บทความแนะนำ

บิ๊กตลาดทุนผันตัวเป็นที่ปรึกษา ICO - คาดเปิดตัวปีนี้ไม่ต่ำกว่า 4-5 ราย

บิ๊กตลาดทุนผันตัวเป็นที่ปรึกษา ICO - คาดเปิดตัวปีนี้ไม่ต่ำกว่า 4-5 ราย

         Initial Coin Offering หรือ ICO ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากทุกภาคส่วน สร้างความตื่นตัวให้กับองค์กรหรือหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ในการเข้าไปมีส่วนร่วมกับเครื่องมือการลงทุนชนิดใหม่นี้ ซึ่งฝั่งผู้กำกับดูแลอย่าง สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยนายรพี สุจริตกุล เลขาธิการ เปิดเผยว่าอยู่ระหว่างหารือร่วมกับกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เพื่อกำหนดนโยบายเกี่ยวกับสลุกเงินดิจิทัลในประเทศไทย คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายใน 1-2 เดือนนี้
   โดยเน้นย้ำว่า "การเสนอขาย ICO ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต.จะต้องมีลักษณะเข้าข่ายเป็นการเสนอขายหลักทรัพย์ ไม่หลอกคน ต้องมีตัวตน เปิดเผยข้อมูลในระดับที่ให้นักลงทุนตัดสินใจได้ และจะต้องผ่านการดูแลจากบริษัทตัวกลาง หรือ Portal คล้ายกับการจะขาย IPO ต้องมีที่ปรึกษาทางการเงิน เพื่อให้ Portal เข้าไปตรวจ White Paper หรือรายละเอียดของ ICO ว่ามีคุณสมบัติที่เหมาะสมต่อการลงทุนหรือไม่"

*** ICO ต้องผ่านการคัดกรองจาก Portal
   นางทิพยสุดา ถาวรามร รองเลขาธิการ ก.ล.ต. ระบุว่า การระดมทุนผ่าน ICO จะต้องดำเนินการผ่าน ICO Portal ที่ ก.ล.ต. ยอมรับ เพื่อช่วยคัดกรอง และเพิ่มความโปร่งใส  "ICO Portal จะทำหน้าที่คล้ายกับที่ปรึกษาทางการเงิน (FA) ผสมกับผู้สอบบัญชี (Audit) ของการขายหุ้น IPO วัฒถุประสงค์เพื่อทำให้ตลาดการระดมทุนประเภทนี้มีความน่าเชื่อถือ นักลงทุนมีความเชื่อมั่น  เราจะพยายามแยก ICO ที่ต้องการระดมทุนไปใช้ในกิจการจริง กับพวกที่ต้องการมาหลอกลวงเงินจากประชาชน และป้องกันการระดมทุนไปใช้ในกิจกรรมที่ไม่เหมาะสม ซึ่ง ICO Portal จะทำหน้าที่เป็นด่านแรกในเรื่องนี้  ICO Portal จะเป็นผู้ตรวจสอบวัตถุประสงค์และลักษณะของโครงการ โมเดลการประกอบธุรกิจ แผนธุรกิจ วัตถุประสงค์ที่จะนำเงินจาก ICO ไปใช้ เป้าหมายความก้าวหน้าที่สำคัญของธุรกิจ ประเภทและรูปแบบทางกฎหมายขององค์กรที่ดำเนินการโครงการดังกล่าว บุคลากร ข้อมูลทางการเงิน ผลประกอบการในอดีต ความเสี่ยงของประเด็นทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ฟังก์ชั่นของดิจิทัลโทเคน โครงสร้าง การขาย และกลไกการกระจายดิจิทัลโทเคน ตลาดรองดิจิทัลโทเคนจะทำการซื้อขายแลกเปลี่ยนหรือแผนการดำเนินการที่เกี่ยวข้อง และข้อมูลติดต่อสำหรับนักลงทุน ซึ่งเหล่านี้ถือเป็นข้อมูลจำเป็นพื้นฐานที่นักลงทุนต้องทราบ"

*** เผย 4-5 รายสนใจเป็น ICO Portal ส่วนใหญ่เป็นผู้คร่ำหวอดในตลาดทุน
   นางพราวพร เสนาณรงค์ ผู้ช่วยเลขาธิการ ก.ล.ต. เปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้สนใจที่จะทำหน้าที่ ICO Portal และได้เข้ามาหารือกับ ก.ล.ต.แล้ว 4-5 ราย โดยส่วนใหญ่ผู้ก่อตั้งล้วนแต่เป็นผู้ที่มีประสบการณ์สูงในตลาดทุน คาดว่าจะมีการทยอยเปิดตัวออกมาอย่างต่อเนื่องในปีนี้
 หลักเกณฑ์เบื้องต้นของ ICO Portal จะต้องเป็นบริษัทที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย มีทุนจดทะเบียนอย่างน้อย 5 ล้านบาท ผู้ถือหุ้น กรรมการ และผู้บริหารต้องมีความสามารถและความเหมาะสมตามเกณฑ์ Fit and Proper
 
*** "ICORA" ชิงพื้นที่เปิดตัวเป็น Portal รายแรกของไทย
   สำหรับ Portal รายแรกของไทยมีการเปิดตัวเมื่อ 24 ม.ค.ที่ผ่านมา ภายใต้ชื่อว่า "ICORA" ซึ่งผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทนี้ พกดีกรีอดีตรัฐมนตรีคลัง อย่าง กรณ์ จาติกวณิช มี ดร.การดี เลียวไพโรจน์ เป็นอีกหนึ่งผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และมีผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินและเทคโนโลยีอีกหลายราย เช่น ดร.สันติธาร เสถียรไทย ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ บุตรชายของ "สุรเกียรติ์ เสถียรไทย" และนาย อเล็กซ์ ลิน ผู้คร่ำหวอดวงการธุรกิจดิจิทัลจากประเทศสิงคโปร์ ผู้อยู่เบื้องหลังการระดมทุน ICO ในต่างประเทศมาแล้วหลายราย
 ซึ่งในงานเปิดตัวมีตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงการคลัง ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ เข้าร่วมแสดงความยินดีและแสดงความสนับสนุน
    "ICORA จะมาทำหน้าที่คล้ายๆ กับ ก.ล.ต. เพื่อมาคัดกรองผู้ที่จะออก ICO คอยดูความเป็นไปได้ของธุรกิจก่อนว่ามีกระบวนการที่ดีหรือไม่ เพราะยังไม่มีกฎหมายบังคับ  ICO Portal จะช่วยคัดกรองได้ระดับหนึ่ง ปัจจุบันมีบริษัทที่มาปรึกษากับ ICORA เพราะสนใจระดมทุนด้วยการออก ICO ช่วง 6 เดือนข้างหน้าแล้ว 6-8 บริษัท มูลค่าการระดมทุนรวมไม่ต่ำกว่า 400 ล้านดอลฯ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบริษัทที่จดทะเบียนอยู่ในประเทศไทย เป็นกลุ่มบริษัทขนาดกลางที่ต้องการขยายธุรกิจให้เติบโต แต่ไม่ต้องการระดมทุนด้วยการออก IPO รวมทั้งมีบริษัทที่ทำธุรกิจอยู่แล้วในต่างประเทศ ต้องการ จะมาเปิดสำนักงานในไทยเพื่อเป็นศูนย์กลางการปฏิบัติการ" ดร. การดี กล่าว

*** มี ICO ที่พร้อมจะระดมทุน 20 บริษัท
   ด้าน นาย กรณ์ จาติกวณิช ผู้ร่วมก่อตั้ง ICORA ระบุว่า ขณะนี้มี ICO ที่พร้อมจะระดมทุน 20 บริษัท ซึ่งได้เปิดตัวไปบ้างแล้ว เช่น บริษัท เจ เวนเจอร์ส จำกัด (JVC) ที่ประกาศขาย ICO จำนวน 300 ล้านเหรียญ โดยน่าจะทยอยเปิดตัวตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป
 "เราจะช่วย ก.ล.ต.ประสานงานกับ ICO ที่ต้องการระดมทุนในไทยและภูมิภาคอาเซียน กลางปีที่แล้วเราเริ่มศึกษา ICO ที่มีความหลากหลายมาตรฐาน เพราะเกรงว่าจะทำให้ตลาดเสียหาย ดังนั้น ควรมีมาตรฐานกำกับในโลกตลาดทุน โดยได้หารือกับเพื่อนที่สิงคโปร์ที่มีแพลตฟอร์มในการกำหนดมาตรฐาน
   ทั้งนี้ผมมองว่าเงินดิจิทัลเป็นทรัพย์สินไม่ใช่สกุลเงิน เพราะไม่คล่องตัวในการแลกเปลี่ยนซื้อขาย แต่เทคโนโลยีมีความน่าเชื่อถือสูงกว่าสกุลเงินทั่วไป โดยเงินดิจิทัลใครจะออกก็ได้ มีกติกาชัดเจนว่ามีการผลิตเท่าไร อย่างไร เทียบเงินดอลลาร์สหรัฐที่กำหนดโดยธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เพียงแห่งเดียว
   อย่างไรก็ตาม เงินดิจิทัลมีความผันผวนเรื่องราคา ดังนั้น ถ้ามองว่าเป็นสินทรัพย์เพื่อการลงทุนควรจำกัดการลงทุนโดยจัดพอร์ตถือระยะยาวบางส่วนเพื่อรักษามูลค่าไว้ได้ เพราะยังมีความเสี่ยงว่าจะถือไว้อย่างไรให้ปลอดภัย เพราะหากเก็บไว้ในอี-วอลเลตอาจถูกขโมยข้อมูลได้"
 
*** ตลท.หนุน ICO เผยมี บจ.สนใจ 20 ราย
   นาย สันติ กีระนันทน์ รองกรรมการผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า บริษัทจดทะเบียน (บจ.) สามารถใช้ช่องทางระดมทุนในรูปแบบ ICO ได้ โดยปัจจุบันมีบริษัทจดทะเบียนที่สนใจระดมทุนผ่าน ICO ประมาณ 20 บริษัท แต่ต้องให้ความสำคัญด้านการเปิดเผยข้อมูลของ ซึ่งการระดมทุนผ่าน ICO ควรจะต้องส่งรายละเอียดข้อมูลการระดมทุน (white paper) ให้กับนักลงทุนอย่างโปร่งใสและครบถ้วน
   ขณะเดียวกันมองว่าการมี ICO Portal จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของการออก ICO และจะเป็นตัวกลางสำคัญที่ทำให้ ICO กลายเป็นสิ่งที่จับต้องได้
   นอกจากนี้ย้ำว่า "ตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่ได้ต่อต้าน แต่อยากเตือนนักลงทุนว่าไม่ต้องกลัวที่จะตกขบวนรถ ควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อนขึ้นรถ มิเช่นนั้นอาจจะขึ้นไปแล้วตกกลางทาง แถมยังถูกรถทับซ้ำอีก"

*** โบรกฯ เตือนความเสี่ยงยังสูง
   ดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า ยังต้องระมัดระวังการลงทุน ICO เพราะปัจจุบันทางการยังไม่มีมาตรการมาควบคุม นักวิเคราะห์ก็ยังประเมินข้อดีข้อเสียได้ยาก ซึ่งถือว่ามีความเสี่ยงสูง
 "ICO หรือ เงินดิจิทัล เปรียบเหมือนเก้าอี้ดนตรี ตอนนี้คนอาจยังไม่นั่ง แต่หากเสียงเพลงปิดก็อาจมีปัญหาได้ ซึ่งต้องระวังให้ดี ผมไม่เชื่อว่าจะมีคนที่สามารถพิมพ์เงินจากอากาศได้ และหลายประเทศ เช่น เกาหลีใต้และจีน ก็เริ่มออกมาตรการมาดูแลแล้วหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของบ้านเราก็ควรไปดูตัวอย่างในต่างประเทศบ้าง
   นอกจากนี้มองว่าโอกาสที่จะทำกำไรเหมือนบิตคอยน์ ไม่น่าจะมีอีก เพราะโอกาสมาครั้งเดียว คนที่ซื้อบิตคอยน์ราคาถูก ๆ กำไรเป็นร้อยเท่าในอดีตมี แต่วันนี้ขาดทุน 50% จึงเป็นสิ่งที่นักลงทุนต้องระมัดระวัง
         อะไรที่ให้ผลตอบแทนดีเกินไปในระยะสั้น ๆ มักจะอยู่ไม่ได้นาน ดูจากปี 2000 ยุคดอตคอมเสียหายย่อยยับ โอกาสที่จะเกิดวิกฤติมีไหม ไม่ขอฟันธง เสียงเพลงขณะนี้ยังเปิดอยู่ ยังเดินรอบเก้าอี้ดนตรี แต่เมื่อไรเพลงปิด หนีให้ทันก็แล้วกัน ไม่เชื่อว่าจะมีใครในโลกจะสร้างเงินจากอากาศ"
   เช่นเดียวกับ นายไพบูลย์ นรินทรางกูร นายกสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA) เสริมว่า สกุลเงินดิจิทัล มีความเสี่ยงสำคัญคือราคาผันผวนสูง ปรับขึ้นและลงในช่วงกว้างมาก มีการเก็งกำไรเป็นหลัก  ไม่มีทฤษฎีที่นำมาประเมินคุณค่า จำเป็นต้องใช้เวลาเพื่อรอให้มีวิธีประเมินก่อน
   ส่วนการเข้าไปซื้อหรือลงทุน ICO ก็ต้องศึกษาข้อมูลรายละเอียดของโครงการให้รอบคอบ ต้องรู้ที่มาที่ไป เพราะมีการหลอกลวงเกิดขึ้นบ่อยครั้ง

   แม้ว่าจะมี ICO Portal เข้ามาเป็นผู้คัดกรองคุณภาพของการระดมทุนสกุลเงินดิจิทัล แต่ก็ยังไม่มีใครการันตีความสำเร็จของโครงการที่ระดมเงินทุนไปใช้ เพราะจากสถิติโครงการที่ประสบความสำเร็จของกการลงทุนสตาร์ทอัพทั่วโลกมีเพียง 5% เท่านั้น นักลงทุนต้องศึกษาข้อมูลให้รอบคอบเกี่ยวกับคุณสมบัติของ “คอยน์” แต่ละสกุล ซึ่งมีคุณสมบัติแต่ต่างกันมาก สภาพคล่องขึ้นอยู่กับความนิยม ไม่มีลักษณะพื้นฐานรองรับแบบบริษัทจดทะเบียน ที่สำคัญการลงทุนประเภทนี้มีความเสี่ยงในรูปแบบ Zero-sum Game
 

 
รายงานโดย : ศราพงค์ นันติวงค์  







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh