สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

บทความแนะนำ

| 21 พฤศจิกายน 2560

แบงก์จุกอก! รับค่าฟีดิ่งเหว หลังสนองนโยบายรัฐ เดินหน้าสู่สังคมไร้เงินสด

แบงก์จุกอก! รับค่าฟีดิ่งเหว หลังสนองนโยบายรัฐ เดินหน้าสู่สังคมไร้เงินสด

          ภาคเศรษฐกิจการเงินเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนประเทศ ตามนโยบาย Thailand 4.0 และขณะนี้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกำลังปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลง และการก้าวสู่สังคมไร้เงินสด (Cashless Society) เพื่อหวังลดต้นทุน และ เพิ่มประสิทธิภาพทางด้านการชำระเงิน ทำให้เกิดการพัฒนาระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์กันมากขึ้นอย่าง QR Payment หรือ ชำระเงินด้วย QR Code แบบมาตรฐานเดียว ซึ่ง ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ในฐานะเจ้าภาพที่ต้องวางระบบและการกำกับดูแล และทำให้ธนาคารพาณิชย์ต้องปรับตัว เร่งทำตลาด จนนำไปสู่การทดลองใน regulatory sandbox

          ล่าสุด ทางธปท. อนุญาตให้ 5 ธนาคารพาณิชย์อย่าง ธนาคารกสิกรไทย(KBANK),ธนาคารไทยพาณิชย์(SCB),ธนาคารกรุงไทย(KTB),ธนาคารกรุงเทพ(BBL) และ ธนาคารออมสิน ผ่านการทดสอบ โครงการ QR Code Payment ใน regulatory sandbox และ ให้บริการได้เป็นการทั่วไป
         นอกจากนี้ ที่อยู่ระหว่างการทดสอบยังมี ธนาคารกรุงศรีอยุธยา(BAY),ธนาคารทหารไทย(TMB),ธนาคารธนชาต(TBANK) และ บริษัท บัตรกรุงไทย(KTC) โดยในระยะต่อไปจะให้บริการชำระเงินผ่านคิวอาร์โค้ดผ่านบัตรเครดิต ซึ่งคาดว่าจะเริ่มให้บริการได้ในปี 61
          อย่างไรก็ตาม หากมองในแง่ที่ดีก็ดูจะส่งเสริมให้ประชาชนก็จะมีทางเลือกในการจ่ายเงินที่สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และ สามารถชำระข้ามธนาคารได้ ส่วนด้านร้านค้าสามารถรับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ได้สะดวกด้วยต้นทุนต่ำ เพราะมี QR Code เดียว ก็สามารถรับเงินได้จากหลากหลายช่องทาง

***แบงก์ตบเท้าอัดโปรโมชั่น หวังกระตุ้นยอดใช้จ่าย
          หากนับสีสันของแบงก์ที่ต่างเดินหน้ากระตุ้นตลาดต่อเนื่อง หนีไม่พ้น 2 แบงก์อย่าง KBANK และ SCB ที่มีลูกค้ารายย่อย และ เอสเอ็มอีในมืออยู่ไม่น้อย ต่างงัดกลยุทธ์เพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการของธนาคารให้มากที่สุด โดย KBANK นายพัชร สมะลาภา รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส เปิดเผยว่า K PLUS SHOP เริ่มต้นให้บริการในกทม. เน้น 3 เขตซึ่งเป็นจุดที่มีการใช้จ่ายหนาแน่น คือ สยามสแควร์, ตลาดนัดจตุจักร และ แพลทินัม แฟชั่นมอลล์ ครอบคลุม 3 บริการหลัก คือ กิน ดื่ม ช้อป และ การเดินทาง และ เตรียมขยายบริการไปทั่วประเทศ โดยมีร้านค้าไม่ต่ำกว่า 200,000 ร้าน พร้อมรับชำระเงินด้วย QR Code ผ่าน K PLUS SHOP ในปลายปีนี้คาดว่าจะมีมูลค่าการทำธุรกรรมกว่า 800 ล้านบาท
          SCB นางอภิพันธ์ เจริญอนุสรณ์ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ผู้บริหารสูงสุดปฏิบัติการ ผู้บริหารสูงสุดผลิตภัณฑ์รายย่อยและชำระเงินรายย่อย เปิดเผยว่า จากการที่ธปท. อนุมัติล่าช้ากว่าคาดทำให้เป้าหมายที่จะขยายร้านค้ารับชำระเงินในปีนี้ที่วางไว้ 2 แสนร้านค้าไม่สามารถทำได้ เนื่องจากมีเวลาทำการตลาดไม่ถึง 2 เดือนจึงคาดว่าจะทำได้เพียง 1 แสนแห่งปีนี้ จากปัจจุบันมีร้านค้าใน Sandbox อยู่เพียง 1 หมื่นแห่งเท่านั้น โดยในปีหน้าคาดว่าจะขยายตัวอย่างชัดเจน โดยจะมีร้านค้า 5 แสนแห่ง
          BBL นางปรัศนี อุยยามะพันธุ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ เปิดเผยว่า ธนาคารกรุงเทพได้เตรียมขยายการให้บริการไปยังกลุ่มร้านค้าเป้าหมายทั่วประเทศทั้งร้านค้าทั่วไป ร้านค้าในตลาดสด พันธมิตรในกลุ่มรถรับจ้างสาธารณะ ธุรกิจขายตรง บริษัทขนส่งสินค้า รวมถึงร้านค้าสวัสดิการของกลุ่มลูกค้าบัญชีเงินเดือน (Payroll) ซึ่งขณะนี้มีร้านค้าที่ลงทะเบียนพร้อมเพย์ และ เข้าร่วมให้บริการชำระเงินด้วย QR Code มากกว่า 17,000 ร้านค้าทั่วประเทศ และ คาดว่าปริมาณธุรกรรมพร้อมเพย์จะเติบโตเพิ่มขึ้นประมาณ 10-20% นับต่อจากนี้

***แบงก์โอดค่าฟีวูบ!!!
          ในทางกลับกัน หากมาถามฝั่งธนาคารพาณิชย์ ดูเหมือนว่าจะ “เสียมากกว่าได้” หลังค่าธรรมเนียมที่เคยได้เป็นกอบเป็นกำ กลับหายวับไปในพริบตา โดยเฉพาะค่าธรรมเนียมที่มาจ่ายการโอนเงิน ดูเหมือนจะมีจำนวนไม่น้อย หากคิดคร่าวๆ การโอนข้ามธนาคารก็ 25 บาทต่อรายการ ถ้าข้ามจังหวัดก็ปาไป 35 บาทแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาหากไปดูงบการเงินจะเห็นว่ารายได้ค่าธรรมเนียมตกปีละหลายหมื่นล้านบาท แต่พอมี “พร้อมเพย์” ค่าธรรมเนียมก็เริ่มลดลง ยิ่งมาเจอ QR Code ด้วยแล้วค่าธรรมเนียมในการให้บริการก็ดูจะยิ่งหดหายไปอีกหลายเท่าตัว ถึงแม้ว่าตอนนี้การคิดค่าธรรมเนียมยังขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการแต่ละราย แต่ส่วนใหญ่ก็จะไม่มีค่าธรรมเนียม หรือ ค่าธรรมเนียมต่ำมากตามอัตราของบริการพร้อมเพย์
          แหล่งข่าวจากสถาบันการเงิน ระบุกับ “สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย” ว่า ปัจจุบันธนาคารพาณิชย์ก็ทำธุรกิจยากขึ้น ด้วยกฎเกณฑ์ที่มีมากขึ้นจากทางผู้มีอำนาจทำให้การหารายได้จากช่องทางต่างๆถูกจำกัด ซึ่งเริ่มต้นก็เจอ “พร้อมเพย์” ที่ไม่มีค่าโอนหากไม่เกิน 5,000 บาทต่อรายการ ซึ่งได้ส่งผลกระทบต่อรายได้ค่าธรรมเนียมของธนาคารต่างๆ โดยเฉพาะธนาคารที่มีรายได้จากค่าธรรมเนียมดังกล่าวในอัตราที่สูง ซึ่งต่างออกมายอมรับว่าได้รับผลกระทบจากค่าธรรมเนียมที่หายไป
          โดยรายได้ของธนาคารพาณิชย์หลักๆจะมาจาก 2 ส่วน คือ รายได้จากดอกเบี้ย 60% และ รายได้ค่าธรรมเนียม 40% ในส่วนของรายได้ค่าธรรมเนียมจะมีรายได้ที่มาจากธุรกรรมการเงิน 50% บัตรเครดิต 20% เอทีเอ็ม และ E-Banking 18% และ การโอนเงิน 12-15%
          “รายได้ที่จะโดนกระทบโดยตรงจากธุรกรรมพร้อมเพย์จะอยู่ในส่วนของรายได้การโอนเงินที่มีสัดส่วน 12-15% โดยธนาคารใหญ่ได้รับผลกระทบมากกว่าขนาดกลางและเล็ก เพราะ 4 ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่จะพึ่งพารายได้ที่เกิดจากธุรกรรมโอนเงิน 40-60% เมื่อเทียบกับธนาคารพาณิชย์ขนาดกลางและเล็กสัดส่วนจะอยู่เพียง 20% โดยหากมีผู้ใช้พร้อมเพย์ 60% คาดว่าจะกระทบต่อรายได้แบงก์ประมาณ 3,100-3,600 ล้านบาทต่อปี แต่หากมียอดใช้ 100% อาจจะกระทบรายได้ 5,200-6,000 ล้านบาทต่อปี”แหล่งข่าว ระบุ

*** เร่งลดต้นทุน
           สำหรับ QR Cord ก็กระทบรายได้ธนาคารเช่นเดียวกันถึงแม้ว่าจะสะดวกต่อร้านค้า หรือ ประชาชนก็ตาม แต่ธนาคารก็ต้องทำโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นยอดใช้จ่าย ซึ่งก็ดูเหมือนจะไม่คุ้มกับเม็ดเงินที่ต้องลงไป โดยบางโปรโมชั่นถึงขนาดเข้าเนื้อ เพราะประชาชนยังเคยชินกับการใช้เงินสดในการชำระสินค้า และ บริการ ซึ่งปัจจุบันการทำธุรกิจก็ยากแล้ว การปล่อยสินเชื่อก็ได้มาร์จิ้นที่บางลง พอโดนจำกัดเรื่องค่าธรรมเนียมยิ่งไปกันใหญ่ ซึ่งจะเห็นตัวเลขผลประกอบการที่แย่ลง หรือ ทรงตัว ถึงแม้ว่าจะลดต้นทุนทางด้านค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพื่อประคองกำไรไม่ให้ลดลงก็ดูเหมือนกับว่าจะยังไม่เพียงพอ
           “ปัญหาใหญ่ของธนาคารตอนนี้ คือ เรื่องรายได้ค่าฟีลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ๆ ทั้งพร้อมเพย์ QR Code ที่เข้ามา ส่งผลให้ธุรกรรมเหล่านี้ไม่มีค่าฟี ถ้าคนใช้มากขึ้นก็มีผลกระทบให้คนใช้บัตรเครดิตลดลง ค่าฟีของธนาคารอาจจะหายไป ซึ่งปีหน้าค่าฟีอาจจะลดลงไปอีก ทุกธนาคารก็ต้องเน้นมาให้บริการลูกค้าให้ดี และ หาทางลดต้นทุนมากขึ้น”แหล่งข่าว ระบุ
          นายพัชร สมะลาภา รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า หลังออกจาก Sandbox ธนาคารก็ทำโปรโมชั่นกระตุ้นการใช้จ่าย เช่น จ่าย 500 บาท รับเงินคืน 50 บาท โดยที่ผ่านมาได้รุกไปตามตลาดต่างๆ 200 ตลาด ซึ่งได้ลูกค้ามาแล้ว 1 หมื่นร้านค้า แต่กลับพบว่ายอดการใช้จ่ายยังไม่สูงเท่าที่ควร โดยคาดว่าคนยังเคยชินกับการใช้เงินสด แต่อย่างไรก็ตาม คาดว่าในปีหน้าสถานการณ์จะดีขึ้น
          ในปีนี้ธนาคารคาดว่าจะมีรายได้ในส่วนค่าธรรมเนียมเติบโต 2% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่รายได้ค่าธรรมเนียมเติบโต 5-7% โดยรายได้ค่าฟีที่ลดลงเป็นผลจากนโยบายต่าง ๆ ของภาครัฐ และ หลายปัจจัย เช่น ผลกระทบจากพร้อมเพย์ หรือ ระบบการชำระเงินผ่าน QR Code ซึ่งคาดว่าผลกระทบดังกล่าวน่าจะต่อเนื่องไปถึงปีหน้าที่อาจเห็นค่าฟีของธนาคารปรับลดลงต่อเนื่อง
          แม้จะรู้ว่ารายได้จะหาย แต่ดูเหมือนแบงก์จะไม่มีทางเลือก เพราะแขนข้างหนึ่งก็ต้องสนองนโยบายรัฐ แขนอีกข้างหนึ่งก็ต้องบริหารไม่ให้กำไรลด ซึ่งปีนี้ที่กำลังจะผ่านไปเจอปัญหาหนักๆทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น NPL การตั้งสำรองที่เป็นตัวฉุดกำไรในปีนี้แล้ว ยังเจอพายุลูกใหม่อย่าง พร้อมเพย์ และ QR CORD ต้องบอกว่าเป็นงานหินสำหรับธนาคารในการสร้างกำไรในปีหน้า บอกได้เลยงานนี้ถ้าปรับตัวไม่ทัน หารายได้อย่างอื่นมาชดเชยไม่ได้ หรือ ลดต้นทุนที่ไม่จำเป็นลง มีหวังตัวเลขกำไรปี 61 อาจดิ่งวูบไปเลยก็ได้

 

รายงานโดย :  กรณัช พลอยสวาท  

บทความแนะนำ ล่าสุด

ดูบทความทั้งหมด

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh