สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

บทความแนะนำ

| 23 มิถุนายน 2560

เจาะลึก B.GRIMM POWER ‘BGRIM’ ว่าที่ IPO มาแรง

เจาะลึก  B.GRIMM POWER ‘BGRIM’ ว่าที่ IPO มาแรง

               ครั้งที่ผ่านมาได้พูดถึงภาพรวมของอุตสาหกรรมไฟฟ้าของประเทศไทย และพูดถึงความสำคัญของอุตสาหกรรมนี้มีผลต่อการสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานและเศรษฐกิจ

ของประเทศรวมไปถึงระดับภูมิภาคไปแล้ว ทำให้รู้ว่า บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ ‘BGRIM’  ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้ารายใหญ่ของประเทศไทยมากว่า 20 ปีจะเข้ามา

มีส่วนสำคัญต่อการสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานอย่างมหาศาล เนื่องจากบริษัทฯ มีฐานการลงทุนทั้งในประเทศและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีโครงการโรงไฟฟ้าภายใต้การดูแลครอบคลุม

ทั้งโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมและโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน

  

 

               ล่าสุดทาง BGRIM ได้จัดงานแถลงข่าวการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ยิ่งทำให้เห็นศักยภาพการต่อยอดความสำเร็จและการเติบโต 

และโครงการต่างๆ ที่จะไปลงทุนในอนาคต  รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับการจองซื้อหุ้น ‘BGRIM’ ที่กำลังจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เป็นครั้งแรกวันที่ 19 กรกฎาคมนี้

 

                *** เพราะแข็งแกร่งและมีโอกาสต่อยอด จึงต้องระดมทุน

               หลายคนอาจมีคำถามว่าในเมื่อ BGRIM ทำธุรกิจมานาน ทำไมถึงเพิ่งวางแผนเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ คำตอบง่ายๆ ก็คือ เพราะต้องการต่อยอดความสำเร็จ

ในการขยายธุรกิจโรงไฟฟ้าทั้งในไทยและต่างประเทศ ซึ่งต้องใช้เม็ดเงินลงทุนค่อนข้างสูง

 

               ปัจจุบัน BGRIM มีโรงไฟฟ้าที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) แล้ว 28 โรง มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 1,626 เมกะวัตต์ และในปี 2564 บริษัทฯ จะมีโครงการโรงไฟฟ้าที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ

และเปิดให้ดำเนินการได้อย่างน้อย 43 โครงการ คิดเป็นกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมประมาณ 2,357 เมกะวัตต์ ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยประสบการณ์ยาวนานของทีมบริหาร ความน่าเชื่อถือของบริษัทฯ

ซึ่งเป็นที่ยอมรับในอุตสาหกรรมไฟฟ้า และความเชี่ยวชาญของวิศวกรที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ทำให้ Backlog ของบริษัทฯ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

               ด้วยเหตุนี้เอง BGRIM จึงตัดสินใจเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 716,900,000 หุ้น (เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 651,800,000 หุ้น และจัดสรรหุ้นส่วนเกิน จำนวนไม่เกิน 65,100,000 หุ้น)เพื่อระดมทุนมาขยายธุรกิจ เพื่อต่อยอดความสำเร็จและส่งเสริมให้บริษัทฯ เติบโตต่อได้อย่างเต็มศักยภาพ

                 *** 5 ปี ทยอย COD โรงไฟฟ้า 5 แห่ง

                2560 : โรงไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป.ลาว กำลังการผลิตรวม 20 เมกะวัตต์

                2561 : โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมในประเทศไทยและโรงไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป.ลาว กำลังการผลิต

                รวม 414 เมกะวัตต์

                2562 : โรงไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป.ลาว กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 68 เมกะวัตต์ (ปีนี้จะมีโรงไฟฟ้า

                ABP1 (SPP replacement) ที่สร้างขึ้นมาแทนที่เดิมกำลังการผลิตไฟฟ้า

                ติดตั้งเดิมคือ 166 เมกะวัตต์ โดยคาดว่าโรงไฟฟ้าที่สร้างขึ้นใหม่จะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้งที่

                ประมาณ 140 เมกะวัตต์ (ต่างกันประมาณ 26-27 เมกะวัตต์) เมื่อหักลบแล้วในปีนี้

                จึงมีกำลังการผลิตเพิ่มเพียงแค่ 41 เมกะวัตต์

                2563 : โรงไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศไทย กำลังการผลิตรวม 16 เมกะวัตต์

                2564 : โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมในประเทศไทย กำลังการผลิตรวม 240 เมกะวัตต์

                ทั้งนี้ 5 โครงการดังกล่าว ยังไม่รวมโครงการที่บริษัทฯ อาจได้มาเพิ่มเติมในอนาคต ทั้งในประเทศไทยและในต่างประเทศที่บริษัทฯ กำลังทำการศึกษาเพื่อหาโอกาสในการลงทุนเพิ่มเติม

เช่น อินโดนีเซีย เมียนมาร์ มาเลเซีย เวียดนาม กัมพูชา และฟิลิปปินส์

                นอกจากการขยายธุรกิจใน สปป.ลาว ในโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเซกอง 4 ราว 350 เมกะวัตต์ ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการเจรจาเสนอขายไฟฟ้าแล้ว บริษัทฯ ยังมีแผนที่จะเข้าลงทุนใน

โครงการ SPP

Hybrid Firm และธุรกิจติดตั้ง Solar Rooftop บนหลังคาโรงงานลูกค้าของบริษัทฯ พร้อมเทคโนโลยี Energy Storage เพื่อช่วยลดความต้องการใช้ไฟฟ้าในช่วงพีค รวมถึงโครงการโซล่าร์ฟาร์ม

สำหรับหน่วยงาน

ราชการและสหกรณ์ฯ ระยะที่ 2 ซึ่งบริษัทฯ ได้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าแล้วจำนวน 24 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างการรอจับฉลากอีกจำนวน 14 เมกะวัตต์ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเตรียมความพร้อม

ที่จะพัฒนาโครงการ

โรงไฟฟ้า SPP ซึ่งมีกำลังการผลิตไฟฟ้าโรงละ 140 เมกะวัตต์ เพื่อทดแทนโรงไฟฟ้าเดิมอีก 3 โครงการ รวมทั้งศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์

ในประเทศมาเลเซีย และประเทศกัมพูชา รวมถึงประเทศอื่นๆในอาเซียนอีกด้วย

 

               *** งบการเงินสดใส รายได้ - กำไรโตต่อเนื่อง 

              หากลองมาดูผลประกอบการ ของ BGRIM ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2557-2559 ) การเติบโตของรายได้และกำไร จากการขยายตัวทางธุรกิจของบริษัทฯ ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี

เพราะมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงในไตรมาสแรกของปี 2560 ก็มีสัญญาณการเติบโตอย่างต่อเนื่องเช่นกัน โดยเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้ารายได้เพิ่มขึ้น 12.8%

หรือ 7,651 ล้านบาท

               ด้านกำไรสุทธิปรับปรุงส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ เติบโตขึ้น 89.4% ตั้งแต่ปี 2557 – 2559 และในปี 2560 นี้ ช่วงไตรมาสแรกของปี บริษัทมีกำไรสุทธิปรับปรุงส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่จำนวน

421  ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

                โดยปัจจัยหลักการเติบโตของรายได้มาจากการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโรงไฟฟ้าใหม่ จำนวน 4 โรง ในปี 2559 ได้แก่ โรงไฟฟ้า บี.กริม บีไอพี เพาเวอร์ 2 ที่เริ่มดำเนินการ

ในเดือนมกราคม 2559 โรงไฟฟ้า บี.กริม โซลาร์ เพาเวอร์ (สระแก้ว) 1 ที่เริ่มดำเนินการในเดือนเมษายน 2559 โรงไฟฟ้าอมตะ บี.กริม เพาเวอร์ 5 ที่เริ่มดำเนินการในเดือนมิถุนายน 2559

และโรงไฟฟ้า บี.กริม เพาเวอร์ ดับบลิวเอชเอ 1 ที่เริ่มดำเนินการในเดือนพฤศจิกายน 2559 ที่ผ่านมา

                โดยรวมอาจดูเหมือนอัตราการเพิ่มขึ้นของรายได้และกำไรลดลง แต่ความจริงแล้วมันลดลงเพราะบริษัทฯ มีการกู้เงินมาเพื่อลงทุนในโครงการต่างๆ ในช่วงปีก่อน ซึ่งนับเป็นหนี้ดีที่กู้มา

เพื่อลงทุนและจะส่งผลให้มีผลตอบแทนกลับมาในอนาคต

               *** ชูประสบการณ์ยาวนานกว่า 20 ปี - กระแสเงินสดมั่นคง

              หลังจากทราบผลประกอบการไปแล้ว เชื่อว่าหลายคน เริ่มอยากจะเห็นแล้วว่า BGRIM มีจุดเด่นและน่าสนใจอย่างไรบ้าง ซึ่งพอจะสรุปออกมาได้ดังนี้

               - บริษัท มีความเชี่ยวชาญในการดำเนินงาน และคณะผู้บริหารที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 20 ปี ในอุตสาหกรรมไฟฟ้า และมุ่งบริหารจัดการเพื่อให้ บี.กริม เพาเวอร์ ประสบความสำเร็จ

ในการพัฒนาและบริหารจัดการโครงการโรงไฟฟ้าอย่างรอบด้าน ทั้งการจัดหาสัญญา การออกแบบและก่อสร้างการบำรุงรักษา และการจัดหาเงินทุน ฯลฯ โดยได้รับการสนับสนุนจากบุคลากรและ

วิศวกรของบริษัทฯ ที่มีความเป็นมืออาชีพ

               - มีศักยภาพในการผลิตไฟฟ้าเพื่อรองรับการเติบโตตามความต้องการการใช้ไฟฟ้าของภูมิภาคในระยะยาว  ผ่านโครงข่ายไฟฟ้าและไอน้ำของบริษัท ครอบคลุมผู้ใช้ไฟฟ้าที่เป็นโรงงาน

อุตสาหกรรมกว่า 300 ราย ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมชั้นนำในประเทศไทย ประกอบด้วย นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ สวนอุตสาหกรรมบางกะดี นิคมอุตสาหกรรมเหมราช

และนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง รวมไปถึงนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ เบียนหัว ในประเทศเวียดนาม

               - มีความสามารถและความเชี่ยวชาญของทีมปฏิบัติการและบำรุงรักษาของกลุ่ม เนื่องจากบริษัทฯ มีทีมงานวิศวกรและบุคลากรที่มีความสามารถและประสบการณ์ ทำให้สามารถควบคุม

ต้นทุนการซ่อมบำรุงรักษาเครื่องจักรต่าง ๆ และได้รับรางวัล "POWER-GEN Asia Project of the Year" ในประเภทของ "The Best Distributed Generation Project" สำหรับโครงการ SPP

               - มีความสัมพันธ์อันแข็งแกร่งกับพันธมิตรชั้นนำ ทั้งในกลุ่มบริษัทพัฒนาและบริหารนิคมอุตสาหกรรมชั้นนำทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ครอบคลุมบริษัทผู้พัฒนาโครงการโรงไฟฟ้า

พลังงานหมุนเวียน และลูกค้าอุตสาหกรรม ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรักษาฐานลูกค้าได้

               - กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้และกระแสเงินสดที่มั่นคงและต่อเนื่อง จากการที่มีโครงการโรงไฟฟ้าที่มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาวกับกฟผ. จากโครงการ SPP (ซึ่งมีอายุสัญญา 21 ถึง 25 ปี)

กฟภ. จากโครงการ VSPP และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (ซึ่งมีอายุสัญญา 25 ปี) EDL (ซึ่งมีอายุสัญญา 25 ปี) และลูกค้าอุตสาหกรรม (ซึ่งมีอายุสัญญา 5 ถึง 15 ปี)  รวมถึงสัญญา

การจัดหาก๊าซธรรมชาติกับ ปตท. (ซึ่งจะมีระยะเวลาของสัญญาสอดคล้องกับระยะเวลาของสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระหว่างกลุ่มบริษัทฯ และ กฟผ.) โดยมีประวัติยอดเยี่ยมในการต่ออายุสัญญา

 

               *** เตรียมเป็นเจ้าของหุ้น BGRIM


              หุ้น ‘BGRIM’ ถือว่าได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากนักลงทุนเป็นอย่างมาก ทั้งกลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศไทยและต่างประเทศ  ทั้งนี้ ทางบริษัทฯ ได้ลงนามสัญญาลงทุนในหุ้นกับนักลงทุน

สถาบันที่เป็น Cornerstone Investors แล้ว 3 ราย ได้แก่ สถาบันการเงินที่มีชื่อเสียงระดับสากลอย่าง Asian Development Bank, บริษัทประกันชีวิตแถวหน้าในประเทศไทยอย่าง บริษัท เมืองไทยประกัน

ชีวิต จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ซึ่งได้ตกลงจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอขายเป็นจำนวนรวม 201 ล้านหุ้น ที่ราคาเสนอขายสุดท้ายในการเสนอขายหุ้นครั้งนี้แล้วด้วย

อ่านมาถึงตรงนี้ ใครที่สนใจและต้องการเป็นเจ้าของหุ้นโรงไฟฟ้าอย่าง BGRIM ก็ไม่ต้องนอนรอ เพราะบริษัทเตรียมเปิดจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนระหว่างวันที่ 3-6 กรกฎาคม 2560 นี้ และจะเข้าซื้อขายใน

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ประมาณวันที่ 19 กรกฎาคม 2560 นี้

              โดยการเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนในครั้งนี้ เป็นการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) (BGRIM) จำนวนไม่เกิน 716,900,000 หุ้น

(เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 651,800,000 หุ้น และจัดสรรหุ้นส่วนเกิน จำนวนไม่เกิน 65,100,000 หุ้น) มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 2 บาท คิดเป็นจำนวนไม่เกินร้อยละ  27.5 ของจำนวนหุ้นสามัญ

ที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้ โดยมีช่วงราคาเสนอขายที่ 15-16.5 บาทต่อหุ้น

              การเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯ ในครั้งนี้ บุคคลทั่วไป และผู้มีอุปการคุณของบริษัทฯ จะต้องชำระเงินค่าจองซื้อที่ราคา 16.5 บาทต่อหุ้น และจะได้รับคืนเงินส่วนต่างค่าจองซื้อหุ้น

ในกรณีที่ราคาเสนอขายสุดท้ายต่ำกว่า ตามรายละเอียดข้อ 6.10.1 ในหนังสือชี้ชวน

              บริษัทฯ ร่วมกับผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย จะดำเนินการประกาศราคาเสนอขายสุดท้ายโดยเร็ว โดยคาดว่าจะสามารถดำเนินการประกาศราคาดังกล่าว

ภายในวันที่ 7 กรกฎาคม 2560 ผ่าน [เว็บไซต์ของบริษัทฯ และ] เว็บไซต์ของผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย ผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย ตามที่ระบุไว้ในข้อ 6.2.1

และ ข้อ 6.2.2 ในหนังสือชี้ชวน

 

               *** 3 บริษัทหลักทรัพย์ร่วมจัดจำหน่าย IPO

               จากข้อมูลที่หยิบยกมาให้เห็น เชื่อว่านักลงทุนหลายท่านเริ่มสนใจอยากจะเป็นเจ้าของธุรกิจของ BGRIM กันแล้ว ซึ่งหากใครสนใจ ก็มีผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ผู้จัดการการจัดจำหน่าย

และรับประกันการจำหน่ายหลัก 3 ราย ดังนี้ 

               - บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) 400/22 อาคารธนาคารกสิกรไทย ชั้น 1, 3, 11 และ 19 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 โทรศัพท์ 0-2696-0000

โทรสาร 0-2696-0099 www.kasikornsecurities.com

               - บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ชั้น 29 อาคารสีลมคอมเพล็กซ์ 191 ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500 โทรศัพท์ 0-2231-3777 และ 0-2618-1000

โทรสาร 0-2618-1469 www.bualuang.co.th

               - บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด (มหาชน) ชั้น 6, 8-11 อาคารสำนักงานเมืองไทย-ภัทร 1 252/6 ถนนรัชดาภิเษก แขวงห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310โทรศัพท์ 0-2305-9000

โทรสาร 0-2693-2355 www.phatrasecurities.com

 

               *** ผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย คือ

               •          บริษัทหลักทรัพย์ เคที ซีมิโก้ จำกัด

               •          บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด

               •          บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน)

               •          บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

               •          บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด

               •          บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด

 

               *** อัพเดท ข้อมูลเพิ่มผ่านงานโรดโชว์

               หากใครคิดว่าข้อมูลของ BGRIM ที่นำมาให้ในวันนี้ยังไม่เต็มอิ่ม สามารถไปรับฟังข้อมูลเพิ่มได้อีกในงานบรรยายสรุปข้อมูลเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก

(Big Panel Roadshow) ได้ในวันที่ 26 มิถุนายน  2560 เวลา 13.30 – 16.30 น. ณ หอประชุมศุกรีย์ แก้วเจริญ ชั้น 3 อาคาร B ตลาดหลักทรัพย์เเห่งประเทศไทย ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

www.bgrimmpower.com จะได้รู้กันว่า ว่าที่ IPO น้องใหม่ตัวนี้ มาแรงแค่ไหน

บทความแนะนำ ล่าสุด

ดูบทความทั้งหมด

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh