บทความแนะนำ

เงินดิจิทัลจีน Vs Libra เฟซบุ๊ก! : โดย เลดี้แซป1990

เงินดิจิทัลจีน Vs Libra เฟซบุ๊ก! : โดย เลดี้แซป1990

 

เราทราบกันแล้วว่า คริปโต Libra ของเฟซบุ๊ก วางแผนจะเปิดตัวในปี 2020 ซึ่งเหรียญจะมีราคานิ่งๆ ใช้เก็งกำไรไม่ได้เหมือนบิตคอยน์โดยทุกเหรียญจะมีสินทรัพย์ค้ำอยู่ 1 : 1 ไม่ใช่ผลิตออกมาลอยๆ

 

สินทรัพย์ที่ค้ำ Libra เพื่อให้เหรียญมีมูลค่าจะอ้างอิง 5 สกุลเงิน เป็นดอลลาร์สหรัฐ 50% ยูโร 18% เยน 14% ปอนด์อังกฤษ 11% และสิงคโปร์ดอลลาร์ 7%

 

สังเกตได้ว่า “ไม่มีสกุลเงินหยวน” ของจีนยักษ์ใหญ่ฝั่งเอเชีย คละอยู่ด้วย

 

“ตะกร้าค้ำ Libra : ดอลลาร์สหรัฐ, ยูโร, เยน , ปอนด์อังกฤษ และ สิงคโปร์ดอลลาร์”

 

สัดส่วนของเงินดอลลาร์ในตะกร้ามีน้ำหนักมากสุด 50% นั่นแปลว่าหากมีการผลิต Libra ออกมาใช้มาก ก็ต้องใช้สินทรัพย์ค้ำมาก และแน่นอนก็ต้องการดอลลาร์มาก

 

พูดง่ายๆ Libra นี่ก็คล้ายกับร่าง Avatar ของ “ดิจิทัลดอลลาร์” แม้ว่าในทางปฏิบัติ ทางการสหรัฐฯ จะอยู่คนละฝั่งกับ Libra และกีดขวาง อย่างสุดฤทธิ์สุดเดชอยู่ก็ตาม

 

แต่ที่แน่ๆ “ประเทศจีน” ไม่สนหรอกว่าทางการสหรัฐฯ หรือธนาคารกลางทั่วโลก จะเป็นไม้เบื่อไม้เมากับทีม Libra แค่ไหน

 

เพราะเป้าหมายสำคัญคือแข่งขันกับสหรัฐ...สงครามการค้าก็ว่าไป สงครามการเงินก็ต้องทำ “จีน” รีบงัดไพ่เด็ดออกมาในร่าง Avatar ของ “ดิจิทัลหยวน” เพราะหาก Libra ได้ผุดได้เกิด ดีมานด์ดอลลาร์หนุนหลังจะยิ่งเพิ่ม

 

ธนาคารประชาชนจีน (PBOC) หรือคล้ายกับแบงก์ชาติบ้านเรา ประกาศว่า พร้อมแล้วที่จะเปิดตัวเงินดิจิทัล จริงๆ คือเตรียมตัวมาหลายปีแล้ว แต่มาให้ข่าวเอาช่วงนี้ คงเพราะจังหวะได้ แม้กำหนดวัน เวลา ที่จะออกยังไม่ชัดเจน

 

เงินดิจิทัลจีน กับ Libra เฟซบุ๊กต่างกันอย่างไร?

 

* เอาเรื่องความเร็วก่อน

 

ปกติถ้าเรารูดบัตรเครดิตแค่อึดใจเดียวก็เรียบร้อย ก็เพราะว่าศักยภาพของระบบหลังบ้าน รองรับความเร็วในการทำรายการได้ถึง 24,000 รายการต่อวินาที อันนี้สำหรับบัตรวีซ่า ที่เราใช้กันเป็นส่วนใหญ่

 

แต่ถ้าเป็นคริปโตเคอร์เรนซีอย่าง "บิตคอยน์" มีความเร็วที่ 7 รายการ/วินาที ส่วนริปเปิล (ที่ธนาคารนิยมใช้กัน) อยู่ที่ประมาณ 1,500 รายการต่อวินาที

 

ระบบที่จะมารองรับการใช้งานเหรียญ CBDC ของจีนจะมีความเร็วในระดับ 300,000 รายการต่อวินาที! เพื่อที่จะรองรับพฤติกรรมของคนจีนส่วนใหญ่ ที่นิยมชำระค่าสินค้าแบบออนไลน์

 

ส่วนของ Libra ในช่วงแรกจะรองรับความเร็วได้ 1,000 รายการต่อวินาที ดังนั้น หากเทียบความเร็วจากตัวเลขดังกล่าวแล้ว เงินดิจิทัลของจีนดูจะเหนือกว่า Libra

 

* ใครเป็นผู้ออกเหรียญ

 

เหรียญคริปโตที่ออกโดยแบงก์ชาติ จะมีคำเรียกเฉพาะว่า “CBDC” ย่อมาจาก Central Bank Digital Currency ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่า CBDC นั้นออกโดยประเทศใด อย่างในที่นี้คือ CBDC ออกโดยจีน (ของไทยก็มี CBDC ยังอยู่ในช่วงทดลอง)

 

CBDC จีนออกโดยรัฐบาลจีน

 

Libra ออกโดยภาคเอกชน ผ่านสมาคม Libar Association หรือพูดง่ายๆ ก็คือกลุ่มมหาเศรษฐี 27 บริษัท มาลงขันกันตั้งองค์กรขึ้นมา แล้วผลิตเหรียญออกใช้โดยมีโต้โผคือเฟซบุ๊ก

 

* สินทรัพย์ค้ำประกัน

 

CBDC ของจีนจะมีเงินหยวนค้ำประกัน 1:1

 

Libra มีสินทรัพย์ค้ำประกันอยู่ 1 : 1 เหมือนกัน แต่ไม่ได้มีสกุลเดียวโดยจะถัวเฉลี่ยไปยัง 5 สกุล ตามที่เล่าไปข้างต้น

 

* แนวโน้มใครจะเปิดตัวก่อน

 

ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน ตอนแรกดูเหมือน CBDC จีนจะเปิดตัวในปีนี้ เพราะทางธนาคารกลางออกมาให้ข่าว และพูดในทำนองว่าจะต้องรีบทำเพื่อแซงหน้า Libra แต่ตอนหลังทางธนาคารกลางจีนพูดกลับไปกลับมา

 

ส่วนเหรียญ Libra ประกาศว่าปี 2020 แต่จะออกได้ช่วงไหน หรือต้องเลื่อนเป็นปีถัดๆ ไป ก็ไม่มีใครทราบได้ เนื่องจากแรงต้านมีสูงขึ้นอยู่กับหน่วยงานกำกับทั่วโลกจะเปิดใจรับหรือไม่ และในสหรัฐฯ เองจะยอมมั๊ย

 

* แล้วของประเทศไทยล่ะ!?

 

แต่ไม่ว่าเราจะอยู่ฝั่งไหน แต่สิ่งที่เราควรรับรู้ไว้ คือ เทรนด์โลกมาแล้ว เงินจะกลายเป็นแบบดิจิทัล เราจะขยับเข้าสู่สังคมไร้เงินสด ซึ่งจะทำให้สะดวกสบายในการใช้จ่ายแค่ปลายนิ้วคลิก

 

ใครทำมาค้าขายกับจีนอาจต้องรับเงินดิจิทัล CBDC ใครซื้อของจากจีนก็อาจต้องจ่ายด้วย CBDC ไม่อย่างนั้นเราจะเสียเปรียบ

 

ใครทำมาหากินบนเฟซบุ๊ก ค้าขายออนไลน์ข้ามโลก อาจต้องรับเงินค่าสินค้าและบริการเป็น Libra ไม่อย่างนั้นเราจะเสียเปรียบ

 

แต่เลดี้ฯ คิดว่า...มันจะดีแค่ไหน? ถ้าคนไทยมีเงินดิจิทัลของไทยเองไว้ใช้จ่าย แล้วจะมีได้หรือไม่? เกิดขึ้นเร็วแค่ไหน?...โจทย์ข้อนี้เป็นของแบงก์ชาติ

------------------------------------------

ติดตามบทความ,ข่าวคริปโต+หุ้นที่น่าสนใจ เลดี้ฯ จัดให้

Telegram >> https://t.me/joinchat/AAAAAEodPe0kW-t8jQwpBg

LINE SQUARE >> https://bit.ly/2Um2nhb







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh