บทความแนะนำ

ความน่าสนใจของหุ้นเล็ก โดย บลจ.แลนด์แอนด์เฮ้าส์

ความน่าสนใจของหุ้นเล็ก โดย บลจ.แลนด์แอนด์เฮ้าส์

สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นทั่วโลกผันผวนอย่างหนักส่งผลให้นักลงทุนเริ่มเม้าส์กันว่าการลงทุนในหุ้นอาจไม่น่าสนใจเหมือนช่วงที่ผ่านมา แต่เรามองเป็นโอกาสของผู้กล้าที่เลือกลงทุนได้อย่างถูกต้อง โดยปัจจัยที่ใช้ในการเลือกหุ้นเพื่อลงทุนนั้นมีได้หลากหลาย แต่สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม คือ มูลค่าตลาด (Market capitalization) หรือ ขนาดของบริษัทนั่นเอง โดยสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่ม คือ หุ้นขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก ซึ่งแต่ละกลุ่มจะมีความแตกต่างกันออกไป โดยหุ้นขนาดใหญ่มักเป็นบริษัทที่นักลงทุนส่วนใหญ่ทั้งชาวไทยและต่างชาติรู้จักและให้ความสนใจที่จะเข้าลงทุน นอกจากนั้นบริษัทเหล่านี้ค่อนข้างมั่นคง และมีแนวโน้มที่จะจ่ายปันผลสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตาม ด้วยขนาดของกิจการที่ใหญ่ทำให้อัตราการเติบโตของหุ้นกลุ่มนี้ไม่ได้โดดเด่นนัก ในขณะที่หุ้นขนาดกลางและเล็กนั้นอาจเป็นบริษัทที่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักหรืออยู่ในช่วงแรกของวัฎจักรธุรกิจ (Business cycle) และเป็นบริษัทที่กำไรมีโอกาสเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยเราสามารถอ้างอิงผลตอบแทนของหุ้นขนาดกลางและเล็กได้จากดัชนี SET Index ซึ่งเป็นดัชนีที่สะท้อนการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นกว่า 600 ตัว ซึ่งโดยส่วนใหญ่เป็นหุ้นขนาดกลางและเล็ก

ทำไมต้องลงทุนในหุ้นขนาดกลางและเล็ก? เนื่องจากหุ้นประเภทนี้มีแนวโน้มอัตราการเติบโตของกำไรสูง นักลงทุนจึงมักหวังผลกำไรในรูปแบบของส่วนต่างราคาหุ้น (capital gain) มากกว่าเงินปันผล อย่างไรก็ตาม ผลตอบแทนที่สูงย่อมมาพร้อมกับความเสี่ยงที่สูงเช่นกัน (High risk, high return) นอกจากนี้ การลงทุนในหุ้นขนาดกลางและเล็กยังเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยกระจายความเสี่ยงในการลงทุน หากดูจากข้อมูลสถิติในอดีตจะเห็นว่า ในระยะยาว หุ้นขนาดกลางและเล็กมักให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าหุ้นขนาดใหญ่ ดูได้จากอัตราผลตอบแทนของ SET และ SET100 ที่สูงกว่าของ SET50 ขณะเดียวกันอัตราผลตอบแทนของหุ้นกลุ่มนี้ยังผันผวนน้อยกว่าอีกด้วย ซึ่งเป็นผลมาจากจำนวนหุ้นในดัชนีที่มากกว่า ส่งผลให้มีการกระจายความเสี่ยงที่ดีกว่า

 

  ตารางอัตราผลตอบแทนย้อนหลังต่อปี   และตารางความผันผวนของอัตราผลตอบแทนย้อนหลังต่อปี (ตามลำดับ)

 

 

แล้วเมื่อไหร่ที่ควรลงทุนในหุ้นขนาดกลางและเล็ก? เป็นธรรมดาที่นักลงทุนย่อมต้องการอัตราผลตอบแทนที่สูง ดังนั้น การเข้าลงทุนในสินทรัพย์ขณะที่ราคายังไม่แพงจึงเป็นจังหวะการเข้าลงทุนที่เหมาะสม กราฟด้านล่างนี้แสดงถึงอัตราส่วนของ ราคาต่อกำไรต่อหุ้น (P/E) และราคาต่อมูลค่าตามบัญชีของบริษัท (P/B) ของ SET Index ต่อ SET50 ซึ่งจะเห็นได้ว่า ขณะนี้อัตราส่วนทั้งสองได้ปรับตัวลงมาเข้าใกล้ค่าเฉลี่ยในอดีต ดังนั้นเราจึงเชื่อว่าหุ้นขนาดกลางและเล็กเริ่มซื้อขายในระดับที่น่าสนใจ จึงมองเป็นโอกาสในการทยอยสะสม

 

 อัตราส่วนราคาต่อกำไรต่อหุ้น (P/E)                                                                                                              

 

   อัตราส่วนราคาต่อมูลค่าตามบัญชีของบริษัท (P/B)

ที่มา: Bloomberg ณ วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561

 

ถ้าอยากลงทุน ต้องทำอย่างไรดี? การลงทุนในหุ้นขนาดกลางและเล็กสามารถทำได้หลายรูปแบบ แต่สิ่งที่สำคัญก่อนการลงทุนนั้นนักลงทุนควรศึกษาหุ้นแต่ละบริษัทให้ดีก่อนเข้าลงทุน โดยควรวิเคราะห์ถึงปัจจัยพื้นฐานของบริษัท โอกาสการเติบโตของกำไร และมูลค่าพื้นฐานที่น่าสนใจ โดยหุ้นที่เข้าลงทุนควรเป็นหุ้นที่มีอัตราการเติบโตที่ดีและมีผลประกอบการที่โดดเด่น อยู่ในธุรกิจหรืออุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเติบโตไปกับสภาพเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม การคัดเลือกหุ้นด้วยวิธีดังกล่าวข้างต้นอาจต้องใช้เวลาและความเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ ซึ่งอาจไม่เหมาะกับนักลงทุนบางท่าน ดังนั้นอีกทางเลือกหนึ่งในการเข้าลงทุนในหุ้นขนาดกลางและเล็กที่เหมาะสมก็คือ “การลงทุนผ่านกองทุนรวม” ซึ่งมีผู้จัดการกองทุนที่มีประสบการณ์ มีความเชี่ยวชาญในการคัดกรองหุ้นช่วยดูแลและบริหารเงินลงทุน โดยทาง บลจ.แลนด์แอนด์เฮ้าส์ของเราขอฝากกองทุนเปิด LHMSFL ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะคะ

 

จัดทำโดย บลจ.แลนด์แอนด์เฮ้าส์

 

คำเตือน

  • ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
  • ผลการดำเนินงานในอดีต/ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนมิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต
  • ติดต่อขอรับหนังสือชี้ชวนของกองทุนได้ที่ บลจ. แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัดโทร 02-286-3484 ต่อ 211-215 หรือ ตัวแทนขาย

 

 

 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh