน พ.ค.63) หรือปรับขึ้นมาแล้ว กว่า 100% ภายในเวลาเพียงแค่ 1 เดือนครึ่ง เมื่อเทียบจากจุดต่ำสุดของปีนี้วันที่ 13 มีนาคม 2563 ที่ 3,782 ดอลลาร์จนสายเทรดกระเจิงกันเป็นแถว (วันนั้นเป็นวันที่หุ้นทั่วโลกดิ่งหนักจากความรุนแรงของโควิด-19 ที่เข้าขั้นระบาดไปทั่วโลก) 

 

เราคงต้องติดตามดูกันว่าหลังการ Halving ครั้งที่ 3 นี้ ในระยะยาวแล้ว บิตคอยน์จะสามารถฝ่าด่านจุดสูงสุดเดิมที่ประมาณ 20,000 ดอลลาร์ไปได้หรือไม่ ซึ่งระดับนี้เป็นจุดสูงสุดที่เกิดขึ้นหลังการ Halving ครั้งที่สองผ่านไปแล้วเกิน 365 วัน ส่วนในระยะสั้น นับถอยหลังอีกไม่กี่วัน บิตคอยน์ ในฐานะราชาคริปโตจะยังเป็น "บิตคอยน์" หรือ จะกลายเป็นแค่ "บิตดอย"...เดี๋ยวคงได้รู้กัน!  

 

-----------------------------------------------------------

บทความ By เลดี้แซป1990 -LadyZap1990
เลดี้ฯ มีห้องอ่านบทความใน Telegram และ LINE Open Chat

อย่าลืมกดติดตามเลดี้ฯ ไว้…พบกันใหม่ในบทความถัดไปนะ ^_^

-----------------------------------------------------------
อ้างอิง  : 


- https://bit.ly/3ferWfh
- https://bit.ly/2WmZxeo
- https://bitcoinblockhalf.com/
- https://coinmarketcap.com/halving/bitcoin/
- https://www.bot.or.th/Thai/BOTStoryTelling/Pages/MonetaryPolicy_StoryTelling_PublicAndStudent.aspx
- https://en.bitcoin.it/wiki/Mining
- https://www.coindesk.com/bitcoin-halving-explainer
                                                                                                        - https://plotly.com/~BashCo/5.embed?share_key=ljQVkaTiHXjX2W41UiqzCn

 

 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh