บทความแนะนำ

ต้องวางกลยุทธ์อย่างไร?...ท่ามกลางความเสี่ยงที่ควบคุมไม่ได้

ต้องวางกลยุทธ์อย่างไร?...ท่ามกลางความเสี่ยงที่ควบคุมไม่ได้

 

เปิดศักราชใหม่ปี 2020 ก็คาดหวังกันว่าจะเป็น "ปีหนูทอง"

แต่ตอนนี้ชักส่อแววเป็น "ปีหนูไฟ" หลังสหรัฐฯ กับอิหร่านเปิดศึกสงครามใส่กัน

เหตุการณ์นี้นับเป็นอีกหนึ่งความเสี่ยงที่กระทบการลงทุนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

นักลงทุนหลายคนโฟกัสไปที่ผลตอบแทนที่ตนคาดหวัง โดยมองข้ามถึงความเสี่ยงในการลงทุนสินทรัพย์นั้น ๆ

ทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริง จำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน เพื่อโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีบนความเสี่ยงที่อยู่ในระดับยอมรับได้

 

ความเสี่ยงในการลงทุนมีอะไรบ้าง?

 

1. ความเสี่ยงที่เป็นระบบ (Systematic Risk)

เป็นความเสี่ยงที่กระทบถึงผลตอบแทนที่เปลี่ยนไป (อาจจะมากกว่าหรือน้อยกว่าผลตอบแทนที่คาดหวัง ขึ้นอยู่กับว่าความเสี่ยงนี้กระทบทางบวกหรือทางลบ) เกิดจากสภาพแวดล้อมภายนอกของธุรกิจ โดนก็โดนพร้อมกันทั้งตลาดฯ ตัวอย่างล่าสุดที่เห็นภาพชัดเจนก็คือปัญหาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน หรือสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน

ความเสี่ยงประเภทนี้เป็นความเสี่ยงที่ไม่สามารถควบคุม ทำให้หมดไป หรือบรรเทาลงได้ (เพราะการกระจายความเสี่ยงจะไม่มีผลต่อความเสี่ยงนี้) จึงเป็นความเสี่ยงที่นักลงทุนทุกคนจำยอมต้องแบกรับเอาไว้

 

2. ความเสี่ยงที่ไม่เป็นระบบ(Unsystematic Risk)

เป็นความเสี่ยงเฉพาะตัว ที่เกิดขึ้นกับแต่ละบริษัท หรืออุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นแล้ว จะส่งผลกระทบต่อราคาหุ้นของบริษัท หรืออุตสาหกรรมนั้น ๆ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อราคาหุ้นอื่น หรือหากจะพูดเป้นภาษาบ้าน ๆ ก็คือ เป็ความเสี่ยงของใครของมัน ต่างกรรมต่างวาระ ไม่เกี่ยวข้องกันนั่นเอง

ตัวอย่างที่จะพอให้เห็นภาพ เช่น การประมูลคลื่น 4G มาราธอนด้วยราคาสุงลิ่วเมื่อปี 58 ส่งผลกระทบเฉพาะหุ้นค่ายมือถือ หรือมาตรการ LTV ที่กระทบหุ้นอสังหาฯ เป็นต้น

ความเสี่ยงนี้สามารถขจัดให้หมดไปหรือน้อยที่สุดด้วยการ กระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม” (Diversification) โดยมีงานศึกษาว่าหากกระจายการลงทุนในหุ้นต่าง ๆ ในจำนวนที่มากขึ้น (ราว 15 ตัวขึ้นไป) ความเสี่ยงที่ไม่เป็นระบบ (Unsystematic Risk) จะลดต่ำลงไปตามลำดับ เพราะความเสี่ยงของหุ้นแต่ละอย่างจะชดเชยกันไปเอง จนทำให้ความเสี่ยงโดยรวมของทั้งพอร์ตลดลงไปจนเหลือแต่ความเสี่ยงที่เป็นระบบ

 

ปัจจุบันบรรยากาศการลงทุนถูกกดันความเสี่ยงที่เป็นระบบ ซึ่งไม่สามารถควบคุมได้ แล้วเราจะวางกลยุทธ์อย่างไรดี?

 


ภาพแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนหุ้นและความผันผวนของ Portfolio ซึ่งจะลดลงไปได้ระดับหนึ่งแต่จะยังคงได้รับผลกระทบจากความเสี่ยงจากที่เป็นระบบ

 

จากทฤษฎีความเสี่ยงที่กล่าวข้างต้น มักจะพูดถึงการลงทุนระยะยาวเป็นส่วนใหญ่ ฉะนั้น สำหรับนักลงทุนที่เน้นถือหุ้นระยะยาว ในยามที่การลงทุนถูกกดดันหนักจากความเสี่ยงที่เป็นระบบ หากพอร์ตที่เราถืออยู่ กระจายความเสี่ยงได้ดีอยู่แล้ว ก็สามารถอยู่เฉย ๆ ได้ หรืออาจจะไล่ช้อปหุ้นเป้าหมายเข้าพอร์ตเพิ่มได้

 

แต่สำหรับนักเก็งกำไร นอกจากตัดขาดทุนแล้ว (บ่อยครั้งที่พื้นฐานไม่เปลี่ยน แต่โดยกระทบจากความเสี่ยงที่เป็นระบบ ราคาหุ้นก็ร่วงดื้อ ๆ ซะอย่างงั้น) การบริหารเงินทุน (Money Management) การคัดสรรกลุ่มหุ้นที่จะใช้ในการเก็งกำไร หรือแม้แต่การกำหนดจุดซื้อ-ขายหุ้นที่ดี ก็ยังสามารถช่วยขจัดความเสี่ยงเหล่านี้ให้ลดลงไปได้เป็นอย่างดีเช่นกัน







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh