สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

บทความแนะนำ

| 10 กรกฎาคม 2561

วัดใจมาตรฐานบัญชีใหม `IFRS9` ไทยพร้อมใช้แล้วหรือไม่

วัดใจมาตรฐานบัญชีใหม `IFRS9` ไทยพร้อมใช้แล้วหรือไม่

 

          มาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 9 หรือที่เรียกว่า IFSR 9 ไทยมีแผนจะนำมาใช้แทนมาตรฐานการบัญชีเดิม ได้กลายเป็นอีกประเด็นท้าทายของภาคการเงินและภาคธุรกิจทั้งหมด ซึ่งเดิมกำหนดให้ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 62 ผลของ IFRS 9 จะมีผล บังคับใช้ ซึ่งจะนำไปสู่การปรับปรุงหลักการ และวิธีการทางบัญชี ให้สะท้อนถึงรูปแบบการดำาเนินธุรกิจและสอดคล้องกับการบริหารความเสี่ยงของกิจการให้มากยิ่งขึ้น

          แต่ขณะนี้ผลการของบังคับใช้อย่างแท้จริงยังไม่ตกผลึก หลังทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องยังเสียงแตก โดยเฉพาะภาคเอกชนที่ไม่เห็นด้วยที่จะบังคับใช้ในปีหน้า เพราะกังวลผลกระทบในวงกว้าง โดยเฉพาะภาคธุรกิจ "เอสเอ็มอี" ซึ่งถือเป็นรากฐานที่สำคัญต่อระบบเศรษฐกิจบ้านเรา ที่ถูกมองว่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุด และหากธุรกิจสะดุด หรือมีอุปสรรค อาจส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจไทยโดยรวม

***สภาอุตฯค้านสุดโต่งหวั่นถูกกระทบโดยตรง!!! 
          นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) ให้เหตุผลไว้ว่า สาเหตุที่ต้องการให้เลื่อนใช้มาตรฐานบัญชี IFRS9 ออกไปก่อน เนื่องจากเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อภาคเอกชนโดยตรง รวมถึงเสนอให้ภาครัฐตั้งคณะอนุกรรมการศึกษาผลกระทบเพื่อพิจารณาข้อดี และข้อเสียอย่างรอบด้าน โดยให้ตัวแทนจากกระทรวงการคลังทำหน้าที่ประธาน และ กรรมการต้องครอบคลุมจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เช่น ธุรกิจลิสซิ่ง เช่าซื้อ ตัวแทนจากสมาคมบริษัทจดทะเบียน
          “ผมยังอยากให้เลื่อนไปเป็นปี 65 เพราะอยากให้มีการศึกษาถึงผลกระทบอย่างละเอียดและ ให้คน หรือ บริษัท มีการปรับตัว แต่ดูเหมือนว่าหลายฝ่ายไม่อยากให้เลื่อนไปถึงปี 65 อย่างมากก็แค่ปี 63 เพราะคาดว่าอย่างไรปี 62 ก็ไม่น่าจะทัน”นายสุพันธุ์ กล่าวกับ “สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย”

*** หอการค้าไทยขอหารือทุกฝ่าย!!! 
          นายกลินท์ สารสิน ประธาน สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เรื่องการใช้มาตรฐานบัญชี IFRS9 ยังอยู่ระหว่างการปรึกษาหารือ ซึ่งยังไม่มีข้อสรุปแต่อย่างใด
          นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยกับ “สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย” ว่า ได้รับทราบข้อมูลจากทางกกร. เพื่อทำการศึกษาวิจัยประเมินผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ รวมทั้งนำเสนอมาตรการเยียวยา (ถ้ามี) ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาในการศึกษาวิจัยประมาณ 4-6 เดือน และ จะนำเสนอผลการศึกษาวิจัยต่อ กกบ. ต่อไป โดยขณะนี้ยังไม่สามารถให้รายละเอียดได้

*** แบงก์พร้อมสุด
          แต่ในฝั่งของ สมาคมธนาคารไทย “นายปรีดี ดาวฉาย” กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย ในฐานะประธานสมาคมธนาคารไทย ระบุว่า ขณะนี้ระบบธนาคารพาณิชย์มีความพร้อมในการใช้ IFRS9 เพราะเตรียมความพร้อมเรื่องนี้มา 2 ปี ซึ่งถือว่ามีความพร้อมแล้วในระดับหนึ่ง แต่เมื่อเริ่มใช้จริงก็ยังมีบางส่วนที่ต้องตีความเพิ่มอยู่ยังไม่ 100% ก็คงจะต้องแก้ไขเป็นจุดๆไป ในขณะที่หน่วยงานต่างๆ อย่างสภาอุตสาหกรรมก็ทราบเรื่องอยู่ แต่เมื่อใกล้เวลาก็อาจจะมีความกังวลถึงผู้ประกอบการในบางกลุ่ม โดยเฉพาะ SME ที่ยังมีระบบบัญชีที่ไม่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรการ ขณะที่กลุ่มลูกค้ารายใหญ่ไม่กระทบมากนัก เพราะมีระบบการจัดการอยู่แล้ว
          ขณะนี้กกร. ได้ให้มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยทำการศึกษาวิจัยประเมินผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ รวมทั้งนำเสนอมาตรการเยียวยา ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาในการศึกษาวิจัยประมาณ 4-6 เดือน และ จะนำเสนอผลการศึกษาวิจัยดังกล่าวต่อคณะกรรมการกำกับดูแลการประกอบวิชาชีพบัญชี (กกบ.) และ หน่วยงานที่ดูแลเศรษฐกิจของประเทศเพื่อใช้ในการพิจารณาวันประกาศบังคับใช้มาตรฐานดังกล่าวต่อไป โดยทางกกบ. จะมีการหารือกันในวันที่ 17 ก.ค.นี้
          “ถ้าถามความพร้อมของธนาคาร ไม่ได้มีปัญหากับ IFRS9 ส่วนที่ SME กังวลว่าจะเข้าถึงสินเชื่อได้ยากนั้น ก็ต้องขึ้นกับการพิจารณาของแต่ละธนาคาร อย่างไรก็ตาม ทางกกบ. จะเป็นผู้ตัดสินว่าจะมีผลบังคับใช้เมื่อไหร่ แต่ถ้าถามความเห็นส่วนตัวคาดว่าไม่น่าจะทันปี 62“นายปรีดี กล่าวกับ “สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

***สภาวิชาชีพบัญชีฯ ชี้เดินหน้าตามโรดแม็ป
          ดร.สมชาย สุภัทรกุล ประธานคณะกรรมการกำหนดมาตรฐานการบัญชี สภาวิชาชีพบัญชีในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยกับ “สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย” มองว่า ควรเป็นไปตาม Roadmap ของการบังคับใช้ IFRS ซึ่งเคยได้รับความเห็นชอบจาก กกบ. ไปก่อนหน้าแล้ว คือ วันที่ 1 มกราคม 2562 แต่หากจะเลื่อนออกไปอีก 1 ปี ถึงแม้ว่าอาจส่งผลเสียต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและตลาดทุนของไทยอยู่บ้าง แต่เพื่อให้สถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร หรือธุรกิจที่ไม่ใช่สถาบันการเงินมีเวลาเตรียมความพร้อมอีก 1 ปี ก็เป็นเหตุผลที่เข้าใจได้
          ขณะที่ความกังวลว่าธนาคารพาณิชย์มีนโยบายด้านสินเชื่อที่ไม่เหมาะสมและมีการกำหนดอัตราดอกเบี้ยที่ไม่สอดคล้องกับความเสี่ยงของลูกหนี้ มองว่า ธนาคารจะกำหนดดอกเบี้ยและสินเชื่อตามความเสี่ยงของลูกหนี้ หากธนาคารเน้นการให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้ที่มีความเสี่ยงสูง ธนาคารก็จะมีรายได้ดอกเบี้ยสูง IFRS 9 ก็กำหนดให้ธนาคารตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสูงตามความเสี่ยงของลูกหนี้ ดังนั้น กำไรของแต่ละธนาคารก็จะสะท้อนนโยบายด้านสินเชื่ออย่างเหมาะสม
          นอกจากนี้การใช้ IFRS 9 จึงช่วยให้ผู้ถือหุ้นหรือนักลงทุน รวมทั้งประชาชนที่ฝากเงินกับธนาคารได้ข้อมูลทางการเงินที่มีคุณภาพมากขึ้น และสะท้อนนโยบายด้านสินเชื่อและการบริหารงานที่แท้จริงของธนาคาร อีกทั้งผู้บริหารธนาคารก็มีข้อมูลที่ใช้ใน การประเมินผลการดำเนินงานได้อย่างเหมาะสม
     “เอสเอ็มอีจะรู้สึกสบายใจ เพราะ 3-4 ปียังใช้ชีวิตได้เหมือนเดิม แต่หากกังวลว่าจะขอกู้แบงก์ได้ยากขึ้น อันนั้นเป็นสิ่งที่เข้าใจผิด เพราะต้องไม่ลืมว่าแบงก์ก็ต้องการรายได้ ดอกเบี้ย จากลูกค้า ซึ่งแบงก์เองก็มีนโยบายในการหาสินเชื่อให้มีความเหมาะสมกับ ตัวเอง”

*** โยน กกบ.ชี้ขาด 17 ก.ค.นี้
          ดร.สมชาย กล่าวอีกว่า ธุรกิจธนาคาร ไม่ได้มีความห่วง เพราะธนาคารมีความพร้อมมา 2 ปีแล้ว ประกอบกับ ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ได้ให้ธนาคารนำส่งบการเงินครึ่งปีบนมาตรฐาน IFRS 9 จากที่ก่อนหน้านี้ให้ธนาคารส่งผลกระทบจากการใช้ IFRS 9 จากการประมาณการ
          ธุรกิจลิสซิ่ง ก็ขึ้นอยู่กับความพร้อมของบริษัท เนื่องจากหลักการด้อยค่าของสินทรัพย์ทางการเงินใน IFRS 9 มีวิธีการคำนวณอย่างง่าย ซึ่งสามารถนำมาใช้กับการตั้งค่าเผื่อการด้อยค่าสำหรับลูกหนี้การค้าและ ลูกหนี้ตามสัญญาเช่า โดยวิธีการคำนวณอย่าง ง่ายนี้มีความคล้ายคลึงกับวิธีการประมาณการค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ โดยการจัดกลุ่มลูกหนี้จำแนกตามอายุของหนี้ที่ค้างชำระที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน แต่ต้องมองฐานะการเงิน และ ความเสี่ยงของลูกหนี้ในอนาคตด้วย
          ธุรกิจประกัน ไม่น่าจะกระทบ เนื่องจากปัจจุบันสภาวิชาชีพบัญชีอยู่ระหว่างการร่างกฎระเบียบ IFRS 17 ที่ใช้สำหรับธุรกิจประกันเท่านั้น และ จะบังคับใช้ในปี 65 โดยจะมีความใกล้เคียงกับ IFRS 9 และ ที่สำคัญมีตัวแทนจากสมาคมประกันชีวิตไทย ซึ่งจะ เข้าใจถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับธุรกิจประกันได้เป็นอย่างดี
          คณะอนุกรรมการดังกล่าวศึกษา และประเมินข้อดี และ ข้อเสียของวันบังคับใช้ IFRS 9 หากเป็นไปตามแผนเดิมคือ วันที่ 1 มกราคม 2562 ข้อดี ก็จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติที่จะเข้ามาลงทุนในไทย รวมไปถึงช่วยสร้างความชัดเจน ในการให้ข้อมูลกับนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์เกี่ยวกับผลการดำเนินงานของบริษัท โดยปัจจุบันสัดส่วนนักลงทุนต่างชาติในตลาดหลักทรัพย์มีมากถึง 30% แต่มีข้อเสียที่ ธุรกิจอื่นที่มิใช่สถาบันการเงิน เห็นว่ากระชั้นชิดเกินไป
          แต่หากเลื่อนไปเป็นปี 63 ข้อดีคือทำให้ภาคธุรกิจจะมีเวลาในการเตรียมความพร้อมมากขึ้น แต่ข้อเสีย ความเชื่อมั่นนักลงทุน และ ตลาดทุน จะลดลง อาจกระทบบรรยากาศการลงทุน และหากเลื่อนไปเป็นปี 65 ยังมองไม่เห็นข้อดีเลย มีแต่ข้อเสีย เพราะจะ กระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนอย่างรุนแรง เพราะต้องไม่ลืมว่าประเทศไทยพึ่งพานักลงทุนต่างชาติ
         “ผมเสนอทางเลือกไป 3 แนวทาง ซี่ง กกบ. จะพิจารณา และ เป็นผู้ตัดสินว่าจะบังคับเมื่อไร ซึ่งจะมีการประชุมในช่วงเช้าวันที่ 17 ก.ค.นี้ แต่ถ้าถามความเห็นส่วนตัวคาดว่าจะเลื่อนใช้ไปเป็นปี 63 น่าจะเหมาะสมที่สุด อย่างไรก็ตาม มาตรฐานบัญชีไม่ได้เป็นการชี้นำ แต่รายงานให้เกิดความเหมาะสม”ดร.สมชาย กล่าว

การใช้มาตรฐานบัญชี IFRS9
ผลบังคับใช้    ข้อดี ข้อเสีย
01/01/62           สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน              เอกชนยังไม่พร้อมใช้
01/01/63 เอกชนมีเวลาปรับตัว   กระทบความเชื่อมั่นนักลงทุน
01/01/65 ไม่มี            กระทบความเชื่อมั่นนักลงทุนอย่างมาก            

  ไม่ว่าการตัดสินใจของ กกบ.ที่จะเลื่อน หรือไม่เลื่อนใช้มาตรฐานบัญชี IFRS9 จะออกมาแบบไหน แต่เชื่อว่าทุกฝ่ายคงต้องชั่งใจ ชั่งน้ำหนัก คิด วิเคราะห์ จากผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เพื่อผลสุดท้ายทุกอย่างก็ต้องทำเพื่อให้ไทยก้าวสู่มาตรฐานสากล

 

รายงานโดย : กรณัช พลอยสวาท  

บทความแนะนำ ล่าสุด

ดูบทความทั้งหมด

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh