บทความแนะนำ

Coronavirus กำลังดิสรัปต์ ศก.โลก : เลดี้แซป1990

Coronavirus กำลังดิสรัปต์ ศก.โลก : เลดี้แซป1990

 

เมื่อต้นปีเรายังเพิ่งจะคุยกันเรื่อง เทคโนโลยีในยุคดิจิทัล ที่จะเข้ามาดิสรัปต์ วิถีชีวิตของผู้คนบนโลกนี้..ทั้งวงการสื่อ ยานยนต์ การเงิน ธนาคาร การศึกษา ตลาดทุน ฯลฯ      


เราเห็นธนาคารทั่วโลกแห่ปิดสาขา เลิกจ้างพนักงาน  เราเห็นการมาของ Social Banking ไม่ว่าจะ LINE Grab ที่หันมาลุยบริการด้านการเงิน ซึ่งเคยเป็นหม้อข้าวหม้อแกงของแบงก์มาก่อน 
 

เราเห็นเทรนด์ของสกุลเงินดิจิทัล โดยเฉพาะ "เฟซบุ๊ก" ที่ประกาศจะออกเหรียญ Libra ได้กระตุ้นความตื่นตัวของ "ธนาคารกลางทั่วโลก" เร่งตั้งทีมขึ้นมาศึกษา สกุลเงินดิจิทัลแห่งชาติ  


เรื่องที่เกี่ยวข้อง : CBDC คืออะไร ทำไม ธ.กลางทั่วโลกต้องเร่งศึกษา

และเรายังเพิ่งจะเห็นจีนทะเลาะกับสหรัฐอยู่วันเว้นวัน กระทั่งตลาดหุ้นทั่วโลกมึนงง เหวี่ยงขึ้นลงตามผลการเจรจาทางการค้าของสองยักษ์ใหญ่คู่นี้


ใครจะไปคิดว่า วันดีคืนดีโลกนี้จะเจอกับ "สิ่งใหม่" ที่มนุษย์ไม่เคยพบไม่เคยเจออย่าง "โคโรนาไวรัส" ที่เกิดการระบาดใหญ่ (Pandemic) ไปทั่วโลก เร็วเสียยิ่งกว่าบล็อกเชน และ 5G  


มันกำลังเข้ามาดิสรัปต์ "วิถีชีวิตของผู้คน" ในทุกวงการ เกิดวิกฤตด้านสุขภาพไปทั่วโลก จนกระทบชีวิตความเป็นอยู่ในรูปแบบปกติ และเป็นโดมิโนไปยังเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแออยู่แล้ว ให้เลวร้ายลงไปอีก ในขนาดที่ว่า "กลไกปกติ" ของนโยบายการเงินใช้ไม่ได้แล้ว ในการรับมือกับสถานการณ์เช่นนี้ 

 

เศรษฐกิจ

ทุกประเทศงัดไม้ตายออกมาอย่างสุดลิ่มทิ่มประตู ทั้งนโยบายการเงิน และนโยบาการคลัง เพื่่อฟื้นฟูเศรษฐกิจในประเทศ ไม่ให้เข้าสู่ "ภาวะถดถอย"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ธปท.เผย COVID-19 ทำทั่วโลกเร่งอัดฉีดทั้งมาตรการการคลัง-การเงิน

มหาอำนาจอย่างสหรัฐ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ก็ประกาศซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) แบบไม่อั้น รวมทั้ง "ลดดอกเบี้ยฉุกเฉิน" จนเหลือร้อยละ 0-0.25% ในปัจจุบัน และตามมาด้วยอีกหลายประเทศที่ลดดอกเบี้ยตาม รวมถึงประเทศไทย ธปท.ตัดสินใจ "ลดดอกเบี้ยฉุกเฉิน"ไปก่อนหน้าที่จะถึงวันประชุมตามรอบปกติ เพียงแค่ไม่กี่วัน  

ประเทศต่างๆ เร่งช่วยเหลือประชาชน อย่างไทย ก็มีมาตรการออกมาหลายชุด ส่วนต่างประเทศ ในฮ่องกงให้เงินช่วยเหลือภาคครัวเรือน ภาคธุรกิจ SMEs  ที่สิงคโปร์สมทบเงินค่าจ้างแรงงาน ที่อินโดนีเซียผ่อนเกณฑ์การส่งออกนำเข้า และที่จีนทางกรมศุลกากรลดค่าธรรมเนียมให้กับผู้ส่งออก  
 

เราไม่ได้ยินคำว่า "GDP ติดลบ" มานานเท่าไหร่แล้ว นับจากวิกฤตซับไพรม์ปี 51-52 หรือย้อนไปไกลกว่านั้นก็ต้มยำกุ้งเมื่อปี40 หรือราว 20 ปีก่อน  

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดว่าจีดีพีโลกปีนี้จะติดลบ 1.5% และมีโอกาสที่อาจจะลบได้มากถึง 3.3% ส่วนประเทศไทย ธปท.หั่นจีดีพีชนิดที่ไม่ปราณีใคร คาดหดตัว 5.3% ! 


เหยี่ยวข่าวประจำแบงก์ชาติ ที่ปกติจะเกาะติดตัวเลขจีดีพีทุกไตรมาส ฟังแล้วยังอึ้ง! หูไม่ฝาดใช่มั๊ย? เพราะมันเป็นตัวเลขที่ต่ำมากอย่าง มีนัยสำคัญ กับการประเมินเศรษฐกิจไทยของ ธปท.ในครั้งนี้ 


ตลาดแรงงาน 


องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) คาดการณ์ในกรณีเลวร้าย ทั่วโลกอาจจะตกงานถึง 25 ล้านคน หากเป็นเช่นนั้นเท่ากับว่าจะมีคนตกงานมากกว่าวิกฤตซับไพรม์เสียอีก ซึ่งตอนทั่วโลกตกงาน 22 ล้านคน


พี่เบิ้มอย่างสหรัฐฯ เพิ่งรายงานยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ตัวเลขล่าสุดพุ่งขึ้นมาถึง 3.2 ล้านราย สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในสหรัฐแซงหน้าจีนและอิตาลีไปเรียบร้อย (27 มี.ค. 2563)


วงการกีฬา


วงการกีฬาลูกหนังลีกใหญ่ๆ ถูกเลื่อนออกไป เช่น พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ,ลาลีดา สเปน และบุนเดสลีกา เยอรมัน 


ที่สำคัญกีฬาระดับโลกของมวลมนุษยชาติอย่าง "โอลิมปิก" ก็ถูกเลื่อนออกไปด้วย...งานนี้มีการประเมินกันว่า ญี่ปุ่นในฐานะเจ้าภาพเตรียมงาน จะเสียหายไม่น้อยกว่า 200,000 ล้านบาท! 


วงการลงทุน 


บริษัทต่างๆ ทั่วโลกโดนผลกระทบไม่ทางตรงก็ทางอ้อม โดยเฉพาะบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้น ที่ราคาหุ้นบริษัทจะสะท้อนอารมณ์ของนักลงทุนได้ดี แข่งกันร่วงทำนิวโลว์ ท้ายสุดกดดัชนีตลาดดิ่งเหวอย่างผิดปกติ  อาการนี้เป็นกันแทบจะทุกตลาดหุ้นทั่วโลก  นำมาสู่การใช้ "เซอร์กิตเบรกเกอร์" หรือสั่งหยุดพักการซื้อขายในระหว่างวัน อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน 


บางประเทศ ถึงขนาดปิดตลาดหุ้น เช่น จีน ฟิลิปปินส์ 


สินทรัพย์อย่างอื่น ก็แย่ ไม่ใช่แค่หุ้น แต่ยังรวมถึงสินทรัพย์ที่ว่าแน่อย่างทองคำ หรือสินทรัพย์ทางเลือกอย่างคริปโตเคอร์เรนซี  ทุกตลาด วงแตกพอๆ กับตลาดหุ้น  

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ส.ค้าทองคำ เพิ่มส่วนต่างขายออก-ซื้อคืนทองแท่งเป็น 300 บ.
 

.............


ตัดภาพมาที่เราในตอนนี้  


เราเองคงไม่คิดเช่นกันว่า อยู่ดีๆ จะต้องมานั่งทำงานที่บ้าน ต้องมานั่งประชุมผ่านวีดิโอคอลล์  อยู่ดีๆ จะโดนบริษัท ขอลดเงินเดือน เปิดแคมเปญเชิญชวนลาออก หรือการไม่สุงสิงกับใครรอบตัวรอบบ้าน เพราะต้องทำการเว้นระยะห่างทางสังคม  หรือ social distancing


ขณะที่ใครหลายคน ก็เพิ่งจะเข้าใจและซาบซึ้งกับคำว่า "เงินสำรอง" ว่ามันสำคัญมากขนาดไหน 


คนค้าขายในห้างฯ ก็ต้องหยุดไป 22 วัน หลังรัฐบาลสั่งปิดศูนย์การค้าใน กทม.เมื่อทุกอย่างสะดุด รายได้หดหาย ไม่มีเงินสดหมุนเวียน แต่ดอกเบี้ยเงินกู้เดินอยู่ตลอด

 

อาชีพและธุรกิจที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว ได้รับผลกระทบเต็มๆ โรงแรม ภัตตาคาร  ทัวร์ นันทนาการ การขนส่ง  โดนหมด 


ทั้งหมดนี้ มาจากพิษของไวรัสโคโรนา ที่เป็น "ตัวเร่ง" ทำลายระบบเศรษฐกิจโลก จนกลไกหรือเครื่องมือทางการเงินแบบปกติ "เอาไม่อยู่" และก็ไม่มีใครรู้ว่า...จะใช้เวลานานเท่าไหร่ที่จะควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดได้ 


ตัวเลขผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิต เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด ณ วันที่เขียนบทความนี้ยอดผู้ติดเชื้อพุ่งไปแล้ว 5 แสนกว่าคนทั่วโลก เสียชีวิตแล้ว 24,000 คน  


รอวันพายุสงบ 


เมื่อถึงวันที่ "สึนามิ" ลูกนี้สงบลง ร่องรอยจาก "โคโรนาไวรัส" จะทำให้หลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนไป ทั้งรูปแบบการ ทำงาน รูปแบบการเรียนการสอน การออกแบบอาคารที่อยู่อาศัย กติกาการอยู่ร่วมกันในสังคม ผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ  ธุรกิจเกิดใหม่ เศรษฐีใหม่ก็น่าจะมีให้เห็นหลังวิกฤตรอบ  นี้ และในทางกลับกันยาจกหน้าใหม่ ก็จะเห็นในวิกฤตรอบนี้เช่นกัน...   


ทั้งหมดนี้ คือ บทเรียนล้ำอันล้ำค่า ของคนที่เกิดในยุคนี้ คำกล่าวที่ว่า "เราควรใช้ชีวิตให้เหมือนกับว่าวันนี้คือวันสุดท้ายของชีวิต" น่าจะช่วยให้เรา เตรียมพร้อมเสมอในทุกสถานการณ์


ณ วินาทีนี้ สิ่งที่เราควรทำคือการตั้งสติ มองหาวิธีเอาตัวรอด เพราะ “ข้อเท็จจริง”ที่เกิดขึ้นเราคงไปทำอะไรมันไม่ได้ แต่เราสามารถให้ความหมายกับมันได้ เราจะมองแล้ว"หดหู่" หรือต่อสู้เพื่อโอกาสในวิกฤต   


ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจ ให้คนไทยทุกคน ร่วมฟันฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน #คนไทยต้องรอด 


...................................................
บทความ By เลดี้แซป1990 -LadyZap1990
เลดี้ฯ มีห้องอ่านบทความใน Telegram และ LINE Open Chat

อย่าลืมกดติดตามเลดี้ฯ ไว้…พบกันใหม่ในบทความถัดไปนะ ^_^
...................................................

 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh