บทความแนะนำ

Inverted Yield Curve กับวิกฤติครั้งใหม่: โดย แว่นใส

Inverted Yield Curve กับวิกฤติครั้งใหม่: โดย แว่นใส

อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรสหรัฐฯ

แหล่งที่มา: https://fred.stlouisfed.org/series/T10Y2Y

 

จากรูปข้างต้น คือ กราฟส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรสหรัฐฯ (US Bond Yield) อายุ 2 ปี กับอายุ 10 ปี ลู่เข้าใกล้ศูนย์ชัดเจน

 

โดยปกติ ส่วนต่าง "อัตราดอกเบี้ยพันธบัตร" อายุ 2 ปี กับอายุ 10 ปี ควรจะเป็นบวก เนื่องจากพันธบัตรระยะยาวควรให้ดอกเบี้ยมากกว่าระยะสั้น เพื่อชดเชยส่วนต่างระยะเวลา และยังสะท้อนความคาดหวังต่อเงินเฟ้อที่จะเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต

 

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นล่าสุด ส่วนต่างดังกล่าวส่อแววติดลบ จนทำให้นักลงทุนกังวลว่าจะเกิด Inverted Yield Curve นั่นหมายความว่า นักลงทุนคาดว่าเงินเฟ้อในอนาคตจะลดลง หรือเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession) ที่ GDP growth ติดลบสองไตรมาสติดต่อกัน

 

อดีตที่ผ่านมาบอกเราว่า หลังจากเกิด Inverted Yield Curve แล้ว ภายในระยะเวลาต่อมา (จะนานแค่ไหนแล้วแต่ cycle ในครั้งนั้น ๆ) จะเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ (Recession) ตามมา

 

คำถาม เราจะเตรียมตัว หรือรับมืออย่างไร?

 

แหล่งที่มา: https://fintechfreedom.com/annual-asset-class-returns/

 

จากรูปแสดงให้เห็นถึงผลตอบแทนของการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่าง ๆ

ปี 2008 เกิดวิกฤติซับไพร์ม การลงทุนในตลาดหุ้นเกิดใหม่ขาดทุนย่อยยับที่สุด 55+

แต่ที่น่าสนใจคือ การลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ (Large Caps Stocks) ค่อนข้างผันผวนน้อยเมื่อเทียบกับสินทรัพย์อื่น ๆ

ดังนั้น หากเกิดวิกฤติจริง นอกจากตราสารหนี้แล้ว หุ้นขนาดใหญ่จึงเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่น่าสนใจ โดยเฉพาะหุ้นสาธาณูปโภค ที่ทุกคนต้องกินต้องใช้ หรือหุ้น รพ. เป็นต้น

 

 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh