บทความแนะนำ

10 เรื่องน่ารู้ Libra สกุลเงินดิจิทัลโลก : โดย เลดี้แซป1990

10 เรื่องน่ารู้ Libra สกุลเงินดิจิทัลโลก : โดย เลดี้แซป1990

 

หาก “Bitcoin” ถูกจารึกไว้ว่ากำเนิดขึ้นในปี ค.ศ.2009 อีก 10 ปีต่อมา หรือในปี 2020 โลกจะต้องจารึกกำเนิดของคริปโตเคอเรนซี “Libra”

 

วันนี้เลดี้ฯ จะพาเพื่อนๆ ไปทำความรู้จักกับ Libra พร้อมกับการนับถอยหลังไปอีก 6-7 เดือนก่อนที่เจ้าเหรียญ Libra จะออกมาโลดแล่นในระบบการเงินโลกในปี 2020 (ตามแผนงานของกลุ่มผู้ก่อตั้ง) 

 

1.Libra คือสกุลเงินดิจิทัลที่มีมูลค่าคงที่ หรือ stable coin 

“Libra is designed to be a stable digital cryptocurrency that will be fully backed by a reserve of real assets”

 

การเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่มีมูลค่าคงที่ (stable coin) คือการที่ Libra จะมีสินทรัพย์หนุนหลังในทุกๆ เหรียญที่ผลิตออกใช้ ซึ่งแตกต่างจากคริปโตเคอเรนซีอื่นๆ เช่น Bitcoin, Ether ที่ไม่มีสินทรัพย์หนุนหลัง เราจึงเห็นราคาเหรียญเหล่านั้นผันผวนแรงตามดีมานด์ซัพพลาย เพราะคนที่เข้ามาใช้เหรียญส่วนใหญ่มีเป้าหมายแรกเลยคือการซื้อเก็งกำไร

 

ซึ่งจะต่างจาก stable coin ที่ไม่ว่าดีมานด์ซัพพลายมันจะมากน้อยเท่าไหร่มูลค่าก็จะคงที่เพราะทุกเหรียญที่ผลิตออกใช้ จะมีสินทรัพย์หนุนหลัง

 

ดังนั้น สมมติใครซื้อเหรียญ Libra แล้วคาดหวังว่าผ่านไปหลายเดือน หลายปีราคามันจะขึ้นให้ได้ขายทำกำไร (หรืออาจร่วงหนักจนขาดทุนยับ) คงจะไม่ได้เจอสถานการณ์เช่นนั้นเป็นแน่ เนื่องจากมูลค่าของเหรียญมัน “stable” 

 

2.สินทรัพย์สำรองที่หนุนหลัง Libra เป็นแบบตะกร้าสินทรัพย์ในหลายสกุลเงิน 

การเป็น stable coin จะต้องมีสินทรัพย์จริงหนุนหลัง เช่น เหรียญ USDT จะมีเงินดอลลาร์หนุนหลัง แต่กรณีของ Libra จะเป็นตะกร้าของสินทรัพย์ในสกุลเงินต่างๆ 

 

นั่นหมายความว่าไม่ใช่มีเพียงแค่สินทรัพย์สกุลดอลลาร์เท่านั้น ซึ่งใน White Paper บอกว่าสินทรัพย์สำรอง Libra จะต้องมีความมั่นคง มีความผันผวนต่ำ และมีสภาพคล่องสูง อันรวมถึงเงินฝากในธนาคารและพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้นของธนาคารกลางแต่ละประเทศ (ที่มีเสถียรภาพ) และจะถูกเก็บไว้ที่ Libra Reserve ในมูลค่าเท่ากับจำนวนเหรียญที่ผลิตออกใช้ ทั้งนี้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในมูลค่าที่แท้จริงของ Libra 

 

3.Libra บริหารโดย “Libra Association” 

Libra บริหารงานโดยสมาคม “Libra Association” ซึ่งสมาคมนี้จะบริหารจัดการ Libra Reserve รวมถึงการออกเหรียญ Libra พูดง่ายๆ ก็คือทำหน้าที่เหมือนกับการเป็นธนาคารกลาง (สมมติว่า Libra Association เป็น ธ.กลางของประเทศตั้งใหม่ที่ชื่อ Libra) 

 

นอกจากนี้ Libra Association ยังสามารถเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของสินทรัพย์ในตะกร้าได้เมื่อถึงคราวจำเป็น เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงสำคัญ เช่น การเกิดวิกฤตเศรษฐกิจในภูมิภาคที่มีสินทรัพย์ค้ำเหรียญ Libra อยู่ ทางสมาคมก็จะมาหารือและออกเสียงโหวตกัน เพื่อปรับเปลี่ยนสินทรัพย์ในตะกร้า โดยมีเป้าหมายในการรักษามูลค่าของ Libra 

 

4.Libra ตั้งสถานะเหรียญเป็น “สกุลเงินของโลก” 

ภารกิจของ Libra คือ การเป็นสกุลเงินของโลก และเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินโลกที่ให้อำนาจกับผู้คนหลายพันล้านคนในการเข้าถึงได้อย่างง่ายดาย ซึ่งเป้าหมายหลักคือ ผู้คนราว 1.7 พันล้านคนบนโลกนี้ที่ไม่มีสมุดบัญชีธนาคาร แต่จะสามารถเข้าถึงระบบการเงินได้ด้วยอัศวินม้าขาวที่ชื่อ Libra ขอแค่มีโทรศัพท์มือถือ

 

Libra จึงถูกออกแบบมาให้มีคุณสมบัติเหมาะสำหรับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน โอน จ่าย ชำระค่าซื้อข้าวของได้ง่ายๆ ผ่านโทรศัพท์มือถือด้วยมูลค่าของเหรียญที่คงที่ จึงใช้จ่ายได้เหมือนกับการใช้เงินกระดาษที่ออกโดยรัฐบาล ต่างกันก็เพียงมันเป็นเงินดิจิทัล

 

การเป็น stable coin ของ Libra จะทำให้ผู้ใช้มั่นใจได้ว่า มูลค่าของมันจะค่อนข้างมั่นคงตลอดไป ไม่ว่าจะวันนี้ พรุ่งนี้หรือในอนาคตก็ตาม 

 

5.Libra Association เป็นองค์กรอิสระ ไม่แสวงหาผลกำไร

Libra Association  มีสมาชิกผู้ก่อตั้งคือเฟซบุ๊กร่วมกับพันธมิตรอีก 27 องค์กร ได้แก่ Mastercard, PayPal, PayU, Stripe, Visa, eBay,Farfetch, Lyft, MercadoPago Spotify AB, Uber Technologies ฯลฯ เป็นองค์กรอิสระที่ไม่แสวงหาผลกำไร มีสำนักงานใหญ่ในกรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทั้งนี้ เฟซบุ๊ก คาดหวังว่าสมาชิก Libra Association น่าจะเพิ่มเป็นประมาณ 100 องค์กรภายในช่วงครึ่งแรกของปี 2020  

 

6.จำนวนเหรียญ Libra จะถูกผลิตขึ้นตามความต้องการในตลาด

จำนวนเหรียญ Libra จะถูกผลิตออกมาใช้มากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับความต้องการใช้ซึ่งหากในอนาคต Libra เป็นที่ยอมรับในวงกว้างส่งผลให้เกิดความต้องการใช้ Libra เพิ่มขึ้นทางสมาคมฯ ก็สามารถผลิตเหรียญเพิ่มขึ้นได้ โดยที่ไม่ต้องกังวลประเด็นเงินเฟ้อเนื่องจากในทุกๆ เหรียญที่ถูกผลิตขึ้น ไม่สามารถผลิตออกมาแบบลอยๆ แต่จะต้องถูกหนุนหลังด้วยการฝากสินทรัพย์เข้าไปไว้ใน Libra Reserve ในมูลค่าเท่ากับเหรียญที่ผลิตออกใช้  

 

7.Libra จะโลดแล่นอยู่บนบล็อกเชนที่ชื่อ Libra Blockchain

เหรียญ Libra จะรันอยู่บน Libra Blockchain ซึ่งเป็นฐานการจัดเก็บข้อมูลแบบกระจายศูนย์และมี smart contracts  ที่เขียนด้วยภาษา "Move" ซึ่งเป็นภาษาแบบใหม่ต่างกับ Blockchain เจ้าอื่นที่เด่นในเรื่องของ แพลตฟอร์ม smart contract อย่างเช่น Ethereum Blockchain จะเขียนด้วยภาษา “solidity”

 

ภาษา Move ถูกออกแบบให้มีความปลอดภัยสูง เนื่องจากเป้าหมายของ Libra ต้องการรองรับการให้บริการในระดับ 1 พันล้านคนต่อวัน การออกแบบจึงต้องนึกถึงเรื่องความปลอดภัยสูงเป็นอันดับแรก และ Move จะช่วยรักษาความปลอดภัยของ Libra Blockchain     

 

Libra Blockchain ช่วงแรกอาจมีผู้ใช้จำกัดแค่ 27 องค์กรที่ร่วมก่อตั้ง Libra Associatiom และอาจจะดูเหมือนมีศูนย์กลางในการบริหารอยู่ที่ 27 องค์กรนี้ แต่อนาคตเมื่อคนใช้งาน Libra มากขึ้นก็จะมีคนที่เข้ามาร่วมใน Libra Association มากขึ้นปีหน้าเพิ่มเป็น 100 องค์กร และต่อไปก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ พูดง่ายๆ ว่ามี Node เพิ่มขึ้น ในที่สุดเแล้ว Libra จะกลายเป็น Blockchain แบบสาธารณะ ที่ทุกคนไม่ว่าจะเป็น ผู้บริโภค นักพัฒนา หรือภาคธุรกิจ สามารถใช้เครือข่าย Libra สร้างผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ บน Libra Blockchain ได้ 

 

8. เฟซบุ๊ก จะมีบทบาทหลักแค่ช่วงแรกเท่านั้น

ประเด็นหนึ่งที่คนกังวลคือ หากเหรียญนี้มีเฟซบุ๊กเป็นเจ้าของ แบบนี้เท่ากับกุมอำนาจเบ็ดเสร็จอยู่เจ้าเดียวหรือไม่ ซึ่งใน White Paper อธิบายไว้ว่าในช่วงแรกของการสร้างโปรเจกต์ Libra ทางทีมงานของเฟซบุ๊กจะเป็นกลุ่มที่มีบทบาทหลักที่สำคัญในการสร้าง Libra Association และ Libra Blockchain ด้วยการทำงานร่วมกับสมาชิกผู้ก่อตั้งคนอื่นๆ อีก 27 องค์กร แต่อำนาจตัดสินใจขั้นสุดท้ายจะขึ้นอยู่กับสมาคมฯ และเฟซบุ๊กคาดว่าจะรักษาบทบาทความเป็นผู้นำจนถึงสิ้นปี 2019 นี้เท่านั้น

 

ซึ่งเมื่อเครือข่าย Libra เปิดให้บริการในปี 2020 เฟซบุ๊กและบริษัทในเครือจะลดบทบาท และอำนาจในการกำกับดูแลสมาคมฯ ลง ให้เหลือสิทธ์เท่ากับผู้ก่อตั้งคนอื่นๆ ในฐานะสมาชิกรายหนึ่งเท่านั้น  

   

9.Libra ใช้งานได้ผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัลที่ชื่อ “Calibra”  

เฟซบุ๊ก ได้ตั้งบริษัทย่อยที่ชื่อ “Calibra” เพื่อให้บริการกระเป๋าเงินดิจิทัลในชื่อแอป Calibra ดังนั้น หากใครจะใช้ Libra จะต้องดาวนืโหลดกระเป๋าเงินดิจิทัล Calibra ก่อนซึ่ง Calibra จะให้บริการในรูปแบบแอปพลิเคชัน ที่แยกออกมาต่างหากจากบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊ก 

 

เราเพียงดาวน์โหลดจาก AppStore และ Google Play นอกจากนี้ยังสามารถใช้ Calibra ได้โดยตรงใน WhatsApp และ Messenger เพื่อที่จะทำให้สามารถส่งและรับเงินได้อย่างง่ายดาย เช่นเดียวกับที่เราส่งข้อความถึงเพื่อนๆ โดย Calibra มีเป้าหมายที่จะเข้าถึงทุกคน และทุกที่ในโลก   

 

10.Libra เปิดตัว White Paper วันที่ 18 มิถุนายน 2019

    White Paper ของโปรเจกต์ Libra ถูกเผยแพร่สู่สายตาชาวโลกเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2019 และทางกลุ่มผู้ก่อตั้งคาดว่าจะให้บริการโปรเจกต์นี้ (Libra Blockchain เปิดให้นักพัฒนามาสร้างผลิตภัณฑ์ต่างๆ ,Libra ที่เป็นเหรียญดิจิทัลใช้จ่ายเหมือนเงิน, Calibra ที่เป็นกระเป๋าเงินดิจิทัลรองรับเหรียญ Libra) ได้จริงภายในปี 2020 

 

เลดี้ได้ทำภาพสรุป 10 เรื่องน่ารู้สกุลเงินดิจิทัล Libra สำหรับผู้อ่านที่ติดตามเรื่องนี้จะเข้าใจง่ายขึ้น

 

 

.....................................................................

บทความ By เลดี้แซป1990

เลดี้ฯ มีห้องอ่านบทความใน Telegram >>  https://t.me/joinchat/AAAAAEodPe0kW-t8jQwpBg

และมีห้องคุยใน LINE SQUARE >> https://bit.ly/2Um2nhb

อย่าลืมกดติดตามเลดี้ฯ ไว้… แล้วพบกันใหม่ในบทความถัดไปน๊า^^ 

------------------- 

ข้อมูลจาก :  

https://libra.org/en-US/about-currency-reserve/#the_reserve

https://developers.libra.org/docs/assets/papers/the-libra-blockchain.pdf

https://libra.org/en-US/white-paper/

https://libra.org/en-US/white-paper/#the-libra-blockchain

https://calibra.com/







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh