บทความแนะนำ

ทริกเลือกหุ้นปันผล สร้าง Passive Income

ทริกเลือกหุ้นปันผล สร้าง Passive Income

ปัจจุบัน "Passive Income" กลายเป็นเป้าหมายของคนส่วนใหญ่ไปแล้ว เพราะเป็นรายได้ที่เข้ามาแบบสม่ำเสมอต่อเนื่องในระยะกลาง-ยาว 

ที่สำคัญเป็นรายได้ที่ไม่ต้องลงแรงตลอดเวลา อาจจะลงแรงหรือลงทุนในช่วงแรกเพื่อสร้างทรัพย์สินบางอย่างขึ้นมาให้ทำงานแทนเรา จากนั้นก็นั่งกระดิกนิ้วรอเงินเข้าไปยาว ๆ เลย ตัวอย่างของ "Passive Income" ก็เช่น ค่าเช่า, ดอกเบี้ย, ค่าลิขสิทธิ์ และ เงินปันผล

ใช่ครับ !!! "เงินปันผล" จัดเป็นหนึ่งใน "Passive Income" ดังนั้นแอดเลยอยากจะแชร์วิธีเลือกหุ้นปันผลที่จะสามารถ "Passive Income" ให้กับเราได้

อ้างอิงข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่ได้แนะนำแนวทางการเลือกหุ้นปันผลเพื่อสร้าง "Passive Income" มีดังนี้

1.คัดหุ้นจาก SETHD : เพราะตลาดหลักทรัพย์ฯ มีบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ถึง 831 ตัว ถ้ามานั่งหาทีละตัว คงใช้เวลาบานเบอะกว่าจะเจอหุ้นที่ใช่ วิธีหนึ่งที่จะช่วยให้สามารถหากลุ่มหุ้นได้ คือ หุ้นที่อยู่ในดัชนี SETHD ซึ่งจะรวม 30 บจ.ที่มีการจ่ายปันผลสูงอย่างต่อเนื่อง แต่นักลงทุนก็สามารถหาหุ้นที่มีแนวโน้มปันผลตอบแทนดีจากนอก SETHD ได้เช่นกัน 

2.เช็กประวัติเงินปันผล : เมื่อได้หุ้นมาแล้ว ก็ให้มาตรวจสอบประวัติการจ่ายเงินปันผลให้ละเอียด ควรเลือกบริษัทที่มีความสม่ำเสมอในการจ่ายปันผล เพราะบางบริษัทอาจจะมีการจ่ายปันผลที่สูงในบางปี แต่บางปีก็จ่ายน้อยหรือไม่จ่ายเลย และตัวเลขที่ต้องเช็กคือ Dividend Payout Ratio หากธุรกิจใดที่มีค่านี้สูง ยิ่งมีการจ่ายปันผลที่สูงเมื่อเทียบกับกำไรสุทธิของหุ้นนั้น ๆ และเป็นผลดีกับผู้ถือหุ้น

3.มีผลตอบแทนจากเงินปันผลสูง : อีกอัตราส่วนหนึ่งที่เราควรใช้ในการดูว่าหุ้นนั้นจ่ายปันผลสูงมากน้อยแค่ไหน นั่นคือ Dividend Yield ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดได้ดี เพราะสามารถบอกให้เรารู้ได้ว่า หากซื้อหุ้นที่ราคาหนึ่ง จะได้รับเงินปันผล คิดเป็นสัดส่วนเท่าใดของราคาหุ้นที่จ่ายไปนั่นเอง คำนวณง่าย ๆ โดยนำอัตราเงินปันผลที่บริษัทประกาศจ่ายมาคูณ 100 แล้วหารด้วยราคาหุ้น และควรมีค่ามากกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด

4.ธุรกิจมีความแข็งแกร่ง-มั่นคง : บางครั้งการมองแค่ Dividend Yield อาจจะนำมาเป็นเครื่องชี้วัดว่า หุ้นนี้เป็นหุ้นปันผลที่ดีไม่ได้เสมอไป เพราะการจ่ายปันผลเป็นการนำกำไรของบริษัทออกมาจ่าย ซึ่งอาจทำให้บริษัทเสียโอกาสในการนำเงินนี้ไปลงทุนต่อยอดเพิ่ม ดังนั้นควรดูข้อมูลอื่น ๆ ประกอบอย่าง ความแข็งแกร่งของธุรกิจ สามารถดูได้ในหลากหลายมิติ ซึ่งวิธีในการเช็กความแข็งแกร่งที่ง่ายที่สุด คือ ดูจากอัตราส่วนทางการเงิน ซึ่งสามารถดูได้จาก...

อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ที่ควรอยู่ในระดับสูง เพราะหากธุรกิจไม่มีกำไร ก็ไม่สามารถจ่ายปันผลได้

อัตราหนี้สินต่อทุน (D/E) ที่ควรอยู่ในระดับต่ำ เพราะเมื่อใดก็ตามที่ธุรกิจมีหนี้ในสัดส่วนที่เยอะ จะเหลือกำไรเพื่อจ่ายเงินปันผลได้น้อย หรือไม่สามารถนำไปจ่ายได้

เหล่านี้เป็นแนวทางเริ่มต้นในการหาหุ้นปันผลเพื่อสร้าง Passive Income ให้กับเราในระยะยาว ซึ่งนักลงทุนสามารถปรับเปลี่ยนปัจจัยต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับสไตล์การลงทุน และต้องไม่ลืมประเมินมูลค่าที่เหมาะสม ก่อนตัดสินใจลงทุนด้วยนะจ๊ะ

หนึ่งเอง หนึ่งไง จะใครล่ะ ^^







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh