บทความแนะนำ

FTE หุ้นปลอดภัย ปันผลเยี่ยม

FTE หุ้นปลอดภัย ปันผลเยี่ยม

 

บมจ.ไฟร์เทรดเอ็นจิเนียริ่ง “FTE”  หุ้นดับเพลิงกลุ่มพาณิชย์ เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่ประกาศผลประกอบการปี 2562 ออกมาค่อนข้างสวยงาม และยังคงทำรายได้นิวไฮได้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่เข้าจดทะเบียนใน SET เมื่อปี 2560 จนถึงปี 2562 มีรายได้รวม 986.74 1,028.96 และ 1,038.30 ตามลำดับ

นอกจากรายได้ที่เติบโตแล้ว บริษัทยังมีปันผลให้กับผู้ถือหุ้นปีละ 2 ครั้งสม่ำเสมอทุกปี ไม่ต่ำกว่า 90% ของกำไรสุทธิของบริษัทหลังหักสำรองตามกฎหมาย ในงวดสำหรับปี 2562 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลเพิ่มเติมให้แก่ผู้ถือหุ้นอีก 0.09 บาทต่อหุ้น คิดเป็นจำนวนเงิน 54 ล้านบาท จากที่ได้มีการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้วในอัตรา 0.07 บาท/หุ้น หรือจำนวน  42.00 ล้านบาท รวมเป็นการจ่ายเงินปันผลประจำปี 2562 ให้แก่ผู้ถือจำนวน 96 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราจ่ายปันผล 93.70% ของกำไรสุทธิของบริษัทหลังหักสำรองตามกฎหมาย โดยจะทำการกำหนดวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล(Record Date) ในวันที่ 20 เม.ย. 63 และกำหนดจ่ายปันผลในวันที่ 8 พ.ค. 63 (ขออนุมัติจากประชุมผู้ถือหุ้นวันที่ 10 เม.ย. 63)

ท่ามกลางภาวะที่ภาคก่อสร้าง-อสังหาริมทรัพย์ที่ชะลอตัวมาอย่างต่อเนื่อง ถ้ามองแบบผิวเผินก็น่าจะส่งผลกระทบกับ FTE อยู่ไม่น้อย แต่บริษัทมีการปรับกลยุทธ์ในการเข้ารับงานมาโดยตลอด ซึ่งในปี 2563 บริษัทมุ่งเน้นกลยุทธ์เชิงรุกมากขึ้น ประกอบด้วย การขยายฐานลูกค้างานรับเหมาออกแบบติดตั้งระบบฯ โดยการเจาะกลุ่มหน่วยงานราชการ โรงงานอุตสาหกรรมทั่วประเทศ เพื่อกระจายความเสี่ยงไม่พึ่งพาฐานลูกค้ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และเน้นการรับงานโครงการขนาดใหญ่ อาทิ งานออกแบบติดตั้งระบบดับเพลิงสถานีไฟฟ้าแรงสูงของ กฟผ. งานปรับปรุงระบบดับเพลิงสนามบินทั่วประเทศ การเพิ่มประสิทธิภาพด้านงานขาย โดยเพิ่มทีมขายที่มีความเชี่ยวชาญ อีกทั้งการเพิ่มผลิตภัณฑ์รูปแบบต่างๆ ครอบคลุมความต้องการใช้งานของกลุ่มลูกค้าและเพิ่มโอกาสในการแข่งขัน

 ในปี 2563 FTE ตั้งเป้าหมายรายได้เติบโต ประมาณ 10% หรือมีรายได้รวมอยู่ที่ 1,275 ล้านบาท โดยในปีนี้มี Backlog อยู่ที่ 463 ล้านบาท (หากนับรวมถึงปี 2021 มี Backlog เกินกว่า 600 ล้านบาท) และคาดการณ์ว่าจะได้รับงานเพิ่มจากโครงการที่อยู่ระหว่างนำเสนออีกประมาณ 273 ล้านบาท (ประเมินจากสถิติเดิม FTE จะได้งานเฉลี่ย 30% ของมูลค่างานโครงการที่นำเสนอ) นั่นหมายความว่า FTE มีภารกิจที่จะต้องหางานมาเพิ่มอีกประมาณ 539 ล้านบาท ซึ่งยังมีเวลาอีก 9 เดือน และตัวเลขดังกล่าวยังไม่นับรวมรายได้จากการขายอุปกรณ์ที่มีสัดส่วนประมาณ 70% ของรายได้

นอกเหนือจากการปรับกลยุทธ์แล้ว ในปีนี้บริษัทยังมีการลงทุนเพื่อขยายธุรกิจเพิ่มเติม อยู่ระหว่างก่อสร้างคลังสินค้าขนาดพื้นที่ประมาณ 10 ไร่ ตั้งอยู่ที่ถนนลาดกระบัง เพื่อรองรับการขนส่งสินค้านำเข้าจากท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบังจังหวัดชลบุรี ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการจัดเก็บสินค้าให้มีประสิทธิภาพ และสามารถบริหารควบคุมต้นทุนได้ดีขึ้น รวมถึงสร้างโรงงานประกอบ Fire Pumps เพื่อบริการที่รวดเร็ว และสามารถเพิ่มปริมาณยอดขายได้ ซึ่งการลงทุนนี้จะเป็นฐานของการเพิ่มรายได้อย่างมีนัยสำคัญในปี 2021 เป็นต้นไป

จุดเด่นของ FTE คือธุรกิจมีพื้นฐานแข็งแกร่ง เพราะอุปกรณ์และระบบดับเพลิง เป็นความจำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ อาคารที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ ยังคงต้องมีการปรับปรุงซ่อมแซมระบบ และการเติบโตของอุปกรณ์และระบบดังกล่าวก็ไม่ได้พึ่งพิงแค่อสังหาฯของภาคเอกชนเพียงอย่างเดียว แต่ทุกตึกทุกอาคาร โรงงานอุตสาหกรรม จำเป็นต้องมีระบบดับเพลิงอัตโนมัติ เพื่อให้เป็นไปตามกฏหมายควบคุมอาคาร กฏหมายควบคุมโรงงาน และข้อบังคับเกี่ยวกับสิ่งปลูกสร้างอาคารต่างๆ รวมไปถึงสถานีไฟฟ้าย่อย สถานีไฟฟ้าแรงสูง ที่มีแผนการการก่อสร้างอย่างต่อเนื่องตามการเติบโตของปริมาณการใช้ไฟฟ้าในประเทศ ซึ่งทุกสถานที่ต้องใช้อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานรับรอง เนื่องจากมีความเกี่ยวข้องกับชีวิตและทรัพย์สินโดยตรง ในกรณีหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด แล้วอุปกรณ์ไม่ได้มาตรฐาน ประกันก็ไม่สามารถคุ้มครองได้

นอกจากนี้อุปกรณ์เกี่ยวกับระบบดับเพลิงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องคำนึงถึงมาตรฐานความปลอดภัย จึงต้องผ่านการตรวจสอบและรับรองคุณภาพในระดับมาตรฐานสากล ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลิตภัณฑ์ที่นำเข้าจากต่างประเทศ ด้านการออกแบบและติดตั้งระบบดับเพลิงก็ต้องอาศัยความรู้ความสามารถด้านวิศวกรรม และต้องมีประสบการณ์ เพราะบางโครงการต้องอาศัยใบรับรองมาตรฐานต่างๆในการเข้ารับงาน ซึ่ง FTE มีการบริการที่ครบวงจรจึงทำให้ได้เปรียบในการแข่งขัน

ในแง่ของความน่าลงทุน FTE อยู่ในเกณฑ์หุ้นที่มีความปลอดภัย พร้อมปันผลดี โดยมี P/E อยู่ที่ 7.80 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย P/E กลุ่มที่ 19.08 เท่า P/BV อยู่ที่ 1.22 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย P/BV กลุ่มอยู่ที่ 2.23 เท่า สำหรับอัตราการจ่ายเงินปันผลที่อยูที่ 10.74% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 3.98 (ตัวเลข ณ วันที่ 16 มี.ค. 63)

 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh