บทความแนะนำ

Banking Agent เปิดทางร้านสะดวกซื้อสู่ธนาคาร 24 ชม.

Banking Agent เปิดทางร้านสะดวกซื้อสู่ธนาคาร 24 ชม.

         ในเวลานี้คงปฏิเสธไม่ได้ว่า กระแสดิจิทัล นอกจากจะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคแล้ว ยังเป็นแรงกระเพื่อมภาคธุรกิจหลายกลุ่มที่จะต้องปรับตัวอย่างมาก เพื่อต่อสู้ให้ธุรกิจผ่านพ้นไปได้ เห็นได้ชัดจากธุรกิจการเงินที่ถูกกระแสดิจิทัลถาโถมล้มทับอย่างหนัก จนหลายธนาคารต้องประกาศปรับลดจำนวนพนักงานและสาขาลง เพื่อลดต้นทุนค่าใช้จ่าย  
          การมาของกระแสดิจิทัลแบงก์กิ้ง รวมไปถึงการให้บริการทางการเงินที่สะดวกแบบไม่ต้องเดินทางไปสาขาของธนาคาร เป็นสิ่งที่ทุกธนาคารเริ่มหันมาให้ความสนใจกันอย่างมาก  ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เดินหน้าปรับปรุงหลักเกณฑ์การเพิ่มช่องทางการให้บริการของธนาคารพาณิชย์ผ่าน ตัวแทนของสถาบันการเงิน หรือ Banking Agent ยิ่งเป็นสัญญาณตอกย้ำอีกว่า จากนี้โฉมหน้าการเงินการธนาคารของประเทศไทย กำลังจะเปลี่ยนไป  

*** ราชกิจจาฯ ออกเกณฑ์  Banking Agent
         เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ก็ได้เผยแพร่ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 3/2561 เรื่องหลักเกณฑ์เกี่ยวกับช่องทางการให้บริการของธนาคารพาณิชย์ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุกเบกษาเป็นต้นไป หรือ ตั้งแต่วันที่ 6 มีนาคม 2561 โดยในประกาศได้ระบุว่า ปัจจุบันธนาคารพาณิชย์ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการเพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของลูกค้า ประกอบกับพัฒนาการเทคโนโลยีและธุรกรรมต่างๆ ทำให้ประชาชนหรือ ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการของธนาคารพาณิชย์ได้อย่างสะดวกมากขึ้น 
          ดังนั้น ธปท. จึงได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์ 3 ฉบับ ประกอบด้วย ประกาศธปท.ด้วยหลักเกณฑ์การประกอบกิจการสาขาของธนาคารพาณิชย์ ประกาศธปท. ว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้งตัวแทนของสถาบันการเงิน หรือ Banking Agent และประกาศธปท. ว่าด้วยการอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ให้บริการทางการเงินผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้มีความยืดหยุ่นสอดรับ ความต้องการของลูกค้า เพื่อส่งเสริมให้ธนาคารพาณิชย์สามารถให้บริการ แก่ลูกค้าและประชาชนได้ทุกกลุ่มอย่างทั่วถึง

 *** ขยายความ “ตัวแทนแบงก์”
          สำหรับการแต่งตั้งตัวแทนของธนาคารพาณิชย์ หรือ Banking agent โดยธนาคารพาณิชย์สามารถแต่งตั้งตัวแทนเพื่อให้บริการรับฝากเงิน รับถอนเงิน จ่ายเงินสำหรับผู้ใช้บริการรายย่อย จ่ายเงินสำหรับผู้ใช้บริการรายใหญ่ รับชำระเงิน หรือ บริการอื่นตามที่ธปท.อนุญาตแก่ผู้ใช้บริการแทนธนาคารพาณิชย์ โดยธนาคารพาณิชย์ยังคงต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการให้บริการเสมือนเป็นผู้ดำเนินการเอง

*** หลักเกณฑ์ Banking agent
          หากยกตัวอย่างของ Banking Agent  เบื้องต้นที่พอจะยกตัวอย่างได้ ก็จะมี ธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงินเฉพาะกิจ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ผู้ให้บริการการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ประกอบธุรกิจบริการที่ต้องได้รับอนุญาตก่อนให้บริการ ผู้ให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ซื้อสินค้าและหรือบริการเฉพาะอย่างตามรายการที่กำหนดไว้ล่วงหน้าจากผู้ขายสินค้าหรือให้บริการหลายรายโดยไม่จำกัดสถานที่และไม่อยู่ภายใต้ระบบการจัดจำหน่ายและการให้บริการเดียวกัน รวมถึงนิติบุคคลอื่นนอกจากที่กำหนดไว้ เช่น ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด กองทุนหมู่บ้าน สหกรณ์ 
          อย่างไรก็ตาม ผู้ที่จะมาเป็น Banking Agent จะต้องมีคุณสมบัติ คือ มีหลักแหล่งในการให้บริการที่ชัดเจน มีเครื่องมือ อุปกรณ์ และระบบที่เหมาะสมในการทำหน้าที่เป็นตัวแทนของธนาคาร เช่น เครื่อง อิเล็กทรอนิกส์ ดาต้า แคปเจอร์ หรือ EDC มีกรรมการหรือผู้มีอำนาจในการจัดการของนิติบุคคลที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม เช่น มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี บริบูรณ์ มีภูมิลำเนาหรือิมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร และไม่อยู่ระหว่างถูกพิทักษ์ทรัพย์ เป็นต้น

*** ขอบเขตการให้บริการ 
          สำหรับขอบเขตและเงื่อนไขการให้บริการ โดยธนาคารพาณิชย์สามารถแต่งตั้งตัวแทนให้เป็นผู้รับฝากเงิน ถอนเงิน จ่ายเงินสำหรับผู้ใช้บริการรายย่อย จ่ายเงินสำหรับผู้ใช้บริการรายใหญ่ รับชำระเงิน ทั้งนี้ ตัวแทนรับถอนเงินและตัวแทนจ่ายเงินสำหรับผู้ใช้บริการรายย่อยสามารถให้บริการได้ไม่เกิน 5,000 บาท ต่อรายการ และไม่เกิน 20,000 บาทต่อวัน สำหรับผู้ใช้บริการแต่ละราย  

*** แบงก์เตรียมพร้อมสร้างตัวแทน
          แม้ก่อนหน้านี้หลักเกณฑ์จะไม่ได้ชัดเจนมากนัก แต่ภาคสถาบันการเงินก็เตรียมพร้อมสำหรับการทำ  Banking Agent  ไว้อยู่แล้ว อย่างนายกิตติพันธ์ อรุตรโสตถิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย จำกัด (มหาชน) หรือ CIMBT ที่ระบุว่าในช่วง 3 ปีทีผ่านมา ธนาคารปิดสาขาของธนาคารเหลือ 84 แห่ง จาก 140 แห่ง ซึ่งเหตุลผลหลักคือ พื้นที่ไม่ตอบโจทย์ และธนาคารพยายามหาช่องทางใหม่ที่ตอบโจทย์และความต้องการของลูกค้า จึงเดินหน้าร่วมกับสาขาในซูเปอร์มาร์เก็ต
          สำหรับปีที่ผ่านมาก็ได้เปิดสาขาในเซเว่น อีเลเว่นแล้ว 1 แห่ง และมีแผนจะเปิดเพิ่มเติม ซึ่งมองว่า การเปิดสาขาในเซเว่นจะช่วยเพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้าเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ที่ผ่านมา ธนาคารยังร่วมกับ SPAR ผู้ให้บริการซูเปอร์มาร์เก็ตในสถานีบริการน้ำมันบางจาก เปิดทำการสาขาย่อยราชพฤกษ์ โดยลูกค้าสามารถเปิดบัญชีฝากเงิน สมัครสินเชื่อ และโอนเงินระหว่างประเทศได้

*** ความปลอดภัยต้องมาก่อน 
          ขณะที่นาย สุวัฒน์ เตชะวัฒนวรรณา รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK มองว่าตัวแทนธนาคาร หรือ Banking Agent   จะมีมากขึ้นในอนาคต เพราะอุตสาหกรรมธนาคารในยุคดิจิทัลต้องปรับตัวตามการเข้าสู่สังคมไร้เงินสด แต่การจะแต่งตั้งตัวแทนเป็น Banking Agent ได้ ธนาคารพาณิชย์แต่ละแห่งจะต้องคำนึงถึงเรื่องของความปลอดภัยเป็นหลัก
          โดยจะไม่มีการแต่งตั้งตัวแทนแบงก์กิ้งเอเย่นต์ได้เลยทันที หากธนาคารตรวจพบว่ามาตรฐานความปลอดภัยของตัวแทนยังไม่ได้เกณฑ์ที่ธนาคารนั้นๆกำหนดไว้ แม้แต่ธนาคารกสิกรไทยเองก็คำนึงถึงเรื่องนี้เช่นเดียวกัน หากมีการเพิ่มตัวแทนดังกล่าวก็ต้องตรวจสอบอย่างรอบครอบ เพราะ Banking Agent  เสมือนเป็นตัวแทนของธนาคาร ทำให้ความรับผิดชอบและความปลอดภัยต้องมีเท่าเทียมกับธนาคารเช่นกัน
          การมี Banking Agent  อย่างร้านสะดวกซื้อ ทางร้านจะมีวิธีแยกบัญชีอย่างไร ระหว่างบัญชีจากยอดขายของร้าน และบัญชีเงินของธนาคารที่จะต้องให้บริการลูกค้าทั้งมาฝากและถอนเงิน และพนักงานจะมีความรู้ เกี่ยวกับการเป็นตัวแทนธนาคาร ทำหน้าที่แทนธนาคารได้มากน้อยแค่ไหน จะไว้ใจได้แค่ไหน ระบบความปลอดภัยจะมีมากแค่ไหน รวมทั้งจะป้องกันโจรได้อย่างไร เพราะโจรมีการปล้นร้านสะดวกซื้ออยู่บ่อยครั้ง ทำให้หากมี Banking Agent  จะต้องคำนึงถึงมาตรฐาน ระเบียบ และความปลอดภัยเป็นหลัก

*** “จับตา 7-11 เนื้อหอม แบงก์จ่อรุมจีบให้เป็นตัวแทน 
          นอกจากกลุ่มสถาบันการเงินที่จะต้องเร่งหาตัวแทน เพื่อแย่งชิงลูกค้าแล้ว กลุ่มที่น่าจับตามองตอนนี้ คงหนีไม่พ้น บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL  ที่มีข่าวลือว่าได้ไลเซนส์การทำ Banking Agent  เป็นกลุ่มแรกๆ ของประเทศไทย  แต่สุดท้าย ธนาคารแห่งประเทศไทย ชี้แจงว่า เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เพราะ Banking Agent  มีมานานแล้วและไม่ใช่เรื่องใหม่ ซึ่งจะถูกแต่งตั้งโดยธนาคารพาณิชย์ ทำหน้าที่แทนในการรับฝากเงินและรับชำระเงิน ซึ่งปัจจุบัน มีบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ที่สามารถรับฝากเงิน ตู้บุญเติม ตู้เติมสบาย แอร์เพย์ เคาท์เตอร์เซอร์วิซ ในเซเว่น อีเลฟเว่น สามารถรับชำระเงินแทนธนาคาร บิ๊กซี โลตัส ที่รับชำระค่าน้ำ ค่าไฟ  
          แต่อย่างไรก็ตาม มีกระแสข่าวว่า ทาง CPALL เองคงกำลังเป็นเสือซุ่มที่พร้อมลงมาทำธุรกรรมในครั้งนี้แน่นอน เพราะจากความได้เปรียบในเรื่องของ ช่องทางของเครือข่ายร้านสะดวกซื้อ 7-11 ที่มีอยู่ครอบคลุมทุกพื้นที่ในประเทศไทยแล้ว  ยังมีความเชี่ยวชาญในบริการของเคาน์เตอร์เซอร์วิส นอกจากจะสร้างรายได้จากการเก็บค่าบริการของการทำธุรกรรม (transaction fee) แล้ว ในอีกด้านหนึ่งยังหมายถึงกระแสเงินสดจำนวนมากที่สะพัดผ่านและอยู่ในมือในแต่ละวันด้วย
          หากลองย้อนกลับไปดูข่าวเก่าจะเห็นได้ว่า ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา กลุ่มเจริญโภคภัณฑ์ (CP) นั้นพยายามขยายอาณาจักรทางธุรกิจเข้าสู่อุตสาหกรรมการเงินมาเป็นระยะไม่ว่าจะโดยการเข้าถือหุ้นเป็นพันธมิตรกับธนาคารจากจีนหรือการรุกเข้าสู่ธุรกิจประกันในนาม Allianz CP จนล่าสุดการรุกคืบด้วยการประสานความร่วมมือกับ AliPay ผ่านกลไกของ True Money  ในการรุกเข้าสู่ธุรกิจ Cashless Society  หรือแม้แต่การให้ธนาคารธนาคารซีไอเอ็มบีไทย มาลองเปิดเคาท์เตอร์ในสาขาของ 7-11 ก็ยิ่งตอกย้ำว่าการเงินการธนาคาร เป็นธุรกิจที่ CP กำลังเดินหน้าขยายฐานอย่างต่อเนื่อง จึงไม่แปลกใจว่า จากนี้ธนาคารแต่ละแห่งจะต้องเล็ง 7-11 เป็นเป้าหมายอันดับ 1 เพื่อให้เป็นตัวแทนทำ Banking Agent อย่างแน่นอน      
 
          จากนี้ต้องจับตาว่า หลังจากวันที่ 6 มีนาคมนี้ เป็นต้นไป จะมีหน่วยงานหรืององค์กรใดสนใจที่เข้ามาเป็น  Banking Agent อีกบ้าง เนื่องจากกฎเกณฑ์ในรอบนี้ดูเหมือนจะเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มธุรกิจสะดวกซื้อให้หันมาเป็นตัวแทนของธนาคารเป็นอย่างมาก  สวนทางกับธนาคารพาณิชย์แต่ละแห่ง ที่จะทยอยปิดสาขาลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  แต่คนที่จะได้ประโยชน์แบบชัดเจนที่สุด ก็คือประชาชนที่จะเข้าถึงช่องทางการเงินได้สะดวก รวดเร็ว ใกล้บ้านมากขึ้นนั่นเอง  และหากในอนาคต 7-11 ได้เป็นตัวแทน Banking Agent ขึ้นมาตามคาด เราคงจะได้เห็นมิติใหม่ของวงการธนาคาร ที่มาในรูปแบบธนาคาร 24 ชั่วโมงก็เป็นได้       

 

รายงานโดย :  ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์  







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh