บทความแนะนำ

IPO ต่ำจอง เกิดจากอะไร ?

IPO ต่ำจอง เกิดจากอะไร ?

หุ้นไอพีโอน้องใหม่ 2 บริษัทที่เข้าเทรดวันแรกสัปดาห์นี้ ช่างสร้างอารมณ์ที่แตกต่างให้กับนักลงทุน (โดยเฉพาะผู้ที่จองซื้อหุ้น) แบบสุดขั้ว 

รายแรก AAI เปิดเทรด 7.90 บาท บวกไป 42% จากราคาไอพีโอ แถมวิ่งต่อปิดตลาดที่ 8.9 บาท บวกไป 60% จากราคาไอพีโอ

ขณะที่วันนี้ BTG เปิดเทรด 39.75 บาท ลดลง 0.63% จากราคาไอพีโอ และลงไปปิดต่ำสุดของวันที่ 36.25 บาท ลดลง 3.75 บาท หรือ 9.38%

ความบังเอิญคือ 2 บริษัทนี้จดทะเบียนใน SET หมวดอุตสาหกรรมเดียวกันคือ "อาหารและเครื่องดื่ม" ต่างกันตรง AAI ขายอาหารสัตว์เลี้ยง ส่วน BTG ขายอาหารคน โดยถือเป็นหุ้นน้องใหม่ขนาดใหญ่ทั้งคู่ เพราะมูลค่ามาร์เก็ตแคป ณ ราคาไอพีโอ อยู่ที่ 1.18 หมื่นล้านบาท และ 7.74 หมื่นล้านบาท 

ถามว่าแล้วทำไมผลงานการซื้อขายวันแรกช่างออกมาต่างกันเหลือเกิน ....

ตอบแบบกำปั้นทุบดินเลยคือ ไม่รู้ครับ !!! และไม่น่าจะมีใครรู้เหตุผลที่แท้จริงด้วย โดยเฉพาะกรณีหุ้นเข้าเทรดวันแรกแล้วต่ำจอง...

แต่แอดไปขอความเห็นจากบรรดากูรูในวงการไอพีโอมา ทั้ง ผู้บริหารบริษัทที่ปรึกษาทางการเงิน, ผู้บริหารโบรกเกอร์ และนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ รวมถึงเซียนหุ้นขาใหญ่ ซึ่งพอจะวิเคราะห์ปัจจัยที่ทำให้หุ้นหลุดจองวันแรกได้ดังนี้

1.ตั้งราคาไอพีโอสูงเกินไป มีส่วนลดหรืออัปไซด์ต่อมูลค่าที่แท้จริงจำกัด เมื่อหุ้นเข้าเทรดจึงมีแรงขายออกมา

2.มีการขายทำกำไรจากผู้ถือหุ้นเดิมที่ไม่ติด Silent Period หลังจากถือหุ้นมายาวนาน ซึ่งกลุ่มนี้มักจะมีต้นทุนที่ต่ำกว่าราคาไอพีโอและมีสิทธิ์ซื้อขายได้ในการเทรดวันแรก โดยกลุ่มนี้ปกติจะมีสัดส่วนประมาณ 20-30% ของหุ้นจดทะเบียน เพราะโดยธรรมชาติผู้ที่จองซื้อหุ้น ณ ราคาไอพีโอย่อมไม่มีใครขายราคาต่ำกว่าต้นทุนแน่นอน (จะจองซื้อแล้วมาขายขาดทุนทำไม ?) แต่กลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมที่มีต้นทุนต่ำกว่าสามารถทำได้ และพอมีแรงขายออกมามาก ๆ ตั้งแต่เปิดการซื้อขาย จึงทำให้ผู้ที่ได้รับสิทธิ์จองซื้อหุ้น Panic ขายตาม แม้จะขาดทุนก็ตาม เพื่อตัดขาดทุน

3.ธุรกิจไม่น่าสนใจ อยู่ในอุตสาหกรรมเดิม ๆ ไม่มีความใหม่ ความแตกต่าง หรือกำลังเป็นที่สนใจของตลาด แม้ผลประกอบการจะยังดูดีมีการเติบโต แต่ก็เหมือนกับบริษัทอื่น ๆ ในอุตสาหกรรมเดียวกันที่อยู่ในตลาดอยู่แล้ว ยิ่งหากเทียบด้านมูลค่าของกิจการแล้วไม่ได้เด่นกว่าบริษัทในตลาด แรงจูงใจในการเข้าซื้อของผู้ที่ไม่ได้หุ้นจองจะลดลงตามไปด้วย 

4.ขาดการให้ข้อมูลที่เพียงพอ ระยะหลังสิ่งที่หายไปจากหุ้นไอพีโอคือการเดินสายนำเสนอข้อมูลต่อนักลงทุน (โรดโชว์) ซึ่งอาจจะเพราะต่อเนื่องมาจากช่วงโควิดระบาด แต่กิจกรรมนี้ถือว่ามีความสำคัญ เพราะทำให้นักลงทุนได้เข้ารับฟัง ซักถาม ข้อมูลต่าง ๆ ของบริษัทจากปากผู้บริหารโดยตรง ก่อนเปิดให้จองซื้อหุ้นและเข้าเทรด ทำให้นักลงทุนประเมินมูลค่าหุ้นที่แม้จริงได้ยากขึ้น มีเพียงข้อมูลในแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) 

แม้จะมีบทวิเคราะห์ก็ทำโดยโบรกเกอร์ที่เป็น UnderWriter นักวิเคราะห์รายอื่นๆ ไม่สามารถเข้าไป Visit เพื่อร่วมประเมินได้ แถมก่อนเทรดบทวิเคราะห์เหล่านั้นก็ถูกห้ามเผยแพร่ (Black Out) อีก ทำให้นักลงทุนไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้

5.ภาวะตลาดไม่เอื้ออำนวย อีกหนึ่งเหตุผลที่ผู้บริหารหรือที่ปรึกษาทางการเงินมักให้เป็นความเห็นเวลาหุ้นเข้าซื้อขายวันแรกแล้วต่ำจอง โดยวันที่หุ้นเข้าเทรดอาจจะหุ้นตกทั้งตลาดพอดี นักลงทุนที่จองซื้อหุ้นจึงเกิดความตกใจและชิงขายหุ้นจองออกมาก่อน โดยหากสังเกตุให้ดี ช่วงที่ตลาดหุ้นไทยเป็นขาลงมักจะไม่ค่อยมีใครนำหุ้นไอพีโอเข้าเทรดมากนัก เพราะจะกระทบต่อราคาวันแรกด้วย

เหล่านี้เป็นเหตุผลเบื้องต้นที่สกัดออกมาจากความเห็นของบรรดากูรู เกี่ยวกับสาเหตุที่ทำให้หุ้นไอพีโอต่ำจองในการเข้าเทรดวันแรก...ซึ่งสาเหตุจริง ๆ ค่อนข้างเฉพาะตัว ต้องดูไปทีละรายบริษัท บางครั้งยากต่อการประเมินแบบเหมารวมได้ 

ทั้งนี้หากจะลงทุนหุ้นบริษัทใด ไม่ว่าจะไอพีโอหรือหุ้นในกระดาน ก็ควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบ ประเมินแนวโน้มธุรกิจในอนาคตให้ออก และตีมูลค่าเหมาะสมให้แตก เพื่อการลงทุนในระยะยาว ส่วนระยะสั้นก่อนลงทุนต้องยอมรับให้ได้ว่า "ราคาหุ้นมีลงก็ต้องมีขึ้น มีขึ้นก็ต้องมีลง...."

หนึ่งเอง หนึ่งไง จะใครล่ะ ^^







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh