บทความแนะนำ

เงินดิจิทัล facebook ไปต่อหรือพอแค่นี้? : โดย เลดี้แซป1990

เงินดิจิทัล facebook ไปต่อหรือพอแค่นี้? : โดย เลดี้แซป1990

 

Facebook เผยแพร่รายละเอียดโปรเจกต์ เงินดิจิทัล facebook ที่ชื่อ Libra ใน White Paper เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2562 เรียกได้ว่า เป็นโปรเจกต์ที่ "ป๊อปปูลาร์" ไปทั่วโลก ไม่เว้นแม้กระทั่งในไทย

 

ข้อความค้นหา Libra พุ่งแรงช่วงวันเปิดตัว White Paper!  

 

รู้ไหมคะ วันที่เปิดตัว White Paper ของ Libra มีผู้คนจากทั่วโลก มาพิมพ์คำว่า Libra ใน Google นี่อย่างพีคเลย! ทรงกราฟทั้งในไทย กับทั่วโลกนี่เหมือนกันเด๊ะ สูงสุดช่วงวันที่ 18-19 มิ.ย. 

บทความที่เกี่ยวข้อง : 10 เรื่องน่ารู้ Libra สกุลเงินดิจิทัลโลก 

 

Facebook ทำให้วงการคริปโตในไทยคึกคักมาก กลุ่มคนที่ไม่เคยสนใจเรื่องคริปโต (Crypto) ยังต้องถามว่า Libra คืออะไร? Libra แปลว่าอะไร? มันเหมือน บิตคอยน์มั๊ย? ก็เพราะสื่อกระแสหลักพูดถึงบ่อย ส่วนภาครัฐ ภาคเอกชนนี่ก็ไม่ยอมกันเลย จัดงานสัมมนาหัวข้อ Libra กันแทบจะวันเว้นวัน (ตอนนี้ก็ยังมี และคงมียันปีหน้า) ราวกับว่า Libra นี่ออกใช้แล้ว (ฮาา)  

 

ก็เพราะคนไทยส่วนใหญ่ใช้ facebook จึงไม่น่าแปลกที่จะสนใจในเรื่องนี้ เพราะถ้าหาก เงินดิจิทัล Libra facebook ออกมาใช้งานได้จริง  มันก็จะเป็นเสมือนของเล่นใหม่ให้คนได้ลอง ยิ่งของใหม่นั้นมันตอบโจทย์เรื่องใกล้ตัว อย่างเช่น การโอนเงิน การรับ-จ่าย ค่าของที่สั่งซื้อออนไลน์ นาฬิกา เสื้อผ้า ยาปลูกผม ครีมนวดหน้า และจิปาถะ 

 

เส้นทาง Libra ไม่ง่าย 2 เดือนผ่านไป แรงต้านยังไม่ซา  

 

โปรเจกต์ เงินดิจิทัล Libra ของ facebook ผ่านมา 2 เดือนเศษแล้ว (ณ 29/08/2019) Libra facebook ถูกกระแสโจมตีอย่างหนักจากระดับรัฐบาลทั่วโลก ข่าวต่างๆ ที่ออกมา จะค่อนไปทางต่อต้านมากกว่าสนับสนุน

 

อย่างตอนที่เปิดตัว White Paper ได้ 1 เดือนคือราวกลางเดือนกรกฎาคม ทางฝ่าย กม.สหรัฐฯ เรียกหัวหน้าโปรเจกต์  Libra ของ facebook เข้าไปให้การต่อวุฒิสภา 2 วันซ้อน ล่าสุด ปลายเดือนสิงหาคม ส.ส.สหรัฐฯ ได้เข้าพูดคุยกับรัฐบาลประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (ซึ่งเป็นประเทศที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ Libra Association)พอประชุมจบ ก็มีประเด็นสงสัยเพิ่มขึ้นไปอีก      

 

อีกฟากหนึ่ง สหภาพยุโรป (EU) ก็เริ่มออกมาเคลื่อนไหว แม้จะช้ากว่าชาวบ้านชาวช่องเขาไปหน่อย เพราะก่อนหน้านั้นเค้าแห่กันมารุม facebook ไปตั้งกี่ประเทศแล้ว โดยทาง EU เริ่มเข้ามาสืบสวนข้อมูลต่างๆ  ที่เกี่ยวข้องกับโปรเจกต์ Libra ประเด็นหลักที่กังวลคือ "การกีดกันการแข่งขัน"

     

ส่วนข่าวที่ออกมาจากฝั่งของ Libra facebook ไม่ค่อยมีในระยะหลัง แต่ครั้นพอจะมีข่าวบ้าง ก็กลายเป็นเรื่องที่ว่า สมาชิกใน Libra Association จำนวน 3 ราย (ซึ่งออกมาให้ข่าว แต่ปิดชื่อ) อาจจะขอถอนตัว (ตัดช่องน้อยไปก่อนซะงั้น) เพราะเกรงว่าการถูกจับตาจากหน่วยงานกำกับด้านกฎหมาย อาจจะทำให้ธุรกิจเดิมที่พวกเขาทำอยู่ต้องติดเรดาห์การตรวจสอบไปด้วย..เอาละสิ!     

 

 

ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าใครตามข่าวจะเห็นว่า ตอนที่ ปิดงบไตรมาส2/62 ของ facebook ซึ่งจะต้องส่งรายงานให้ ก.ล.ต.สหรัฐฯ facebook ได้เขียนในรายงานเตือนนักลงทุนไว้ว่า โครงการ Libra อาจจะสำเร็จหรือไม่สำเร็จก็ได้นะ และ facebook ยอมรับว่าโครงการนี้จะไปเพิ่มค่าใช้จ่ายให้บริษัท...ก็พอจะตีความได้ว่าประเดี๋ยวไปฉุดกำไรลง แล้วราคาหุ้น facebook จะพาลแย่ตาม :(

 

มีคู่แข่งที่ซุ่มอยู่ ค่อยๆ โผล่มา ท้าชน Libra  

 

ท่ามกลางประเด็นที่ผู้ออกกฎหมายทั่วโลกกังวล เช่น ความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน อำนาจทางการเงินที่เหนือตลาดของ facebook  ที่อาจไปลดทอนอำนาจของธนาคารกลางในการดำเนินนโยบายการเงิน หากคนในประเทศนั้นๆ แห่แหนกันมาใช้งาน Libra

 

ระหว่างทางของการต่อสู้กับข้อ กม.เพื่อฝันจะเป็นสกุลเงินดิจิทัลของโลก ไม่น่าเชื่อว่า เพียว 2 เดือนคล้อยหลัง มีหลายองค์กรที่ประกาศในทำนองว่า ข้านี่แหละจะมาท้าชน ทั้งที่ Libra จะเกิดหรือเปล่ายังไม่รู้นะ.. แต่พวกนี้ไม่ใช่อยู่ดีๆ มาคิด องค์กรเหล่านี้ก็คงเตรียมการมาก่อนแล้วเหมือนกัน แค่รอจังหวะเปิดตัว และมันอาจจะเหมาะเอาช่วง

นี้แหละ 

 

ไม่ว่าจะเป็น  จีน  เตรียมจะเปิดตัวเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง (CBDC)ในเดือน พ.ย.นี้, Walmart ค้าปลีกยักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯ ก็ยื่นขอจดสิทธิบัตรสเตเบิลคอยน์ ซึ่งคล้ายๆ กับแนวคิดของ Libra Facebook  รวมถึง Binance กระดานเทรด คริปโตเบอร์ 1 ของโลก เปิดตัวเหรียญนามว่า “Venus” โดยบอกว่า ข้านี่ล่ะคือ Libra เวอร์ชันภูมิภาค   

 

และจนถึงวันที่หลายคนอ่านบทความอยู่นี้ ก็ไม่รู้จะมีรายไหนเซอร์ไพรซ์ออกมาอีก ซึ่งเลดี้ฯ เชื่อว่า จะมีอีกเป็นแน่ เรื่องนี้ต้องเกาะติดค่ะ...  

 

 

เมฆหมอกหนา Facebook Libra จะสู้ต่อหรือจะยอมถอย 

 

ถ้าสู้แล้วได้ไปต่อ..ตามแผนคือในครึ่งแรกปี 2020  หรือถ้าผิดจากแผนในเรื่องของเวลาก็คงจะเลื่อนเป็น 2-3 ปีถัดไป ถึงตอนนั้น ระบบการเงินของโลกคงจะเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ถ้าทุกคนบนโลกนี้ไม่ว่าจนหรือรวย ก็มีโอกาสเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างเท่าเทียมกัน เช่น การโอน จ่าย ชำระเงินค่าสินค้าไปได้ทั่วโลก ด้วยเงินยี่ห้อ "Libra" เป็นตัวกลางในการชำระเงิน   

 

แต่ถ้าไม่ได้ไปต่อ.. ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีบริษัทเอกชนยักษ์ใหญ่เจ้าอื่นทำ หรือไม่ก็ธนาคารกลางนั่นแหละจะทำเสียเอง ที่น่าสนใจคือตอนนี้เทรนด์ของ ธนาคารกลางทั่วโลก ต่างก็ศึกษาที่จะทำสกุลเงินดิจิทัลอยู่ (เริ่มศึกษาและทดลองกันมาหลายปีแล้ว) แทนที่คนในประเทศตัวเอง จะไปใช้ยี่ห้อบิตคอยน์,ยี่ห้อ Libra ก็มาใช้ยี่ห้อของตัวเองซะสิ เช่น ดิจิทัลบาท  ดิจิทัลหยวน แบบนี้เป็นต้น 

 

 

สุดท้ายอ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ถามว่าคริปโต Libra จะรุ่งหรือร่วง? คงไม่มีใครฟันธงได้ แต่ที่รู้และเห็นอยู่ ณ ตอนนี้คืออิมแพ็คของ Facebook Libra ได้ทำให้เรา เห็นภาพการเปิดศึกชิงอำนาจระหว่าง “โลกการเงินแบบเก่า” และ “โลกการเงินแบบใหม่” ที่ยิ่งนับวันจะเข้มข้นมากขึ้น!  

 

----------------------------------------------

อย่าลืมกดติดตามเลดี้ฯ ไว้..จะได้ไม่พลาดบทความถัดไปน๊า ^_^ 

อ่านบทความรวมไว้ใน Telegram >>  https://t.me/joinchat/AAAAAEodPe0kW-t8jQwpBg

ห้องอ่าน&พูดคุยแวะมาเลย LINE SQUARE >> https://bit.ly/2Um2nhb

 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh