สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

บทความแนะนำ

| 29 ธันวาคม 2560

หุ้นกลุ่มรับเหมาฯปี 61 เป๋าตุง รับผลดีรัฐเร่งลงทุนเมกะโปรเจ็ก ดันอนาคตสดใส

หุ้นกลุ่มรับเหมาฯปี 61 เป๋าตุง รับผลดีรัฐเร่งลงทุนเมกะโปรเจ็ก ดันอนาคตสดใส

         การเดินหน้าลงทุนโครงการโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่องในปี61 ของรัฐบาล หลังจากชะลอตัวในช่วงปลายปีนี้ จาก พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ 2560 มีผลบังคับใช้ 23 สิงหาคม 60 ทำให้หน่วยงานภาครัฐ ต้องทำความเข้าใจกับกฎหมายใหม่ ทำให้ต้องระมัดระวังในการอนุมัติโครงการลงทุนต่างๆ เนื่องจากในกฏหมายใหม่มีบทลงโทษที่ชัดเจนและรุนแรงทั้งทางแพ่งและอาญา 
          โครงการที่จะเปิดประมูลในปีหน้า เช่นโครงการรถไฟทางคู่ เฟส 2 รถไฟความเร็วสูง รถไฟฟ้าสายสีต่าง ๆ และส่วนต่อขยาย มอเตอร์เวย์ สนามบิน ฯลฯ ทำให้ภาคเอกเชนเกิดความมั่นใจลงทุนมากขึ้น ส่งผลดีต่อหุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้างกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังตุนงานในมือ (backlog) เพิ่มขึ้น บางแห่งมียอด backlog ทำสถิตสูงสุดใหม่ พร้อมที่จะรับรู้เป็นรายได้ต่อเนื่อง 2-3 ปี

*** บล.หยวนต้า ให้น้ำหนักลงทุนหุ้นกลุ่มรับเหมามากกว่าตลาด
          นางสาว วิชชุดา ปลั่งมณี นักวิเคราะห์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทยังคงคำแนะนำกลุ่มรับเหมาฯ "มากกว่าตลาด" เพราะ ปี61 ภาครัฐยังคงเดินตามแผนงานประมูลต่างๆ เพื่อเร่งให้เป็นรูปธรรมต่อเนื่อง คาดว่าจะมีงานออกมาประมูลไม่ต่ำกว่า 2-3 แสนล้านบาท เช่น งานรถไฟทางคู่เฟส 1 งานอาณัติสัญญาณ ตามมาด้วยรถไฟทางคู่เฟส 2 รถไฟฟ้าสายสีแดง ส้ม และม่วงส่วนต่อขยาย รวมถึงรถไฟความเร็วสูงที่อยู่ระหว่างเสนอเพื่อเข้ารับการอนุมัติจากครม. 
          ทั้งนี้ทำให้มีงานใหม่เข้ามาเพิ่ม จากปัจจุบันกลุ่มรับเหมามีงานในมือสูงสามารถรองรับรายได้ในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า ทำให้รายได้และผลประกอบการในอนาคตให้เติบโตได้อย่างมีเสถียรภาพ โดยบริษัทแนะนำลงทุนหุ้รับเหมาขนาดใหญ่ เพราะได้ประโยชน์โดยตรงจากโครงการภาครัฐ 
           แนะนำลงทุนหุ้น CK ราคาเหมาะสมที่ 38 บาท UNIQ ให้ราคาเหมาะสม 3.20 บาท และ STEC ให้ราคาเหมาะสม ที่ 31 บาท และเก็งกำไร SEAFCO ราคาเหมาะสมที่ 10.60 บาท 
 อย่างไรก็ตามยังคงมีความเสี่ยง ประเด็นที่ภาครัฐจะพลักดันโครงการออกมาประมูลได้เร็วแค่ไหน เรื่องต้นทุนของราคาน้ำมัน และ ราคาเหล็กที่มีทิศทางปรับตัวเพิ่มขึ้น และ ปัญหาเรื่องแรงงาน

*** บล.ทิสโก้ แนะซื้อ STEC, SEAFCO, PYLON
            บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)ทิสโก้ แนะนำเพิ่มน้ำหนักลงทุน(OVERWEIGHT) หุ้นกลุ่มรับเหมา จากปีหน้ารัฐบาลจะเปิดประมูลงานเพิ่มขึ้นในช่วงก่อนการเลือกตั้งในปี 2018 เช่น รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้, ส่วนต่อขยายของสายสีส้ม, ทางด่วน 2 สาย และรถไฟทางคู่เฟส2 รวมถึงจะมีงานก่อสร้างภาคเอกชนเพิ่มขึ้นจากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว โดยมีโครงการขนาดใหญ่ ได้แก่ One Bangkok Project และโครงการโรงไฟฟ้าทำให้ผลประกอบการจะเพิ่มขึ้นในปี 2561 จากโครงการที่เซ็นสัญญาในปีนี้ที่มีงานในมือที่มีอยู่ระดับที่สูง และมีงานใหม่จะหนุนรายได้ในระยะยาว
          ทั้งนี้บริษัทแนะนำ ซื้อ STEC โดยให้ราคาเหมาะสมที่ 31 บาท เนื่องจากงานในมือที่สูง และมีโครงการขนาดใหญ่ทั้งงานภาครัฐและโรงไฟฟ้า ส่วนงานฐานแนะนำซื้อSEAFCO ให้ราคาเหมาะสม ที่ 10.30 บาท ในมือที่สูงเป็นประวัติการณ์ และแนะนำซื้อ PYLON ที่ 17.50 บาทต่อหุ้น เพราะ ผลประกอบการจะพลิกจากช่วง 3Q17 ที่ต่ำสุดไปแล้ว

*** STEC ลั่นปี 61 หวังได้งานใหม่ ดัน Backlog ที่ 1 แสนลบ.
          นายภาคภูมิ ศรีชำนิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STEC กล่าวว่า บริษัทหวังได้งานใหม่ปีหน้าไม่น้อยกว่า 2.6-2.7 หมื่นล้านบาท เพื่อทดแทนงานเดิมที่จะรับรู้รายได้ในปีหน้า เพื่อรักษา backlog ไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท โดยบริษัทจะเลือกรับงานที่มีกำไรที่ดี เพราะปัจจุบันมีbacklogถือว่ามีจำนวนมาก ทำสถิติสูงสุดใหม่แล้ว และรับรู้รายได้ต่อเนื่องในช่วง 4-5 ปีข้างหน้า คาดรายได้ปี 61 โตไม่ต่ำกว่า 30% หรืออยู่ที่ 2.6-2.7 หมื่นล้านบาท เนื่องจากรับรู้งานในมือในส่วนของงานก่อสร้างรถไฟฟ้าสีชมพู สีเหลือง สีส้ม และสีเขียว รถไฟฟ้าทางคู่ อาคารรัฐสภาฯลฯ แต่หากบริษัทได้เซ็นสัญญารถไฟทางคู่ สัญญาที่ 2 ช่วงบางสะพานน้อย – ชุมพร ชนะราคามา3-4 เดือน และเริ่มทำงานได้ปีหน้า ซึ่งจะทำให้รายได้เพิ่มมากกว่าที่คาดไว้
          ส่วนรายได้ปี 60 คาดว่าจะอยู่ที่ 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งลดลงนิดหน่อยจากเดิมที่คาดไว้ที่ 2.2 หมื่นล้านบาท เพราะรับรู้งานในมือล่าช้า ซึ่งในปีนี้เราได้งานใหม่สูงถึง 7-9 หมื่นล้านบาท ซึ่งสูงกว่าที่คาดไว้ต้นปีที่ตั้งไว้ 4 หมื่นล้านบาท คาดสิ้นปี 60 จะมีbacklog ที่ 1.2 แสนล้านบาท

*** SEAFCO ยื่นประมูลงานใหม่ราว 6 พันลบ.
           นายณรงค์ ทัศนนิพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซีฟโก้ จำกัด (มหาชน) หรือ SEAFCO กล่าวว่า ปรับเพิ่มเป้ารายได้ปี 61 โต 25% จากเดิมตั้งเป้าเติบโต 10% เนื่องจากจะรับรู้รายได้จากงานในมือ (backlog) กว่า 2 พันล้านบาท จากที่มี backlog ทั้งหมด 3 พันล้านบาท คาดว่าจะได้งานใหม่เพิ่มขึ้น จากปัจจุบันที่ได้ยื่นประมูลเป็นมูลค่าราว 6 พันล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นงานอาคารที่จะทยอยรู้ผลในปีหน้า จึงคาดว่าจะทำให้ backlog ทรงตัวที่ระดับ 3 พันล้านบาทได้

*** CK ลั่นประมูลงานภาครัฐทุกโครงการ 
           นางสาวสุภามาส ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ช.การช่าง จำกัด(มหาชน) หรือ CK คาดปีหน้า รัฐบาลเปิดประมูลงานไม่ต่ำกว่า3-4แสนล้านบาท เช่น โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ (ช่วงเตาปูน -ราษฎร์บูรณะ) มูลค่า 1.3 แสนล้านบาท รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยาย (ช่วงบางแค- พุทธมณฑลสาย 4) มูลค่า 2.11 หมื่นล้านบาท รถไฟฟ้าสายสีส้ม(ช่วงศูนย์วัฒนธรรม- ตลิ่งชัน) มูลค่า 8.5 หมื่นล้านบาท รถไฟฟ้าสายสีเขียว (ช่วงสมุทรปราการ-บางปู และคูคต-ลำลูกกา) โครงการทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือตอน N2 (ช่วงถนนเกษตร-นวมินทร์) โครงการรถไฟฟ้าทางคู่แฝด 2 จำนวน 9 เส้นทางมูลค่ารวมกว่า 9 หมื่นล้านบาท ตลอดจนโครงการประมูลโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำโครงการใหม่ในต่างประเทศ เช่น สปป.ลาว เป็นต้น โดยหวังจะได้ส่วนแบ่งงานก่อสร้างกว่า 20- 25% ของมูลค่างานออกมาประมูล 
          ส่วนรายได้ปี 61 คาดอยู่ที่ 3.5 หมื่นล้านบาท เนื่องจากรับรู้รายได้ปจจุบันที่มี backlog ที่มี 7.8หมื่นล้านบาท และบริษัทคาดว่าจะมีอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ที่ระดับ 8-10% โดยเน้นบริหารจัดการต้นทุน ส่วนรายได้ปี60 ส่วนรายได้ปี60คาดว่าจะอยู่ที่ 3.5หมื่นล้านบาท
          ราคาหุ้นกลุ่มรับเหมาขนาดใหญ่ ปีนี้ยังไม่ปรับตัวเพิ่มขึ้น จึงเป็นโอกาสเข้าลงทุน แต่ยังมีประเด็นความเสี่ยงเรื่องความล่าช้าโครงการว่ารัฐจะผลักดันให้เกิดประมูลได้มากแค่ไหน ก่อนจะเลือกตั้งปลายปี61 และราคาวัสดุที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่อย่างน้อย หุ้นรับเหมาถือว่ามีสัญญาณกลับมาสดใสอีกครั้งในปีหน้านี้แน่นอน


 
รายงานโดย : สุวรรณ์ ขำเขียว  

บทความแนะนำ ล่าสุด

ดูบทความทั้งหมด

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh