บทความแนะนำ

ค่า Beta บอกอะไรเราบ้าง ?

ค่า Beta บอกอะไรเราบ้าง ?

เมื่อพูดถึงค่า Beta มือใหม่หลายคน อาจสังสัยว่าเจ้าค่านี้ คือ อะไร และมีประโยชน์อย่างไร ? วันนี้ แอดเลยอยากพาทุกคน มาทำความรู้จักกับค่า Beta เพราะถ้าทุกคนรู้จักค่า Beta ดีแล้ว มันจะเป็นประโยชน์กับการลงทุนของเราอย่างยิ่งเลย

สำหรับค่า Beta อาจเป็นอีก 1 เครื่องมือ ที่นักลงทุนที่มีประสบการณ์ ใช้คัดเลือกหุ้นเข้ามาอยู่ในพอร์ตฯการลงทุนของตนเอง เพราะเป็นค่าที่บอกว่า หุ้นที่เรากำลังให้ความสนใจอยู่นั้น มีความผันผวนมากน้อยแค่ไหน เมื่อเทียบกับตลาดหุ้น

เช่นถ้าหุ้น A มีค่า Beta เท่ากับ 1.04 เท่า แปลว่า ถ้าดัชนีหุ้นไทย (SET Index) บวก 1% หุ้น A จะบวก 1.04% เป็นต้น ซึ่งหุ้นแต่ละตัวจะมีค่า Beta ที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความผันผวน และทิศทางเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นนั่นเอง 

โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า นักลงทุนสามารถใช้ค่า Beata แบ่งกลุ่มหุ้นออกได้เป็น 2 ประเภท ดังนี้ 

1.หุ้นที่มีความเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันกับตลาด : หุ้นประเภทนี้ เมื่อ SET Index ปรับตัวขึ้น หุ้นก็จะปรับตัวขึ้นเช่นกัน กลับกัน หาก SET Index ปรับตัวลง หุ้นก็จะปรับตัวลงด้วย แต่จะปรับมากกว่าหรือน้อยกว่า SET Index ให้เราดูที่ค่า Beta โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

1.1.กลุ่มที่ราคาหุ้นปรับตัวมากกว่า SET Index เช่น หุ้น B ที่มีค่า Beta = 1.4 เท่า หมายความว่า เมื่อตลาดมีการปรับตัว 1% หุ้นดังกล่าว จะปรับตัวในทิศทางเดียวกันกับตลาด แต่มากกว่า โดยเพิ่มขึ้น 1.4% เป็นต้น ซึ่งโดยทั่วไป มักจะเป็นหุ้นที่นักลงทุนคาดหวังว่าจะมีการเติบโตสูงในช่วงเวลานั้นๆ

1.2.กลุ่มที่ราคาหุ้นปรับตัวเท่ากับ SET Index เช่น หุ้น C ที่มีค่า Beta = 1 เท่า หมายความว่า ถ้า SET Index มีการเคลื่อนไหวขึ้นหรือลง 1% หุ้นดังกล่าว จะปรับตัวไปในทิศทางเดียวกับ SET Index และปรับในอัตราที่เท่ากันที่ 1% เป็นต้น

1.3.กลุ่มที่ราคาหุ้นปรับตัวน้อยกว่าตลาด แต่ไปในทิศทางเดียวกัน เช่น หุ้น D มีค่า Beta = 0.44 เท่า หมายความว่า ถ้า SET Index เคลื่อนไหวขึ้นหรือลง 1% หุ้นดังกล่าว จะปรับตัวไปในทิศทางเดียวกันที่ 0.44% เป็นต้น ซึ่งมักจะเป็นหุ้นที่นักลงทุนมีความคาดหวังในการเติบโตที่ต่ำ โดยทั่วไป มักจะเป็นหุ้นปันผลนั่นเอง

2.หุ้นที่ไม่มีความสัมพันธ์กับตลาด และมีทิศทางคนละทางกับตลาด ซึ่งเป็นกลุ่มที่หาได้ค่อนข้างยาก โดยสามารถแบ่งเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้นได้เป็น 2 กลุ่ม ดังนี้

2.1.กลุ่มที่ราคาหุ้นไม่มีการเคลื่อนที่ตามหรือสวนทางกับ SET Index โดยทั่วไป มักจะเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีความเสี่ยง (Risk free asset) เช่น พันธบัตรรัฐบาล เป็นต้น

2.2.กลุ่มหุ้นที่เคลื่อนไหวสวนทางกับ SET Index เช่น หุ้น E ที่มีค่า Beta = -0.14 เท่า หมายความว่า ถ้า SET Index เคลื่อนไหวขึ้นหรือลง 1% ราคาหุ้นจะมีการปรับตัวในทิศทางตรงกันข้ามกับ SET Index ที่ 0.14% เป็นต้น

ทีนี้ เมื่อเรารู้ความหมายและลักษณะของหุ้นแต่ละกลุ่มโดยแบ่งออกเป็นค่าต่างๆ ข้างต้นแล้ว หลายคนอาจมีข้อสงสัยว่า เราจะเลือกหุ้นโดยใช้ค่า Beta อย่างไร เพื่อให้นักลงทุนได้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเด็น ดังนี้

1.ใช้ในการเลือกหุ้นที่ตรงกับแนวทางการลงทุนของเรา : โดยหุ้นที่มีค่า Beta สูง นักลงทุนกลุ่มที่เน้นซื้อหุ้นในช่วงที่ตลาดหุ้นเป็นเทรนด์ขาขึ้นอย่างชัดเจน หรือต้องการลงทุนตามวัฏจักรของตลาด มักจะลงทุนในหุ้นกลุ่มนี้เพื่อคาดหวังผลตอบแทนในทิศทางเดียวกันกับดัชนี

ส่วน กลุ่มหุ้นที่มีค่า Beta ต่ำ เหมาะสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้น้อย หรือต้องการลดความเสี่ยงจากการลงทุนในภาวะตลาดขาลง มักจะเลือกหุ้นกลุ่มนี้เข้าพอร์ตฯโดยคาดหวังว่า เมื่อตลาดหุ้นปรับตัวลง หุ้นที่ถือจะลงน้อยกว่า

2.ใช้ในการบริหารความเสี่ยงพอร์ตลงทุนโดยรวม : สำหรับนักลงทุนที่ลงทุนในหุ้นหลายตัว แต่หุ้นในพอร์ตฯเป็นหุ้นที่ความผันผวนสูง การกระจายลงทุนด้วยการเพิ่มสัดส่วนในหุ้นที่มีค่า Beta ต่ำ จะช่วยให้ภาพรวมของพอร์ตฯมีความผันผวนที่ต่ำลงได้

อย่างไรก็ตาม ค่า Beta เป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งในการตัดสินใจในการคัดเลือกหุ้นเข้าพอร์ตฯ และค่าดังกล่าว เป็นค่าที่นำข้อมูลของหุ้นและดัชนีในอดีตมาใช้ในการคำนวณ จึงควรใช้ปัจจัยอื่นๆ ในการวิเคราะห์ร่วมด้วย เพื่อให้ตรงกับเป้าหมายการลงทุนของทุกคนนะ







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh